เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

วันที่ 19 ธันวาคม 2567 กลายเป็นโพสต์ไวรัลถกสนั่นในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ลงในกลุ่ม พวกเราคือผู้บริโภค แชร์ประสบการณ์เข้าคลินิกฟันที่จำไม่รู้ลืม เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทั้งผู้ที่ไปใช้บริการ และบุคลากรทางการแพทย์ ทันตแพทย์ ผู้ช่วย ให้เพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของคนไข้

โดยเธอเขียนแคปชั่นเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ระบุว่า “เมื่อวานไปทำฟันมา ตอนที่น้องผู้ช่วยทำอะไรซักอย่างตอนแรก เรารู้สึกอยู่ว่า เหมือนมีอะไรเข้าไป แต่พอดีหมอเข้ามาปรับอุปกรณ์ทำอย่างอื่นจนเสร็จ ไอเราก็ไม่ได้สนใจ”

“จนเช้ามา รู้สึกแสบ ๆ จมูก ก็คิดว่ามีเข้มูกติดๆอยู่ แสบจมูกแสบคอไปหมด เลยเอาทิชชู่เข้าไปปั่น ๆ ดู สรุปยางดึงฟันเข้าไปอยู่ในรูจมูกฉั้นนนน!! ครืออั่ลลั้ยยยย ดีนะมันไม่เข้าไปข้างในหลอดลมหรือเครื่องในฉัน”

พร้อมแนบภาพ ทิชชู่ที่มีเครื่องมือแพทย์ติดอยู่

เมื่อโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลสนั่น มีทั้งคอมเมนต์จากชาวเน็ตเข้ามาสอบถามว่า “ปกติไปทำฟัน เขาเอาผ้าเขียวที่เว้นแค่ช่องปากปิดหน้าเราตลอดนะ คลินิกคงรีบจนข้ามขั้นตอนนี้ไป”

โดยเจ้าของโพสต์ก็ตอบกลับไปว่า “ปิดเหมือนกันค่ะ แต่ตอนทำเสร็จ ลุกขึ้นก็รู้สึกเหมือนมีแมลงหรือยุงบินเข้าจมูก ก็เคือง ๆ ไม่ได้สนใจอะไร”

นอกจากนี้ก็ยังมีคอมเมนต์ที่ จวกคลินิกทำฟันแรงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ว่าหากคนไข้ไม่เจอ หรือตัวเครื่องมือติดค้างในจมูก อาจทำให้ติดเชื้อจนเกิดการอักเสบขึ้นได้ และยังวิจารณ์การทำงานของ ทันตแพทย์ และผู้ช่วยว่า ควรมีความปลอดภัย แม่นยำมากกว่านี้

โดยคอมเมนต์หลายเสียงแนะนำให้ดำเนินการแจ้งเรื่องเพื่อเรียกร้องการชดเชยจากคลินิกทำฟันดังกล่าว และเป็นการเน้นย้ำเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก

กระทั่งในเวลาต่อมา ก็มีการถกเถียงถึงมาตรการและความปลอดภัยของคลินิกทำฟัน บางคอมเมนต์ตั้งข้อสังเกตว่า หลายคลินิกมีการให้ผู้ช่วย ดำเนินการต่าง ๆ แทนที่จะเป็นทันตแพทย์ มองว่าบางสิ่งเป็นการกระทำเกินขอบเขตผู้ช่วย

ขณะเดียวกัน ก็มีคอมเมนต์ที่เข้ามาถกว่า ผู้ช่วยทันตแพทย์เดี๋ยวนี้ ต้องจบหลักสูตรผู้ช่วยทันตแพทย์ 2 ปี จากมหาลัยชั้นนำมากมาย

ท่ามกลางการถกเถียงของชาวเน็ตในโลกโซเชียลว่าการทำหัตถการบางส่วน ควรเป็นเฉพาะแพทย์ หรือว่าผู้ช่วยก็สามารถทำได้กันแน่ พร้อมวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยในส่วนนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์เผยว่า อาการณ์แสบเคืองจมูกและคอ ทำให้เธอตัดสินใจไปพบแพทย์ และต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเธอได้ติดต่อทางคลินิกทำฟันต้นเรื่อง โดยทางคลินิกเพียงขอโทษ และชดเชยค่ารักษาพยาบาลให้เท่านั้น

ทางเจ้าของโพสต์จึงขอแชร์ประสบการณ์เป็นอุทาหรณ์ เพื่อเตือนภัยและเตือนใจใครหลายคน ทั้งผู้ใช้บริการและบุคลากรณ์ทางการแพทย์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเจอปัญหาสุขภาพ เสียทั้งทรัพย์สิน และเวลาเหมือนเธอ ซึ่งทางคลินิกจะมีการชดเชยเพิ่มเติม หรือชี้แจงอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป

by TVPOOL ONLINE