เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner
พลเอกหญิง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ ร่วมการซักซ้อมเสมือนจริงพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ประจำปี 2567 กองทัพไทยจัดการซักซ้อมพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค. 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดวันจัดพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ วันอังคาร ที่ 3 ธ.ค. 2567
ในการซ้อมครั้งนี้ เป็นการซ้อมใหญ่ความพร้อมเพรียงและความสมบูรณ์ของลำดับพิธี เสมือนจริงเป็นครั้งแรก ก่อนถึงวันประกอบพิธีจริงในวันอังคารที่ 3 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่องค์พระประมุข ในฐานะองค์จอมทัพไทย
การนี้ พลเอกหญิง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงนำการสวนสนามของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และทหารรักษาพระองค์ 3 เหล่าทัพ ในตำแหน่ง “องค์ผู้บัญชาการกองผสม” โดยมี พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมการซักซ้อมด้วย
สำหรับกำลังพลสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ครั้งนี้ ได้มีการจัดกำลัง เป็น 4 กรม 11กองพัน
ซึ่งประกอบกำลังพลจาก กรมสวนสนามที่ 1 มีจำนวน 1 กองพัน จัดจากกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
กรมสวนสนามที่ 2 จัดจากกรมนักเรียนนายร้อย 3 เหล่าทัพ
กรมสวนสนามที่ 3 จัดจากกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ กรมอากาศโยธิน กองพันทหารม้าที่ 25
กรมสวนสนามที่ 4 จัดจากกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ กองพันทหารปืนใหญ่ กองพันทหารราบ
กองพันที่ 11 จัดจากกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ โดยมี พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นผู้บังคับกองพันทหารม้า รักษาพระองค์
ในการซักซ้อมในครั้งนี้ เหล่าทหารรักษาพระองค์ ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมเพรียง ความเข้มแข็ง ความสามัคคี ร่วมถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์จอมทัพไทย ผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของเหล่าทหารรักษาพระองค์ ด้วยการเปล่งเสียงถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์อย่างกึกก้องพร้อมเพรียง
ภาพ สุรสิทธิ์ รัศมีกิตติกุล (Surasit Ratsameekittikul)

by TVPOOL ONLINE