มหากาพย์ช่อง 3
เรื่องของความต่างอย่างไม่เข้าใจ
เรื่องราวของช่อง 3 ที่ใครๆ คิดว่าอย่างไรก็คงจะจบง่ายๆ กลายเป็นว่าเล่นบทยื้อไปอีก ทำให้กสทช. ต้องทำงานหนักต่อไปอีก เพียงแค่การไม่ยอมรับกติกาที่กำหนดให้ก่อนการประมูลดิจิตอล จริงๆ แล้วถ้าไม่เห็นด้วยต้องแย้งก่อนประมูล ไม่ใช่ประมูลแล้วแย้งภายหลังเช่นนี้
เกริ่นให้ทราบนิดหน่อยถึงต้นทุนคร่าวๆ ทีวีดิจิตอล ที่ “ต้องจ่าย” รายได้ให้ mux หรือค่าบริการโครงข่าย HD. 14 ล้าน 3 แสน SD. 4 ล้าน 6 แสน ใครครอง HD. จะสาหัสแค่ไหน เป็นเรื่องทุกข์ระกำลำบากทีเดียว ค่าใช้จ่ายสารพัดประดังเข้ามา ถ้าช่อง 3 ไม่พยศไม่ป่วนวงการทีวีดิจิตอลเกิดแล้ว แบบใครดีใครอยู่ ทุกวันนี้ค่าใช้จ่าย เช่น ค่าสตาฟฟ์ เดือนละรวมๆ ขั้นต่ำ 5-10 ล้าน ขึ้นอยู่กับค่าจ้างผู้บริหาร (บางเจ้ามากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้) แล้วแต่การบริหารจัดการของแต่ละองค์กร
ค่าสตูฯ เครื่องไม้เครื่องมือ CG ฉาก รวมทั้งค่าพนักงาน เจ้าที่เคยเป็นเคเบิ้ล มาก่อน เช่น “เนชั่น ทีวีพูล อาร์เอส สปริงนิวส์ วอยส์ TNN24” ลงทุนเพิ่มอีกไม่มาก ลดจากช่องที่ไม่เคยทำมากถึง 80% เคยเป็นเคเบิ้ลยังไง ปรับนิดหน่อยก็ออนแอร์ได้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ได้เพิ่ม
หนักสุดคือ Contents บางแห่ง ส่วนใหญ่เป็นไทม์แชริ่ง 70% ผลิตเอง 30% โดยเฉพาะข่าวต้องผลิตเอง (ค่ายผลิต Contents เองทั้งหมด ซึ่งมีหลายเจ้า ต้องแบก Cost เดือนละหลายสิบล้าน)
สังเกตหรือไม่ช่วงสตาร์ทแรกๆ ทุกค่ายออกตัวกันแรง แต่ได้แค่เงื้อ ตอนนี้เกือบทุกช่องต้องเบรกตัวเอง “ยังไม่ปล่อยของ” รอสถานการณ์ช่อง 3 ให้นิ่งรอ กสทช. แจกกล่องให้พร้อม ทีวีดิจิตอลทุกช่องเขาพร้อมที่จะวัดรอยเท้ากับช่อง 3 นาทีต่อนาที รายการต่อรายการ คาดว่ายังไงช่อง 3 ก็ชนกับกสทช. ไม่ชนะ วิบากกรรมจะตกถึงเขาแน่นอน
