เงิบสิ! เมื่อหญิงสาวทายามั่วซั่ว จนมะเร็งกินจมูกเป็นรูโบ๋(มีคลิป)

เป็นเรื่องราวของหญิงรายหนึ่งที่ถูกแพทย์วินิจฉัยพบมะเร็งผิวหนัง ขึ้นที่จมูก อันเป็นมะเร็งชนิดเกิดขึ้นกับเยื่อบุผิวและสามารถพบได้บ่อย

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล หยิบเรื่องราวสาระเตือนใจชวนสะพรึงมาฝากกัน เป็นเรื่องราวของหญิงรายหนึ่งที่ถูกแพทย์วินิจฉัยพบมะเร็งผิวหนังชนิดเบซาลเซลล์ (Basal Cell Carcinoma) ขึ้นที่จมูก อันเป็นมะเร็งชนิดเกิดขึ้นกับเยื่อบุผิวและสามารถพบได้บ่อย และได้แนะนำให้เธอรักษาด้วยวิธี Moh (Micrographic Surgery) ที่จะลอกชั้นผิวที่มีมะเร็งออกไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหลือเหลือแต่ผิวที่ไร้มะเร็ง แต่หญิงรายนี้กลัวจะมีแผลเป็นบนใบหน้า จึงไม่ได้รักษาตามแพทย์แนะนำ แต่กลับไปหายาสารสกัดสมุนไพรมาใช้เอง ทว่าทาไปทามา ตัวยากลับกัดกินเนื้อเธอแหว่งหายเป็นรูโบ๋

1464796423

โดยยาทาที่เธอใช้ เรียกว่า black slave เป็นยารักษาโรคผิวหนังพวกกำจัดไฝ มะเร็งผิวหนัง ซึ่งมีตัวยา sanguinarine สกัดจากต้น bloodroot และมักผสมซิงก์ คลอไรด์ เมื่อทาแล้วมีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนัง

1464796351

หญิงผู้นี้เผยว่า เธอได้ทามันลงที่จมูกและอีกจุดหนึ่งตรงหน้าผากซึ่งเป็นมะเร็งผิวชนิดเดียว กันนี้ด้วย แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผิวหนังของเธอก็บวมแดงอย่างหนัก หน้าบวมจนตาปิด เธอกินทั้งยาแก้แพ้และยาแก้ปวดชนิดออกฤทธิ์แรงเพื่อประคองอาการ พร้อมขอคำปรึกษาว่าควรยอมแพ้แล้วไปพบแพทย์หรือไม่ หลังจากนั้นต่อมา เธอก็โพสต์ภาพมีสะเก็ดแผลสีดำแผ่นใหญ่ขึ้นที่กลางจมูกและหน้าผาก และก็อัพเดทอาการเรื่อย ๆ จนกระทั่งสะเก็ดที่น่าเกลียดนั้นเปื่อยหลุดออกเกือบหมด ภายใต้สะเก็ดนั้นไม่เหลือเนื้อใด ๆ ที่จะเจริญกลับมาได้อีกแล้ว มันกลายเป็นหลุมลึกโบ๋

เมื่อสะเก็ดสีดำน่าเกลียดหลุดหายไป คราวนี้จึงมองเห็นความเสียหายอย่างชัดเจน หลุมนั้นโบ๋จนมองเห็นผนังกั้นช่องจมูก ถึงขนาดที่เธอบอกว่า แม้จะอุดจมูกไว้ แต่อากาศก็ยังไหลผ่านรูโบ๋นั้นได้

1464796355

หลังรับผลสุดสะพรึงกับการรักษา มะเร็งด้วยตัวเอง หญิงคนดังกล่าวก็ได้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง และแน่นอนว่าเข้ารบทำศัลยกรรมตกแต่งจมูกของเธอด้วย

ทั้งนี้ยา black slave ที่เธอใช้ เคยนิยมใช้กันในวงกว้างในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 แต่ในปัจจุบันองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีมันเป็นยารักษามาเร็งปลอม และพยายามแบนยาตัวตัวดังกล่าว ขณะที่สมาคมโรคผิวหนังในอังกฤษชี้ว่า ไม่มีหลักฐานใด ๆ ยืนยันว่ามันรักษามะเร็งผิวหนังได้จริง

1464796389

เรื่องราวของหญิงคนดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งเธอได้เข้าไปตั้งกระทู้ปรึกษาและบอกเล่าการรักษาด้วยตัวเองไว้ใน เว็บบอร์ดเกี่ยวกับมะเร็งผิวหนัง topicalinfo กระทั่งปีทีผ่านมา แชนแนลWorld’s Greatest Medical – Case Studies ในยูทูบได้รวบรวมเรื่องและภาพของเธอทำเป็นคลิปเตือนใจ ซึ่งจนบัดนี้มีผู้คลิกเข้าชมมากกว่า 3.6 ล้านครั้งแล้ว

1464796383

มาลองชมคลิปเรื่องของเธอกันดู

 

ที่มา – http://www.topicza.com/

 

 

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]