จับไก่เข้ากรง! ศาลสั่งขัง “หญิงไก่” พร้อมห้ามประกันตัว ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง

“นางไก่” คอตกเข้าคุก ศาลไม่ให้ประกันตัวหลังพนักงานสอบสวนยื่นฝากขังข้อหาหมิ่นเบื้องสูง เผยยังเจออีก 2 ข้อหา แจ้งความเท็จ และพยายามค้ามนุษย์ ซึ่งเจ้าตัวรับทราบไปก่อนหน้านี้ “ศานิตย์” สั่งขยายผลเกี่ยวพันกับ “หมอหยอง” หรือไม่

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ พร้อมด้วยน้องกระปุก หลานสาว และทนายความ เดินทางไปยังกองปราบปราม เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกฐานแจ้งความเท็จ กรณี น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย และครอบครัว อดีตลูกจ้าง เข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ว่าถูกนางไก่กล่าวหาลักทรัพย์ และพยายามพาไปต่างประเทศ โดยมีอดีตลูกจ้างอีกหลายคนแจ้งความดำเนินคดีลักษณะเดียวกัน

นางมณตาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ บอกเพียงว่าหลานที่พามาด้วยจะเป็นพยานในคดีลักทรัพย์ เพราะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จากนั้นได้ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษทางอาญา รวม 3 คดี เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ และยังได้เพิ่มอีก 2 ข้อหาคือ พยายามค้ามนุษย์ และแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเพื่อรับผลประโยชน์ ตามกฎหมายอาญา มาตรา 112

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงสอบปากคำนางมณตา ซึ่งจากการสังเกตผ่านกระจก พบว่านางมณตามีอาการเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหลังจากแจ้งข้อหาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือและให้นางมณตาเซ็นเอกสารรับทราบข้อกล่าวหา

กระทั่งเวลา 14.00 น. ตำรวจกองปราบปรามได้คุมตัวนางมณตาขึ้นรถเดินทางออกจากกองปราบฯ เพื่อไปตรวจค้นหาหลักฐานยังที่พัก คอนโดฯ ประชานิเวศน์

พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า วันนี้มาในส่วนของคดีของนายชูเกียรติ ใจกล้า นางประภาพร ทองเฟื้อง และ น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย ที่ถูกนางมณตา นายจ้าง แจ้งความข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งทางกองปราบฯ ได้ตรวจสอบและแจ้งข้อหาแก่หญิงไก่ ในข้อหาแจ้งความเท็จ พยายามค้ามนุษย์ และมาตรา 112 มาทำการค้นห้องพักดังกล่าว ซึ่งภายในห้องพักแบ่งออกเป็นห้องรับแขกใหญ่ 1 ห้อง ห้องนอน 1 ห้อง และห้องน้ำ 1 ห้อง ขณะเดียวกันพบกล้องวงจรปิด จำนวน 2 ตัว ติดตั้งอยู่ในห้องรับแขก ทั้งนี้จากการตรวจสอบภายห้องไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่พบหนังสือเดินทาง จำนวน 19 เล่ม สมุดบัญชีเงินฝาก 9 เล่ม และเอกสารบางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำกลับไปตรวจสอบ

รอง ผบก.ป.เปิดเผยด้วยว่า หลังจากนี้จะควบคุมตัวนางมณตาไปฝากขังที่ศาลาอาญา รัชดาภิเษก เบื้องต้นคัดค้านการประกันตัว เพราะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ตามที่พยานทั้ง 4 ปาก ให้การว่า นางมณตาอ้างถึงสถาบันเบื้องสูง แต่นางมณตาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หลังจากนี้จะมีการประสานกับ กก.4 บก.ป.และ ปคม. ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ จ.แม่ฮ่องสอน ในกรณีการค้ามนุษย์ต่อไป

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ชาคริตเปิดเผยว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.4 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) และ กก.4 บก.ป. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหาพยานหลักฐาน หลังพบว่ามีผู้ร้องเรียนนางมณตาในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน รวมทั้งคดีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีนางสุกัลยา ศิริม่วง แม่ของน้องมีน ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ในส่วนกรณีการตรวจสอบหนังสือเดินทางก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรอเอกสาร

รอง ผบก.ป.กล่าวด้วยว่า มีการตั้งข้อสังเกตผ่านสื่อมวลชนว่า ในห้องพักนางมณตามีกล้องวงจรปิด เหตุใดในวันเกิดเหตุจึงไม่นำกล้องภายในห้องมาเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดีเอาผิดลูกจ้างในข้อหาแจ้งความเท็จ แต่มีวงจรปิดภายนอกคอนโดมิเนียม ประเด็นนี้ทางตำรวจไม่ได้ไปดูในห้องที่เกิดเหตุ แต่หากภายในห้องพักของนางมณตามีกล้องวงจรปิดตามที่ปรากฏตามสื่อจริง ก็อยากให้นำมาแสดงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อทางคดี ส่วนจะจำเป็นหรือไม่ในการขอหมายค้นเข้าไปค้นที่ห้องนางมณตานั้น ตรงนี้ไม่ขอเปิดเผย อยู่ในขั้นตอนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