นับต่อนี้ไป ถ้าช่อง 3 จอดำหรือยอมออกคู่ขนาน วงการโฆษณาจะเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เอเจนซี่ที่เคยหวานอมขมกลืน ถูกกดหัวขึ้นราคาโฆษณา แต่พูดอะไรไม่ได้ ไม่มีทางเลือก ต้องยอมช่อง 3 ตลอดมา เขาขึ้นราคาเท่าไหร่ก็ต้องซื้อ เพราะมีแค่ช่อง 7 กับช่อง 3 2 ช่องเท่านั้น คราวนี้เอเจนซี่มีทางออก พอมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะคุณภาพดิจิตอลเหนือกว่าอนาล็อกอยู่แล้ว สามารถเลือกแพลนโฆษณาตามช่องต่างๆ ได้ เพราะรายการไม่ว่าช่องไหนๆ ถ้าคุณภาพดีจริง ชาวบ้านดูแน่นอน
อีกไม่นาน “เวิร์คพอยท์ ทรู แกรมมี่” และเจ้าอื่นๆ ต้องถอนรายการจากช่อง 3 เพื่อไปสร้างบ้านตัวเองให้แข็งแรง วันนี้วันที่ดิจิตอลไม่เสถียร เวิร์คพอยท์ก็เก็บค่าโฆษณาจากช่อง 3 ไปก่อน แล้วเอารายการมาออนช่องตัวเอง แถมให้ลูกค้า สร้างบุญคุณอีกต่างหาก นี่คือสิ่งที่ปิดปากเงียบไม่ออกมาช่วยเพื่อนดิจิตอลอื่นๆ ที่เขารวมตัวทวงคืนความถูกต้องให้ชาติที่ถูกเอาเปรียบทางสัมปทาน
ด้านวาไรตี้ วาไรตี้คือจุดอ่อนช่อง 3 ตั้งแต่ตั้งสถานีมาคือเรื่องรายการ วาไรตี้ เกมโชว์ รายการจะวนอยู่กับลูกน้องในสถานีที่รายการขอมา รายการจึงอ่อนปวกเปียก ไม่เคยมีน่าสนใจ ยกเว้น “ตีสิบ” ก็ไปแย่ง 7 สีมา ซึ่งพยายามตลอดมาก็แพ้ 7 สี ถ้าไม่มีค่ายเวิร์คพอยท์ ไม่มีค่ายทรู (the voice) วาไรตี้ช่อง 3 แทบจะเป็นศูนย์ สู้ใครไม่ได้เลย
ด้านข่าว ครอบครัวข่าวที่เคยมั่นใจว่าแข็งกว่าใคร เพราะมี “สรยุทธ, กิตติ บัญชา” ก่อนนี้มีแข่งกันกับ 7 สี 2 เจ้า เดี๋ยวนี้มีเนชั่น ไทยรัฐ เดลินิวส์ อาจด้อยกว่าในเรื่องชื่อผู้ประกาศ แต่ทีมข่าว ทีมครีเอทีฟ คนเบื้องหลัง เหนือกว่าช่อง 3 แน่นอน โดยเฉพาะเนชั่น กวักมือเรียกช่อง 3 ทุกวัน ให้ออกจากกระดองมาสู้กันอย่างเสรีที่เวทีเดียวกัน ไม่ใช่เอาความได้เปรียบจากการยัดเยียดมายาวนาน และจะยังยึดแนวทางเดิมต่อ เนชั่นบอกว่าเอาสมองมางัดกัน
ด้านละคร นอกจากสู้กับ 7 สี และแพ้เกือบทุกเรื่อง ต้องเจอแกรมมี่ เอ็กแซ็กท์ บนสนามเดียวกัน แนวละครเดียวกัน ยังมีอาร์เอส โมโน PPTV ที่ตอนนี้ซุ่มเตรียมละครเจ้าละ 10 เรื่อง พร้อมชนทุกแนวละครที่ช่อง 3 มี ตรงนี้คือสิ่งที่ช่อง 3 คาดไม่ถึง เพราะอาร์เอส โมโน ยังไม่ปล่อยของเด็ด เขาพูดตลอดเวลาว่าจุดอ่อนช่อง 3 อยู่ตรงไหนรู้หมดแล้ว
