เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

กว่าจะมาเป็นคุณแม่ “อั้ม พัชราภา” อย่างที่ทุกคนรู้จักกันนั้น แม่อั้ม ต้องผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้เจ๊จะพาทุกคนมาย้อนรอยเปิดประวัติของแม่อั้มกันค่ะ จะเป็นยังไงนั้นก็ตามมาดูกันเลยจ้า

พัชราภา ไชยเชื่อ ชื่อเล่น อั้ม เกิดเมื่อวันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ที่โรงพยาบาลเพชรเวช กรุงเทพมหานคร พื้นเพครอบครัวเป็นชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา มีชื่อตามสูติบัตรว่า “ไข่มุก ไชยเชื้อ” ซึ่ง “ไข่มุก” มาจากลักษณะผิวพรรณที่ขาวผุดผ่อง แต่พระบอกว่า ข ไข่ไม่ดีเลยเปลี่ยนมาเป็น “พัชราภา” ในภายหลัง และเดิมมีชื่อเล่นว่า “แนน” ต่อมาคุณแม่ของเธอเรียกติดปากว่า “อั้ม” เพราะชอบทานทุกอย่างที่แม่ป้อน โดยเธอเป็นบุตรสาวคนเดียว ของ นายวรวุฒิ ไชยเชื้อ และ นางสุภาพร ไชยเชื้อ

การศึกษา

อั้ม พัชราภา จบการศึกษาระดับอนุบาล จากโรงเรียนอนุบาลธนินทร ดอนเมือง กรุงเทพฯ ระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนสตรีวรนาถ บางเขน ระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนดัดดรุณี จังหวัดฉะเชิงเทรา และระดับอุดมศึกษา จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อปี พ.ศ. 2543

 

การทำงานในวงการบันเทิง

อั้ม พัชราภา เข้าสู่วงการบันเทิงเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยเริ่มต้นจากการประกวด MissHack 1997 หรือที่คนทั่วไปรู้จักในนาม สาวแฮ็คส์นั่นเอง ซึ่งอั้มได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นสาวแฮ็คส์คนแรก ของเวทีประกวดนี้ และอั้มอยู่ภายใต้การดูแลของชายแฮ็คส์ ซึ่งเป็นฝ่ายโปรโมชันของแฮ็คส์ในขณะนั้น ต่อมาอั้มได้เรียนแอ็คติ้งกับ ต้อย ชาติชาย แก้วสว่าง , และได้แนะนำให้พาไปรู้จักกับผู้ใหญ่ที่ไฟว์สตาร์ ซึ่งตอนนั้นกำลังจะเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง เสือ โจรพันธุ์เสือ ชายแฮ็คส์จึงพาอั้มเข้าไปแคส แต่ว่าตอนนั้นบุคลิกของอั้มยังไม่เหมาะกับบทจึงไม่ได้โอกาส ต่อมา ชัด แทนกาย ก็พาอั้มเข้าไปที่บรอดคาซท์ แต่จังหวะละครตอนนั้นยังไม่ลงตัว และต่อมาก็มาพบกับ แก้ว พรีเมียร์ จากนั้นแก้วจึงแนะนำให้อั้มไปเป็นนักแสดงช่อง 7 โดยการนัดทางช่องให้ เพื่อนำอั้มไปลงเทป และส่งไปให้ คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ดูเพื่อพิจารณา และอั้มจึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

อั้มเริ่มมีบทบาทในวงการบันเทิง โดยผลงานชิ้นแรกคือแสดง MV “ไม่ใช่คนในฝัน” ของศิลปิน “ต้น อาภากร” และในปีเดียวกัน มีผลงานละครเรื่องแรกกับทางช่อง 7 คือ “มณีเนื้อแท้” คู่กับ คงกระพัน แสงสุริยะ หลังจากนั้น แม่อั้ม ก็มีผลงานละครอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศ. 2541 เธอมีละครถึง 3 เรื่องคือ อีสา-รวีช่วงโชติ, ชวนฝันพนันรัก และคู่เขยคู่ขวัญ

 

ก่อนตอกย้ำความแรงของดาวรุ่งดวงใหม่ด้วย ละคร 4 เรื่องรวดในปีพ.ศ. 2542 ได้แก่ ลูกหว้า, รักสองภพ, พลับพลึงสีชมพู และแม่นาค ต่อมาในปีพ.ศ. 2543 บท “เจ้าแม้นเมือง” ในละคร “รากนครา” ก็ส่งให้เธอโด่งดังมากขึ้นไปอีก แต่บทบาทที่ทำให้คนดูจดจำเธอนั่นก็คือบท “เปีย” ในละครเรื่อง “คมพยาบาท” ปีพ.ศ. 2544 เป็นการพลิกมารับบทร้ายครั้งแรกของเธอ ซึ่งละครประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ชื่อเสียงของอั้มถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้นและเป็นการแจ้งเกิดเต็มตัวของเธอ เป็นนางเอกที่คนเริ่มจับตามองในขณะนั้น

