เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา พอร์ช อภิวัฒน์ และ อาม สัพพัญญู เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี ที่ สน.เตาปูน กทม. โดยหอบหลักฐานพร้อมข้อความ เข้าแจ้งความบันทึกประจำวันกับ ร.ต.ท.หญิง กชมล ปรีชาปิ่นละออ รอง สว.(สอบสวน) สน.เตาปูน หลังถูกโจมตีด้วยข้อความหมิ่นประมาท วิพากษ์วิจารณ์ทางโซเชียลมากมาย รวมถึงขู่ฆ่าเอาชีวิต หลังเป็นข่าวจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา

พอร์ช อภิวัฒน์ เผยว่า วันนี้มาแจ้งความดำเนินคดีที่เราโดนข่มขู่เอาชีวิต หลังจากจดทะเบียนสมรสกัน ต่อมาวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา มีคนส่งเข้ามาทางข้อความส่วนตัวว่าจะข่มขู่เอาชีวิต แต่ยังเปิดเผยละเอียดไม่ได้ แต่โดยรวมคือข้อความขู่ฆ่า ผู้ที่ส่งมาเขาเป็นใครก็ไม่รู้ มีการให้เหตุผลในการข่มขู่โดยอ้างถึงการไปจดทะเบียนสมรสของ LGBTQ+
ส่วนทางด้านด้าน อาม สัพพัญญู กล่าวว่า แอคเคานต์ดังกล่าวน่าจะเป็นแอคเคานต์หลุม แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าใครปลอม ต้องให้ตำรวจช่วยเหลืออีกที หลังจากที่เราไปจดทะเบียนสมรส ตอนแรกคิดว่าทุกคนจะมาอวยพรยินดีกับเรา แต่พอกระแสออกไปเป็นวงกว้าง มีข่าวสมรสเท่าเทียมมากขึ้น ทำให้เราเข้าใจว่า มีหลายคนในสังคมที่ยังไม่เข้าใจเรา ไม่เข้าใจ LGBTQ+ ยังคิดอยู่ว่าเราไม่ใช่มนุษย์ เป็นคนที่แตกต่าง

อาม สัพพัญญู กล่าวต่อว่า กลุ่มคนที่มีความอคติแบบนี้ เราไม่สามารถไปเปลี่ยนเขาได้ในชั่วข้ามคืน แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือกฎหมายมีไว้เพื่อรองรับและซัพพอร์ตชีวิตมนุษย์ทุกคนในสังคม สมรสเท่าเทียมถูกกฎหมายจะทำให้มนุษย์ 2 คน สร้างครอบครัวกันได้อย่างมั่นคง
อาม สัพพัญญู กล่าวอีกว่า แม้จะมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมออกมาแล้ว แต่กฎหมายก็ไม่ได้สามารถเปลี่ยนอคติที่มนุษย์มีให้กันได้ สิ่งที่จะเปลี่ยนได้คือเวลา เราใช้เวลาเพื่อแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่า การที่มนุษย์ 2 คนจะสร้างครอบครัวในรูปแบบที่แตกต่างจากเขา มันต้องใช้เวลาพิสูจน์ว่ามันไม่ได้มีผลร้ายอะไรกับสังคม

อาม สัพพัญญู กล่าวต่อว่า อยากจะขอร้องว่า ทุกคนควรให้เกียรติกัน ปฏิบัติต่อกันด้วยมารยาท ด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นคนที่เท่ากัน ไม่ผิดที่จะไม่เห็นด้วยหรือไม่ชอบ แต่การที่แสดงออกด้วยการแซะ การเหยียดกัน ด่ากัน หรือจนกระทั่งมาถึงขั้นข่มขู่เอาชีวิต ก็มีความจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมาย อย่างเมื่อวานที่เราไปอีเวนต์กันมา ยังต้องยิ้มแย้มกับทุกคน อยู่เจอแฟนคลับ ทำมาหากินตามปกติ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเรากลัวหรือหวาดระแวงแค่ไหน
“มีหลายคนพูดว่า อยู่ในที่แจ้ง ไฟส่องมาก็แบบนี้แหละ ซึ่งถูกต้องครึ่งนึง แต่อย่าลืมว่า เราก็เป็นคนเหมือนกับทุกคน มีชีวิต มีครอบครัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา นอกจากเราที่รู้สึกกังวล แม่เรา 2 คน ครอบครัวเรา เพื่อนเราก็กังวลกับเรามาก เผลอๆ อาจจะมากกว่าเราอีก อยากจะขอว่า ไม่ต้องเห็นด้วยก็ได้ แต่เก็บความไม่เห็นด้วยนั้นไว้ แสดงออกอย่างสุภาพ”

พอร์ช อภิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ดูกันต่อไปยาวๆ ดีกว่า ว่าความกลัวที่มีในใจนั้นมันจะเป็นจริงไหม ถ้ามันมีปัญหา เราก็แก้กันด้วยกฎหมาย แต่ไม่ใช่การด่าทอกันหรือการข่มขู่ทำร้ายกัน ตนก็ไม่ได้ตอบกลับอะไรไปในข้อความ
พอร์ช อภิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ถ้าฝั่งนั้นเขาติดต่อมาอยากจะขอโทษ ขอให้เป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น เนื่องจากตนมองว่า คนเราทุกคนเวลาพิมพ์ มีเวลาคิดไตร่ตรอง เราอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน เพราะฉะนั้นทำมาแล้วก็ว่ากันไปตามกฏหมาย