คำพูดสบประมาทจากช่อง 3 ที่ว่าทีวีดิจิตอลทั้งหมดที่มีอยู่ไม่มีคุณภาพ ประมาณว่ารายการห่วยนะแหละ ด่าโครงข่ายว่าทำไปแค่ 20% สร้างความไม่พอใจให้ทุกค่าย แค่เขาไม่ออกมาโต้เท่านั้นเอง รอลงมาสู้ในเวทีเดียวกัน เพราะที่มีอยู่ของช่อง 3 ก็ใช่จะเป็นรายการคุณภาพ เป็นเพียงแค่ช่องของความเคยชิน รายการอื่นนอกจากละคร (ที่คู่แข่งรอจังหวะเปิดตัว) เท่านั้นที่ดูมีภาษี รายการอื่นๆ ต้องบอกว่าไม่แตกต่างจากรายการเคเบิ้ลทีวีด้วยซ้ำ
นับเป็นปรากฏการณ์ที่สำคัญตั้งแต่ตั้งสถานีมา เคยมีใครด่าช่อง 3 ขนาดนี้หรือไม่ จากมิตรก็มองเขาเป็นศัตรูหมด เพราะเขาพูดความจริง เขียนความจริง แล้วไปโกรธเขา เพราะไม่มีสื่อไหนเข้าข้างเลย (ยกเว้นสื่อมีสี) มีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนล้านจะมีสุขได้อย่างไร เมื่อมีคนตะโกนด่าตระกูลทุกวัน พูดอะไรไปก็ถูกตอบโต้ทุกเม็ด เพราะมวลชนเขาพูดเรื่องความถูกต้องก่อนประมูล แต่ช่อง 3 เถียงไปน้ำขุ่นๆ เพื่อจะขอประวิงเวลาในศาล ทั้งๆ ที่รู้ว่าฟ้องกสทช. ไม่มีทางชนะ
ช่อง 3 กลัวเรื่องคู่แข่งที่จะมาเบียดมากๆ อีก ทั้งดาราที่เซ็นสัญญาไว้หลายคนและคนเบื้องหลังที่กว้านซื้อมาอยู่ช่อง 3 แล้วก็ไม่มีงานให้ทำ เขาหลายคนก็จะหมดสัญญา ทำท่าไม่ต่อสัญญาก็มาก คู่แข่งในเวทีดิจิตอลน่ากลัวหลายเจ้า คิดหรือว่าไทยรัฐจะยอมง่ายๆ เพราะลงทุนทั้งเครื่องมือและบุคลากรนับพันล้าน ดาราดังที่จะหมดสัญญา คนทำรายการที่แกร่งๆ ก็เตรียมจะมาร่วมขบวนด้วย ตรงนี้ต่างหากช่อง 3 กลัวที่สุด
เหล่านี้ก็คือสาเหตุที่ช่อง 3 แหยงกับการจะลงสนามแข่งกับดิจิตอลในรูปแบบคู่ขนาน… พยายามจะยื้อทั้งๆ ที่รู้ว่าการปฏิรูปสื่อในครั้งนี้คือการจะขจัดสื่อสัมปทาน 2 เจ้าที่เอาเปรียบทรัพยากรของรัฐมาอย่างยาวนาน ชาติเสียในสิ่งที่ควรได้อย่างมหาศาล การพึ่งพาศาลเพื่อจะยื้อต่อชีวิตไปวันๆ คือเกมที่ต้องทำในขณะนี้
ถ้าไม่เห็นแก่ชาติบ้านเมืองที่ถูกสื่อสัมปทานเอาเปรียบ จ่ายให้รัฐนิดเดียว เจ้าของสัมปทานรับเป็นแสนล้าน ก็เห็นแก่เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นมาปกป้องทรัพยากรของแผ่นดิน ยอมรับกติกาขององค์กรอิสระเหมือนช่อง 7 – ช่อง 9 เป็น บ้านเมืองก็เดินต่อไปได้ อย่าต้องให้คสช. ต้องเอ็กเซอร์ไซส์เลย เรื่องมันจะยุ่งไปกันใหญ่
ต้อย แอ็คเน่อร์
by TVPOOL ONLINE