ต่อมาในปีพ.ศ. 2546 อั้มได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์เรื่อง “เฟค โกหกทั้งเพ” ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ และละครเรื่อง “โซ่เสน่หา” ในบท “ปราลี” หญิงสาวที่รับจ้างตั้งท้อง ทำให้เธอได้รับรางวัล ท็อปอวอร์ด 2003 และยังได้รับรางวัลชมเชย จาก Asian Television Awards 2004 ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และในปีพ.ศ. 2548 กับบท “ปาริฉัตร” ในละคร “เพลิงพายุ” ละครที่มีเนื่อหาเข้มข้นร้อนแรง ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นยังพูดถึงบอกว่า จะรีบกลับไปดู บวกกับกระแสวิพากย์วิจารณ์ของสื่อถึงการแต่งตัวของอั้มที่ไม่เหมาะสมในละคร ส่งผลให้ละครเรื่องนี้กลายเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงที่สุดในปีนั้น และทำให้อั้มกลายมาเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการ มีผลงานละคร อีเว้นท์ โฆษณา ออกมาไม่ขาด

ปีพ.ศ. 2552 อั้มพลิกบทกลับมาเล่นร้ายอีกครั้งในบท “อรอินทร์” ในละคร “เมียหลวง” ที่ต้องประชันฝีมือกับ ธีรภัทร สัจจกุล และ ปิยธิดา วรมุสิก ซึ่งละครเรื่องนี้ดังเป็นกระแสและถูกพูดถึงอย่างมาก ส่งผลให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จาก สยามดารา สตาร์ส ปาร์ตี้ 2009 และปีเดียวกันกับบท “แจ๋ว” ในละคร “แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา” เป็นละครแนวโรแมนติกคอเมดี้ ซึ่งเรื่องนี้เธอก็ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ว่าแสดงบทตลกได้น่ารัก ฮา และเป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัล นางเอก HOT แห่งปี จากทีวีอินไซด์ ฮอท อวอร์ด 2009 และรางวัล นักแสดงหญิงยอดนิยม จากคมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 7 อีกด้วย

และในปีพ.ศ. 2554 อั้มก็ได้มีงานแสดงภาพยนตร์ อีกครั้ง ชื่อเรื่อง “30 กำลังแจ๋ว” รับบทเป็น “จ๋า” คู่กับ ภูภูมิ พงศ์ภาณุ กำกับภาพยนตร์โดย สมจริง ศรีสุภาพ ผลิตโดย เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ ซึ่ง คิง สมจริง ผู้กำกับ กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกอั้ม มารับบทนี้ว่า “อั้ม คือนางเอกที่ใช่มากๆ สำหรับเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวผมเห็น อั้ม ในหลายบทบาท อั้ม มีศักยภาพทางการแสดงสูงมาก เค้าน่าจะทำบทบาทนี้ให้มีความลึกซึ้ง โรแมนติก และ กินใจได้ด้วยบทบาทการแสดงของเขา และ ด้วยความเป็นตัวเขาก็สื่อถึงผู้หญิงอายุ 30 ออกมาได้ชัดเจนนะ อั้ม เขาก็มีครบหมดทุกมุม เรียกว่าครบเครื่องน่ะ ผมชอบทุกคาแรกเตอร์ของเขานะไม่ว่าจะมีรัก เลิกรัก อย่างเวลาที่เขามีความรักนะเขาจะสวยสุดๆ เวลาที่มีอุปสรรคถึงเขาจะมีความเศร้าแต่เขาก็ยังเข้มแข็ง คุณว่าไหมล่ะนาทีนี้ถ้าใครพูดถึงเรื่องนี้ ก็ต้องนึกถึง อั้ม พัชราภา เท่านั้น” 

รวมทั้งจันทิมา เลียวศิริกุล หนึ่งในผู้บริหารของค่าย M๓๙ ในฐานะโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เปิดเผยว่า “เริ่มต้นที่พัฒนาบทคือพี่คิงนำเสนอว่าผู้หญิงที่อยู่ในหัวเลยคือ อั้ม พัชราภา เพราะว่าผู้หญิงในเรื่องค่อนข้างที่จะเก่ง แล้วก็ไม่ค่อยจะมีปัญหากับการสนใจสังคม รู้จักตัวเอง รู้จักใจตัวเอง แต่เมื่อถึงเวลาตัดสินใจแล้ว จะเลือกใช้สมองหรือใช้หัวใจ มั่นใจมาก อั้มเพอร์เฟ็กต์กับคำว่าผู้หญิงเก่งและรู้จักตนเองและเชื่อว่าอั้มเล่นได้เพราะว่าอั้มเก่งมาก”

ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการ “จ้อจี้” ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ของเธอแต่เธอก็ยังคงทำมันได้ดี ซึ่งรายการนี้เริ่มออกอากาศตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 จนถึง พ.ศ. 2560 และยังทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ ให้กับทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ถึงแม้จะหมดสัญญาในการเป็นนักแสดงในสังกัดแล้วก็ตาม โดยเธอให้เหตุผลว่า เกรงใจผู้ใหญ่ทางช่อง เพราะช่วงหลังๆเธอรับงานน้อย แต่ก็ยังคงมีผลงานกับทางช่อง 7 ไม่คิดจะย้ายช่อง

ปีพ.ศ. 2560 ถือเป็นการกลับคืนสู่หน้าจออีกครั้งของเธอ หลังจากห่างหายไปเกือบ 3 ปี กับบทบาท “เจ้านางอนัญทิพย์” ในละคร “เพลิงพระนาง” ละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมและเป็นที่กล่าวถึงในโลกโซเชียล มีเรตติ้งตอนจบสูงถึง 9 เรื่องนี้เธอต้องเล่นตั้งแต่รุ่นสาวไปจนถึงตอนแก่และตาย ซึ่งฝีมือการแสดงของเธอได้รับคำชื่นชมจากผู้ชมละครและคนในวงการบันเทิงอย่างล้นหลาม และเธอได้รับรางวัล ดารานำหญิงขวัญใจมหาชน จากงาน มายามหาชน 2017

ภาพลักษณ์

อั้ม พัชราภา มีภาพลักษณ์เป็นนางเอกที่เซ็กซี่ มั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทที่ได้รับในละคร การออกงานต่างๆ รวมทั้งงานถ่ายแฟชั่นขึ้นปกแม็กกาซีนชั้นนำหลากหลายเล่ม โดย “ดูเร็กซ์” ยกให้เป็น “สุดยอดสาวเซ็กซี่” และหนังสือพิมพ์สยามบันเทิง ยกให้เป็น สาวเซ็กซี่แห่งปี ติดต่อกันหลายปี และได้รับรางวัล The Sexiest Woman and Sexiest Forever in Thailand หรือสาวเซ็กซี่ตลอดกาล จากนิตยสาร FHM และต่อมาในปีพ.ศ. 2555 เธอประกาศตัวว่าจะไม่ขอรับรางวัลเซ็กซี่อีก จนสื่อมวลชนและสมาคมนักข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทยได้ตั้งฉายาให้เธอว่า “ซุปตาร์เกษียณเต้า”

อีกทั้งเธอยังทำหน้าที่พรีเซนต์แบรนด์ที่ขายความสวยความงามได้อย่างลงตัว หลากหลายแบรนด์เลือกใช้อั้มเพราะคุณสมบัติของการเข้าถึง “แมส” โดนใจผู้บริโภคทุกกลุ่มทั่วประเทศ ซึ่งเป็นคำยืนยันจาก ดนัย ดีโรจนวงศ์ หัวเรือใหญ่ของ มิสทิน เพราะไม่ว่า มิสทิน จะเพิ่มจำนวนพรีเซ็นเตอร์ในพอร์ตกี่คน หรือโละใครออกไป แต่เธอคนนี้ยังยืนหยัดได้ยาวนานกว่าใคร เช่นเดียวกับ ดีแทค ที่ฉีกกฎเดิม เปิดตัว อั้ม พรีเซ็นเตอร์คนแรก ทั้งนี้ สาเหตุที่เลือก อั้ม มาจากการสำรวจถึงพฤติกรรมการใช้งานและการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย และพบว่า เป็นซูเปอร์สตาร์ที่มีคนชื่นชอบทุกเพศทุกวัยทั่วประเทศ สะท้อนความมั่นใจถ่ายทอดจุดเด่นของดีแทค

นอกจากนั้นเธอได้รับการยกย่องจากสื่อให้เป็น ดาราใจบุญ เธอติดอันดับของโพลมหาชน Thailand People’s Chart ดาราจิตอาสาช่วยเหลือสังคมขวัญใจคนไทย และเธอยังเปิดอินสตาแกรมเพื่อช่วยเหลือสัตว์ที่พลัดหลงสูญหาย