“คดีนี้ทางตำรวจไม่นิ่งนอนใจ ได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา รวดเร็ว รับรองได้ ในส่วนของคดีความของหญิงไก่ทั้ง 9 คดีที่ สน.ประชาชื่นนั้น ขอเรียนว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เป็นห่วงมาก ได้ประสานงานมาทาง พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รักษาการ ผบก.ป. ว่าทาง บช.น.ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 9 เรื่อง โดยวานนี้ได้มีการประชุมหารือแนวทางร่วมกัน พร้อมกับทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ได้เร่งดำเนินการสอบปากคำพยานแวดล้อมผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นทั้งหมด เหตุใดถึงมีการแจ้งความมากมายขนาดนี้ รวมทั้งตรวจสอบในคดีที่ทางหญิงไก่ได้ถอนแจ้งความไปด้วย ว่าเหตุใดก่อนหน้านี้มีการดำเนินคดี ตอนนี้ถึงมาถอนแจ้งความ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นหนึ่งที่ต้องตรวจสอบ” พ.ต.อ.ชาคริตกล่าว

ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงกรณีนางมณตาถอนแจ้งความลูกจ้างชาวกัมพูชา 3 คน ข้อหาลักทรัพย์และยักยอกทรัพย์ เมื่อปี 2557 และคดีแจ้งความจับทหารยศพันเอกข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เดือนมกราคม 2559 ว่า นางมณตาในฐานะผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิ์ส่วนตัวถอนคำร้องทุกข์ได้ แต่ในกระบวนการตรวจสอบของตำรวจจำเป็นต้องตรวจข้อเท็จจริงทั้ง 9 คดี ที่นางมณตาเป็นผู้แจ้งความเอาผิดกับลูกจ้าง ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร พร้อมยืนยัน ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งพนักงานสอบสวนที่ทำคดีว่ามีข้อบกพร่องอย่างไรบ้าง เนื่องจากมีผู้เสียหายอดีตลูกจ้างนางมณตา อ้างว่ามีนายตำรวจ สน.ประชาชื่น แทรกแซงคดี

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ตำรวจจะสอบสวนขยายผลไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างนางมณตากับนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 เพราะก่อนหน้านี้ปรากฏตามข่าวทางสื่อมวลชนว่าทั้งสองคนรู้จักกัน

ที่แม่ฮ่องสอน น.ส.ดาลิน วัฒนานนทกุล อดีตลูกจ้างนางมณตา เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจแม่ลาน้อย ว่าถูกนางมณตาโทรศัพท์ข่มขู่ไม่ให้เข้าไปช่วยเหลือในคดีที่นางจันทนา คชคงไทย หรือหนูนา อดีตลูกจ้างที่แจ้งความเอาผิดนางมณตาฐานแจ้งความเท็จ ซึ่ง น.ส.ดาลินก็เป็นผู้ที่เคยทำงานกับนางมณตา และเป็นผู้ชักชวนหนูนาให้ไปอยู่กับนางมณตา

เวลา 15.15 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีเจริญนำ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. นำตัวนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก โดยพนักงานสอบสวนระบุในคำร้องว่า ได้แจ้งข้อหาดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำพยานอีก 5 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ รอผลการตรวจของกลางต่างๆ จากกองพิสูจน์หลักฐาน และอื่นๆ ด้วยความจำเป็นจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 ก.ค.นี้ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากเป็นคดีสำคัญ มีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ต่อมาญาติผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1.1 ล้านบาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์มีลักษณะนำความเสื่อมเสียมาสู่สถาบันอันเป็นที่เทิดทูนของประชาชนผู้จงรักภักดี ประกอบกับพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกัน อีกทั้งผู้ต้องหายังถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีข้อหาเดียวกันนี้ของศาลทหารอีก ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนางมณตาไปควบคุมไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง บางเขน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ พนักงานสอบสวนกองปราบฯ ยื่นคำร้องฝากขังนางมณตาในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงข้อหาเดียวเท่านั้น ส่วนข้อหาอื่นๆ นางมณตาได้เข้ารับทราบในชั้นสอบสวนไปก่อนหน้านี้แล้ว.

 

ที่มา – http://www.thaipost.net/

แสดงความคิดเห็น