“พิมรี่พาย” ไลฟ์แจงดราม่าพร้อมนำ้ตา ลั่น “ทำความดี กูผิดอะไร? ผิดอะไรที่กตัญญู ???

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

ยังคงเป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในโลกโซเชียล กันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ “พิมรี่พาย” หรือ พิมพ์พรรณ สรัลรัชญ์ แม่ค้าออนไลน์  ช่วยเหลือน้องๆที่อยู่บนดอยสูง  ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่  ด้วยการทุ่มเงินกว่า 5 แสนให้เด็กๆบนดอยได้มีไฟฟ้าใช้กัน ด้วยการนำแผงโซลาร์เซลล์ขึ้นมาติดตั้ง ซื้อโทรทัศน์ จัดหาอุปกรณ์สร้างแปลงผัก  และสิ่งของอุปโภคบริโภคต่างๆ ให้แก่เด็กๆ จนกระทั่งเกิดกระแสในโลกออนไลน์อย่างหนัก กลายเป็นประเด็นดราม่าเรื่องการเข้าไปช่วยเหลือเด็กจนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างหลากหลายแง่มุม

 

ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊ก รายหนึ่ง ได้โพสต์ชี้แจงถึงเรื่องราวดังกล่าว ว่า เนื่องจากมีกระแสในโลกออนไลน์จากยูทูปเบอร์ชื่อดังคนหนึ่ง และเราได้มีส่วนร่วมในการทำงานของ ศศช. ทำให้เกิดความไม่สบายใจ และมีข้อมูลบางอย่างที่คลาดเคลื่อน
จึงขออนุญาต​ใช้พื้นที่เล็กๆ​แนะนำให้ทุกท่านรู้จัก​ ศศช.หรือศูนย์​การเรียน​ชุมชน​ชาวไทย​ภูเขา ​”แม่ฟ้าหลวง” เป็นสถานศึกษา​ในสังกัด​ สำนักงาน​ กศน.
กระทรวง​ศึกษาธิการ​ เป็นการจัดการศึกษา​ชุมชน
ที่ยึดชุมชนเป็นหลัก​ จัดกระบวนการเรียนรู้
ให้ประชาชนทั้งชุมชน​ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทั้งการศึกษา​ต่อ​ มีอาชีพ​ และพัฒนาอาชีพของตนเอง​ ให้สามารถ​ดำรงชีวิตด้วยความสมดุลของธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม​และนำมาเป็นส่วนร่วมในการจัดการศึกษา​ให้กับชุมชน​ มามากกว่า​ 40​ กว่าปี
..
มีกลุ่มเป้าหมาย​ 4 กลุ่ม​ ดังนี้
1.เด็กก่อนวัยเรียน​ อายุ​ 3-6 ปี
จัดกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก​ โภชนาการ
และดูพัฒนาการเด็กจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​
2.เด็กวัยเรียนที่ไม่ได้รับการศึกษา
ในระบบโรงเรียน​ อายุ​ 7-14​ ปี
กลุ่มนี้​ ศศช.​บางแห่งเป็นสถานศึกษา​พื้นที่เป้าหมาย
การพัฒนา​เด็ก​และ​เยาวชน​ใน​ถิ่น​ทุรกันดาร
ตามพระราชดำริ​สมเด็จพระ​กนิษฐา​ธิราช​เจ้า​
กรม​สมเด็จพระ​เทพ​รัตน​ราชสุดา​ ฯ​ สยาม​บรม​ราช​กุมารี​ ที่ดูแลทั่งด้านโภชนาการ​ สุขอนามัย​ วิชาการ​จริยธรรม​ ฯลฯ​ ให้มีคุณภาพชีวิต​ที่ดี
3.กลุ่มเป้าหมายผู้ใหญ่​ อายุ​ 15​ -​59 ปี
กลุ่มนี้จัดการศึกษา​พัฒนาอาชีพและทักษชีวิต