ในฐานะดารานักแสดงหญิง เธอติดอันดับจากการสำรวจความนิยมจากโพลหลายสำนัก โดยเฉพาะในปี 2558 เธอเป็นดารานักแสดงหญิงคนแรกที่คว้าอันดับ 1 จากสำนักโพลที่มีการสำรวจ มากถึง 16 โพล รวมถึงโพลของสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น โพลดารา ของหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ สาขา “เซ็กซี่ที่สุด” 9 ปีซ้อนและเธอก็ได้ อันดับ 1 จาก Thailand people’s Chart โพลมหาชน ผลสำรวจจากคนไทยทั่วประเทศ ให้เป็นผู้ทรงอิทธิพลแห่งทศวรรษ

ผลงาน

ละครโทรทัศน์

  • ละครโทรทัศน์ทั้งหมดด้านล่างนี้ออกอากาศทางช่อง 7 เอชดี
ปี พ.ศ. เรื่อง บทบาท หมายเหตุ
2540 มณีเนื้อแท้ พลอยไพลิน ชาเยนทร์ธร (พลอย)
2541 อีสา-รวีช่วงโชติ ใจสว่าง
ชวนฝันพนันรัก ชวนฝัน
คู่เขยคู่ขวัญ ปานชีวา เกียรติกำจาย (ปาน)
2542 ลูกหว้า ลูกหว้า
รักสองภพ กัญญารัตน์
พลับพลึงสีชมพู สโรชา สุนทรเกษม / ลิลลี่ / พลับพลึง
แม่นาค แม่นาค
2543 มรสุมแห่งชีวิต ผุสณี
รากนครา เจ้าแม้นเมือง
2544 คมพยาบาท จรรยา บัวแย้ม (เปีย)
เพชรตัดเพชร ไป่หลู
ทัณฑ์กามเทพ อโนมา (มด)
รักของฟ้า สาวเสิร์ฟ รับเชิญ (ละครพิเศษวันพ่อแห่งชาติ)
2545 จิตสังหาร คริมา วรนันท์ (ครีม)
จารชนยอดรัก อรณี
2546 กามเทพตัวน้อย มุทิตา (มุ)
โซ่เสน่หา ปราลี (ปุ๋ม)
เดิมพันวันวิวาห์ เพลงพิณ รัตนสิรินทร์ (เพลง)
2547 7 พระกาฬ บัวตอง
ฟ้าใหม่ แม่หญิงเรณูนวล
นางสาวจริงใจกับนายแสนดี จริงใจ
2548 เชลยบาป เมทินี (เม)
เพลิงพายุ ปาริฉัตร (ฉัตร)
เหมราช ขจาริน (แจน)
สองเสน่หา เดือนหยาด / พิลาสลักษณ์
2549 สายเลือดแห่งรัก อลิน
ปิ่นมุก ปิ่น / มุก
แรงฤทธิ์พิศวาส แพรวา
2550 บุพเพเล่ห์รัก กวิตา (วิ)
2551 เย้ยฟ้าท้าดิน ทิชา (แทรชเชอร์)
2552 เมียหลวง อรอินทร์ (อร)
แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา งามตา เลิศทุกทาง (แจ๋ว)
กุหลาบเหนือเมฆ ไอริณ
2553 พระจันทร์ลายพยัคฆ์ จันทร์ฉาย นิลนฤนาท
2554 คู่แค้นแสนรัก อิงดาว / ดาวประดับ ทับจักรวาล
ในรอยรัก ม่านมัสลิน
2555 อุบัติเหตุ วิศนี
2557 พราว พราว / มีน
2560 เพลิงพระนาง เจ้านางอนัญทิพย์
2563 จากศัตรูสู่หัวใจ โสภิตา อัณธำรงค์

ภาพยนตร์

ปี พ.ศ. เรื่อง บทบาท
2546 เฟค โกหกทั้งเพ ปวีณา
2550 ผีเลี้ยงลูกคน นันทา
2553 สาระแนเห็นผี ราตี้
2554 30 กำลังแจ๋ว จ๋า
2558 ซิงเกิลเลดี้ เพราะเคยมีแฟน ไบร์ท

 

ภาพยนตร์สั้น

ปี พ.ศ. เรื่อง บทบาท หมายเหตุ
2555 นวดใจได้เจอรัก ครูเมย์ แคมเปญประกอบผลิตภัณฑ์ซันซิล
2556 2 เริ่ด เชิ่ด สวย เด่นดาว

เพลง

  • เพลง “ความรักเป็นเรื่องของสองคน” ประกอบละคร สองเสน่หา (2548)

พิธีกร

  • รายการ จ้อจี้ คู่กับ จิ้ม ชวนชื่น (2546-2560)