“น้ำเพชร” เผยผู้ใหญ่กองไม่ติดต่อ ยันไม่เจตนาพาดพิงแอลลี่

      เป็นประเด็นข่าวร้อนแรง ตั้งแต่มีภาพหลุดออกมา หลังจากนั้นสาว “น้ำเพชร สุณัณณิภาร์ กฤษณสุวรรณ” อดีตรองอันดับ2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ก็ตกเป็นกระแสข่าวมาตลอด ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางมาที่รายการล้วงตับ สลับไต ทางช่องไทยทีวี และพร้อมเปิดใจทุกเรื่องราว
 
      คิดอย่างไรถึงตัดสินใจมาประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์?
       
“ที่ตัดสินใจมาประกวดเพราะคิดว่าเป็นเวทีที่ยิ่งใหญ่ ทีแรกก็มีคนคัดค้าน แต่ก็มาสมัครในวันแรก ก็ดีใจที่ได้เข้ารอบ 40คนค่ะ”
   
       รู้สึกอย่างไรกับข่าวที่เกิดขึ้น?
       “ส่วนตัวก็น้อมรับ ทุกความคิดเห็นค่ะ”

      เส้นทางการประกวดเริ่มต้นจากประกวดอะไร?
       “ก็เริ่มจากเวทีนางนพมาศค่ะ แต่ครั้งแรกก็ไม่เข้ารอบ แต่ระยะหลังก็มีได้ตำแหน่งบ้างค่ะ”

       เรื่องอายุที่หลายคนสงสัยตกลงอายุเท่าไร?
       
“ยืนยันว่าปีนี้อายุ 22ปี ค่ะ ถ้าตอนนี้ก็ 21 ย่างจะเข้า 22ปีค่ะ น้ำเพชรอยากให้เปิดใจยอมรับ ส่วนตัวมีหลักฐาน (อธิบายพร้อมโชว์หลักฐานบัตรประชาชน) เกิดปี พ.ศ. 2535 ค่ะ

        อยากจะบอกกับคนที่ต่อว่าเราอย่างไรบ้าง?
        
“ขอโทษผ่านรายการนะคะ สิ่งไหนที่อาจจะยังไม่เข้าใจในตัวน้ำเพชร ก็รู้เสียใจ แต่ยังดีใจที่มีคนให้กำลังใจ แต่ก็มีที่ลับหลังแอบเอาเราไปว่าก็มี”

       มีกระแสว่าเราไปขายตัวและจัดหาเด็กด้วย!!
        “กระแสมาจากเพจนางงามเพจหนึ่ง มีคนมาโพสต์ว่าขายตัว มีคนโพสนะคะแต่ไม่มีคนแสดงตัว ก็ถ้าใครมีหลักฐานก็เอามาแฉเลยค่ะ ยืนยันว่าไม่ได้ขายตัวและไม่ได้เป็นคนจัดหาเด็กไปขายค่ะ”

      กับคนที่ว่าเราเป็นพริตตี้ไม่เหมาะกับการประกวดนางงามระดับประเทศ รู้สึกอย่างไร?
       “พริตตี้เป็นอาชีพที่สุจริต ต้องมีปฏิภาณไหวพริบ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวค่ะ”

        พูดถึงรูปที่เป็นกระแสที่ถ่ายในรถเป็นงานเกี่ยวกับอะไร ? 
         “รูปในรถเป็นงานพริตตี้ประกอบกับสินค้าคือเครื่องเสียง ใช้ระยะเวลาถ่ายงาน 3ชั่วโมง จริงๆพริตตี้แบบนี้จะมีชุดว่ายน้ำ  แต่เราเลือกที่จะใส่แบบเดรสสั้น ส่วนท่าทางจะพี่เลี้ยงแนะนำในการถ่ายค่ะ ค่าตัวตอนนั้นอยู่ที่หลักหมื่นค่ะ”

       ทำไมถึงตัดสินใจทำงานนั้น?
         “จำเป็นต้องรีบใช้เงินค่ะ เมื่อปี 2552 คุณแม่ป่วยพบเซลล์มะเร็งอยู่ในขั้นระดับ2  ต้องรีบใช้เงิน  ก็เลยต้องเร่งหาเงินเพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะต้องใช้เงินอีกเมื่อไหร่ แล้วส่วนหนึ่งก็ต้องไว้ใช้เป็นทุนการศึกษาด้วย  บางครั้งเลิกเรียนก็เคยไปช่วยคุณพ่อไปทำงานพิเศษขายของ  แต่ว่าคุณพ่อ-คุณแม่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วค่ะ  คือ เงินมันใกล้จะหมด หนูก็อยากจะอยู่กับคุณแม่นานๆ”

        ลงทุนไปเท่าไหร่ในช่วงแรก?
         “ตั้งแต่รอบแรกที่ประกวด ค่าเช่าชุด หนูลงทุนไป 3-4พันบาท โดยแม่เอาทองไปขายเลยค่ะ “

         กรณีที่พาดพิงไปถึงรองอันดับที่1 ตอนแถลงข่าวคืออะไร?
          “ถือเป็นการยกรูปที่ไม่ได้พาดพิง แต่หยิบยกเพื่อเปรียบเทียบ ว่ากรณีที่หนูเป็นพริตตี้ กองกลับไม่รับฟังคำอธิบาย แต่กรณีที่จูบปากกันในที่สาธารณะ กองบอกเป็นเรื่องส่วนตัว”

         ถึงตอนนี้ยังศรัทธาการประกวดอีกหรือไม่?
          “หนูยังศรัทธาการประกวดเสมอค่ะ” 

           ส่วนตัวคิดหรือไหมว่าจะได้ตำแหน่ง แล้วพอได้รู้สึกอย่างไรบ้าง?
           “ไม่คาดคิดว่าจะได้ตำแหน่งเลย เพราะไม่มีรูปเราในสื่อในเว็บต่างๆ ก็คิดว่าคงมาหาประสบการณ์ชีวิตค่ะ ก็คิดว่ากรรมการคงอาจจะเห็นความสามารถของเรา ก็ดีใจมาก เพราะถึงจะเป็นที่3 แต่มันคือที่1ในใจของคุณแม่”

          ตอนที่มีคนมาแฉกองประกวดทำอย่างไร?
           “เขาบอกว่าขอพิจารณาดูก่อน (คนที่พูด คือ จ.) ก็หาหลักฐานพยานมายืนยัน ให้เล่าประวัติให้ฟัง เขาคงคิดว่าเราแต่งเรื่องให้เขาฟัง เขาคงคิดว่าเราพูดตลก ในตอนนั้นก็เงียบๆไป เราก็เชื่อว่าผู้ใหญ่จะให้ความเป็นธรรมกับเรา” 

           นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเรียกน้ำย่อย รอติดตามประเด็นเรื่องคืนสายสะพาย  แต่ไม่คืนมงกุฎ เรื่องเงินรางวัล 2แสนบาท แล้วตั้งแต่ที่ประกวดมาน้ำเพชรบอกว่ายังไม่ได้เงินเลยสักบาท  
  ติดตามชมการสัมภาษณ์แบบจัดเต็ม ได้ที่ รายการล้วงตับสลับไต ช่อง ไทยทีวี เร็วๆนี้จ๊ะ
       

“น้ำเพชร” เผยผู้ใหญ่กองไม่ติดต่อ ยันไม่เจตนาพาดพิงแอลลี่

แสดงความคิดเห็น