“เศรษฐา” สั่ง สธ.แก้กฎกระทรวง ครอบครองยาบ้า 1 เม็ดก็ผิด สั่งดูรายละเอียดดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติดประเภท 5 พร้อมออกกฎกระทรวงอนุญาตใช้เพื่อทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข , พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติด
นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายว่า ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ได้ยินทุกครั้งในการไปลงพื้นที่ ชาวบ้านประชาชนในหลายชุมชนรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุหนึ่งก็เกิดมาจากการที่ยังเห็นคนที่ติดยาหรือกำลังบำบัดเดินอยู่ในชุมชน
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้หน่วยงานช่วยกันทำงานให้หนักยิ่งขึ้นไปอีกให้สมกับที่เราประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ นอกจากการปราบปราม ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำงานเพื่อยึดทรัพย์สินคดีเหล่านี้ให้มากขึ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย

นายเศรษฐา กล่าวถึงปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎหมายเรื่องปริมาณยาบ้า และความผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจนในการจับผู้เสพและผู้ค้า ว่า ขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ด แทนที่จะเขียนว่าปริมาณเล็กน้อย เพื่อเป็นหลักการให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำตามได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
นอกจากนั้น ขอให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมียาเสพติดกี่เม็ดก็ผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นผู้เสพ จะถูกแจ้งข้อหาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงขอฝากถึงพนักงานสอบสวนทํางานให้หนักขึ้น เพื่อดูเจตนาอีกครั้งว่าเป็นผู้เสพ หรือผู้ค้า
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงเรื่องกัญชา ว่า ขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขประกาศกระทรวง ดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น
สำหรับเรื่องการบําบัด ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม ยกระดับประสิทธิภาพงานบําบัดยาเสพติด ทั้งในศูนย์บำบัด เรือนจํา และระบบคุมประพฤติ พร้อมฝากให้ร่วมกันจับผู้ที่หลบหนีการบําบัด หรือบําบัดไม่ผ่านมาดําเนินคดี
“สมศักดิ์” รับลูกนโยบายลดจำนวนยาบ้า – แนวกฎหมายกัญชา
วันเดียวกันนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเกี่ยวกับเรื่องยาบ้า ว่า เดิมทีเจตนารมณ์กฎหมาย ไม่มีเรื่องปริมาณเล็กน้อย โดยกำหนดห้ามครอบครอง 100% แต่เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งร่างกฎหมายใหม่ให้กฤษฎีกา ก็ได้รับการปรับแก้ให้มีเรื่องปริมาณเล็กน้อย เนื่องจากในอดีตมีข้อถกเถียงว่า ถ้ามียาบ้าติดกระเป๋า หรือ ติดเล็บ จำนวนไม่ถึงเม็ด ก็จะถูกดำเนินคดี ดังนั้น จึงมีการเพิ่มมาตรา ให้มีเรื่องปริมาณเล็กน้อย เพื่อให้ฝ่ายปฎิบัติ ไม่ต้องยุ่งยากมาก แต่หลังจากนี้ จะกำหนดจำนวนกี่เม็ด ก็ต้องมีการหารือจากทุกภาคส่วน แต่ยอมรับว่ามีแนวโน้มน้อยลงกว่า 5 เม็ด อย่างแน่นอน
ส่วนการแก้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องกัญชานั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ต้องมีการปรับปรุง โดยแนวทางต้องเปลี่ยนไป แต่จะเปลี่ยนอย่างไร ต้องหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะเราจะทำโดยลำพังไม่ได้ ซึ่งขอยังไม่ลงรายละเอียดว่า จะเป็นกัญชาทางการแพทย์เท่านั้นหรือไม่ โดยขอให้รอความชัดเจนภายในเดือนนี้

“อนุทิน” ย้ำจับยาบ้า แยกผู้ค้า-ผู้เสพจากพฤติกรรม
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่าการครอบครองยาบ้า ไม่ว่าจะปริมาณมากน้อย แค่ไหน คือผิดกฎหมาย และแม้มีอยู่ไม่เกิน 5 เม็ด แต่ถ้ามีพฤติกรรมเป็นผู้ค้า ก็ต้องถูกจัดหมวดเป็นผู้ค้า เราจะดูจากว่าเคยถูกจับกุมมาก่อนหรือไม่ ไม่ใช่ว่าเห็นไม่เกิน 5 เม็ดแล้วส่งบำบัดหมด แบบนั้นผิด ของแบบนี้ ตรวจสอบดูได้ ใครผู้ค้า ใครผู้เสพ ผู้ค้าทำผิดมากกว่าอยู่แล้ว ส่วนที่เป็นห่วงว่าสถานที่บำบัดไม่เพียงพอ ก็อาจจะต้องไปรักษากันในค่ายทหาร ทุกอย่างมีทางออก
“ท่านนายกฯ กำชับให้ทาง สธ.ไปเขียนมาให้ชัดเจน ข้อบังคับทั้งหลาย จะได้เลิกตีความกันผิดๆ และขอให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยกัน ซึ่งเราทำมาโดยตลอด เรื่อง 5 เม็ด เราดูได้แบบไหนผู้ค้า แบบไหนผู้เสพ ผู้ค้าโทษหนักกว่า การบำบัด ก็มองไปถึงเรื่องของค่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ก็มองหาสถานที่ไว้แล้ว เราเคยตั้ง ร.พ.สนามกันมาแล้ว ในช่วงโควิด เรื่องนี้แก้ไม่ยาก เรื่องการปราบปรามจับกุมคุมขัง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เราร่วมมือกัน ก็จับได้เยอะ แต่ก็ต้องช่วยกันระวัง”
by TVPOOL ONLINE