การศึกษา​ขั้นพื้นฐาน​ รวมถึงทักษะ​ฟังพูดอ่านเขียน
ภาษาไทยเพื่อสื่อสารและรับบริการ​เช่นสถานพยาบาลเวลาเจ็บป่วยจะได้แจ้งอาการถูก เป็นต้น
4.ผู้สูงอายุ​ อายุ​ 60​ ปีขึ้นไป
จัดกิจกรรม​ตามความสนใจของผู้เรียน
..
ปกติครูทำหน้าที่สอนเด็กและประชาชนในชุมชน เป็นการจัดการศึกษาตามบริบทชุมชนและโครงการอื่นๆในพื้นที่จากหลายหน่วยงานโดยให้​ ครู​ศศช.เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการ​ (บาง​ ศศช.เป็น​ 10 โครงการก็มี)​
และมักมีเครือข่ายมาให้การสนับสนุนอยู่บ่อยๆ
ทั้งเรื่องของ​ อาคารเรียน​ ศศช.​ ที่จะถูกสร้างการสนับสนุนจากผู้ที่สนใจ​ (แต่เดิมชาวบ้านในชุมชนเป็นคนสร้างอาคาร​ ศศช.)​ข้าวของเครื่องใช้​ อาหารและยารักษาโรค​ต่างๆ​ ก็ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐตามพื้นฐาน​หรือจากผู้ให้การสนับสนุน
ด้วยพื้นที่ห่างไกล​ ระบบการใช้พลังงานไฟฟ้าไปไม่ถึงในบางพื้นที่ใช้พลังงานทดแทน​ พลังงานแสงอาทิตย์​ หรือน้ำ​ แต่อาจจะไม่ได้มีทั้งชุมชน
ภายใน​ ศศช.​ จะมีพลังงานทดแทนเหล่านี้สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอนภายใน​ ศศช.
..
จากกระแสเรื่องราวของ​ ศศช.ที่ได้ถูกประชาสัมพันธ์​และเผยแพร่​อยู่​ในขณะนี้
ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย​ หากท่านใดสนใจข้อมูล​
อยากให้การสนับสนุน​ ศศช.​ 808.แห่งในพื้นที่​ 14​ จังหวัด​ ได้แก่​ เชียงราย​ เชียงใหม่​ ตาก​ น่าน​ แม่ฮ่องสอน​ แพร่​ พะเยา​ ลำพูน​ ลำปาง​ กาญจนบุรี​ ราชบุรี​ ประจวบคีรีขันธ์​ เพชรบุรี​ พังงา
สามารถ​ติดต่อสำนักงาน​ กศน.จังหวัด​ ทั้ง​ 14​ จังหวัด
ที่ได้แจ้งไว้
..
ขอบพระคุ​ณ​ทุกท่านที่ให้ความสนใจ
และยินดี​อย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุน​ ศศช.​ นะคะ
..
Cr.ภาพประกอบจาก​ FB​ ศศช.บ้านแม่เกิบ
Pathasit Phasithphat & Boo NG
..
อยากอธิบายว่า
ปรเด็นที่ 1 เด็กในพื้นที่ที่เขาไม่รู้จัก”ไข่เจียว” เนื่องจากเขาเรียกกันว่า “ทอดไข่”
ประเด็นที่ 2 ถ้าเด็กๆไม่รู้จักวิธีปลูกผัก เขาจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร ถ้าไม่มีผักรับประทาน
**และยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าคิด เช่น ในคลิปบอกว่าในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ การศึกษาเข้าไม่ถึง แต่ในคลิปของยูทูปเบอร์ท่านนั้นที่ถ่ายตอนต้นคลิป(มุมสูง) ยังมีจานดาวเทียมตั้งตระง่านอยู่ในหมู่บ้านเลย คือ??
*** อยากให้ทุกท่านได้เข้าไปดูในเพจของ ศศช.บ้านแม่เกิบ จะช่วยอธิบายอะไรหลายๆอย่าง เพื่อความเป็นกลางค่ะ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ

และยังมี รศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ออกมาโพสต์ถึงคลิปของ พิมรี่พาย ที่ไปช่วยเหลือเด็กๆบนดอยสูงเอาไว้ว่า “ความฝันมันสร้างกันง่ายๆด้วยการติดทีวีให้ดู ติดแผงโซล่าเซลล์ หาเกิบให้เด็กใส่ เอาไฟฉายติดให้บนหัว เลิก “ถางภูเขาเป็นลูกๆ” และ “สอน” ชาวบ้านให้หัดรู้จักปลูก “ผักสลัด”มันไม่ใช่ความฝันของเด็กดอยหรอกแบบนี้ มันความฝันอยากจะโปรดสัตว์ชนชั้นล่าง ของพวกชนชั้นกลางในเมืองที่ไม่เคยรู้/สนห่าเหวอะไรเลยเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเบียดขับชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย และการตัดขาดพวกเขาออกจากการเข้าถึงทุกอย่างในสังคม ที่อย่าว่าแต่ทีวีเลย ลำพังแค่จะทำไร่ปลูกข้าวให้มันพอกินในที่ดินที่พวกป่าไม้ยึดครอง ยัง “ขัดตา”พวกชนชั้นกลางในเมืองเลย เศรษฐกิจการโปรดสัตว์ สนองตัณหาความฟีลกู๊ดของพวกคนในเมืองสร้างกำไรเสมอ โดยเฉพาะในวันเด็กแบบนี้

 ล่าสุด”พิมรี่พาย” ได้ไลฟ์เฟซบุ๊ก บอกว่า จุกในอกจริงๆ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ ในตลอดระยะเวลา 2 วันที่ปล่อยคลิปออกไปก็ตกตะกอนพอสมควร และก็ตกตะกอนด้วยเช่นกันกับความคิดเห็นที่ทุกคนส่งกันเข้ามา เพราะพิมเองก็อยู่ในจุดที่ทุกคนมองเห็น อาชีพพิมคืออาชีพของการสร้างภาพ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้ ตลอดระยะเวลา 2 วันที่ปล่อยคลิป ตกตะกอนความคิดพอสมควร ชั่งน้ำหนักถึงการแสดงความคิดเห็น ของกลุ่มต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ นี่คืออาชีพ “พิม” ที่จะต้องสร้างภาพให้ลูกค้าเห็น อันดับแรกจะพูดเรื่องสร้างภาพ เพื่อหากินจริงๆ เพราะเป็นอาชีพ จะสร้างแบบใหนเพื่อคืนสู่สังคม อยู่ที่คุณธรรมและจริยธรรมในหัวใจ
ที่ต้องมาทำคลิปความดีเพราะปังมาก ตนเป็นแม่ค้าออนไลน์มา 3 ปี ซึ่งขายของมาตั้งแต่เด็ก โดยเมื่อ 2 ปีที่แล้วเอาเงิน 1 ล้านบาทแรกที่ขายของได้ไปวางที่เท้าพ่อ ซึ่งเมื่อพูดถึงตรงนี้เจ้าตัวถึงกับสะอื้นออกมา จากนั้นพิมรี่พาย ก็เล่าถึงที่มาของการทำคลิปความดี โดยย้อนไปถึงช่วงที่มีเงินและอยากกินอะไรก็กิน ทำงานได้เงินมาเยอะและใช้เงินเพื่อซื้อของที่ต้องการ รวมทั้งอยากกินอะไรก็กิน กระทั่งวันหนึ่งก็คิดว่า ใช้เงินเยอะในการกิน แต่ก็กินเท่าเดิม ไม่ว่าจะมีเงินมากหรือน้อย เพราะคนเราก็กินได้แค่อิ่มเท่านั้น
จึงเริ่มมาทำคอนเทนต์ความดี ออกไปช่วยคน ได้จากสังคมมาเท่าไร ก็คืนสังคมเท่านั้น อย่างเต็มที่และเต็มใจที่สุด ไม่ว่าใครจะขออะไร ตนผิดอะไรที่กตัญญู ทำความดีเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน ถ้าจะผิดก็ขอโทษที่พกพร่อง ที่ไม่ได้ประสานเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ดูแลจุดนั้นก่อน ถ้าใครมีความเห็นอื่นที่ต่างไป ให้มองถึงเจตนา แค่อยากทำความดี
ยืนยันว่าตนเองทำความดี ไม่ได้มีเจตนาอะไรที่ไม่ดี ฝากถึงคนที่ติดตามไม่ต้องห่วง ตนทำความดี ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ไม่หวั่นไหวกับการทำความดี และจะทำต่อ สนับสนุนให้ทุกคนทำความดีและตนจะทำต่อไป ไม่มีใครมารังแกตน เพราะรู้ว่าตนทำความดี อยากถามว่าดราม่าทำไม เอาตนไปเป็นเครื่องมือความสนุกทำไม แล้วแบบนี้คนที่จะทำความดีจะทำต่อได้ไหม ตนจะทำบุญจนตาย

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]