พอร์ช อภิวัฒน์ กล่าวต่อว่า เรา 2 คนเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เดี๋ยวนี้ทุกคนเปิดรับกันแล้ว มีแต่ความยินดี แต่ตอนนี้เราเลยได้รู้ว่า อคติเหล่านั้นไม่เคยหายไปไหน แค่มันยังไม่ผุดขึ้นมาเท่านั้นเอง เพียงแค่อาทิตย์นึงผ่านไป เราได้เห็นแล้วว่าความรุนแรงมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เราก็รู้สึกตกใจ ทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ เราแค่มีความแตกต่างกันเรื่องของความรัก
อาม สัพพัญญู กล่าวว่า ถ้าเป็นข้อความ คำที่บูลลี่ วิพากษ์วิจารณ์ ด่าทอ ทนายก็บันทึกภาพไว้หมดแล้ว เดี๋ยวจะดำเนินการกันต่อไป ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง เราก็ปลอบกันทุกวัน ตนเห็นถึงความเครียดของเขา เขาเห็นถึงความเครียดของตน

“เราออกไปข้างนอกบ้านแบบระวัง ซึ่งมันไม่ใช่ชีวิตที่ควรจะเป็นหลังจากเพิ่งแต่งงานกันมา เพิ่งจดทะเบียนสมรสกันมาแค่ 1 อาทิตย์เอง มันควรจะมีแต่เรื่องราวดีๆ คนสองคนรักกัน พยายามที่จะสร้างครอบครัวให้มั่นคงด้วยกัน กลับกลายเป็นว่าโดนข่มขู่ขนาดนี้”
อาม สัพพัญญู กล่าวต่อว่า เรื่องของความแตกต่างกัน มนุษย์ทุกคนแตกต่างกันหมด เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่า เราจะหยิบจับความต่างนี้มาเป็นอคติในใจ แล้วถึงขั้นไปด่าทอ ขู่อาฆาตเขา มองว่าคนเราน่าจะต้องมีขอบเขตและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ข้อความที่ตนได้รับมาค่อนข้างจะเยอะมาก จากใครก็ไม่รู้ที่เราไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่เราสามารถตามตัวเขาได้

พอร์ช อภิวัฒน์ กล่าวเสริมว่า ไม่เห็นด้วยได้ มีสิทธิ์จะพูดเลยว่าไม่เห็นด้วย แต่การดูถูกเหยียดหยาม การด้อยค่าความเป็นคนนั้นไม่สมควร อย่างวันนั้นที่เราพูดว่า เรามีแพลนจะมีลูกกันแล้ว ก็มีคนมาพูดว่า ลูกเราน่าจะเป็นสิ่งปฏิกูลหรือเปล่า มันไม่มีประโยชน์ที่จะพูดแบบนี้กับมนุษย์อีกคนนึงเลย

พอร์ช อภิวัฒน์ กล่าวต่อว่า อยากให้แสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ ไม่ผิดที่จะไม่เห็นด้วย แต่จะต้องรู้เสมอว่า บุคคลพึงอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันและได้รับการดูแลด้วยกฎหมายอย่างเสมอภาคกัน เพราะฉะนั้นถ้าอะไรที่เราทำแล้วฝ่าฝืนกฎหมายไปถึงบุคคลอีกบุคคลหนึ่ง ก็มีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายเข้ามาดูแล ถ้าไม่ชอบก็แค่ปัดผ่านแค่นั้นเอง
อาม สัพพัญญู กล่าวเสริมว่า อยากจะฝากถึงคนที่โดนบูลลี่เหมือนเรา ให้รวบรวมความกล้าออกมา บางเรื่องถ้าเรายอมได้ แบบที่เรายอมกันมาตลอดก็ยอมไป ไม่เป็นไร ไม่ผิด แต่อะไรที่มันเกินขั้นไปแล้ว ซึ่งมนุษย์ทุกคนมีบาร์ต่างกัน เมื่อมันถึงจุดที่ไม่ไหวแล้ว ตนมองว่าเราทุกคนอยู่ในสังคมที่มีกฎหมายฉบับเดียวกัน สามารถให้กฎหมายช่วยเหลือได้ บางทีเราไม่สามารถช่วยเหลือตัวเราเองได้ทั้งหมดเวลาโดนอะไรแบบนี้ มันค่อนข้างหนัก จะมีกฎหมายนี่แหละที่จะช่วยเราได้
ที่สุดของความริษยา “กิ๊ก สุวัจนี” อวดห่นเป๊ะ เอว 24 เกินต้านทวงบัลลังก์นางร้ายตัวจริงของวงการบันเทิง
ฮือฮาทะเลเดือด! #น้ำตาลชาลิตา #สายป่านอภิญญา โพสต์รูปบิกีนี่สุดแซ่บสวยสดใสกันจริงๆ
by TVPOOL ONLINE