เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย สส. พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยภารกิจสำคัญคือการเข้าเยี่ยมและประเมินสถานการณ์ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งดูแลผู้อพยพกว่า 2,000 คน

ข่าวที่น่าสนใจ

“สส. ภคมน” ฟาดยับ รัฐบาลทำช้าเกินเหตุงัดฐานข้อมูลแพลตฟอร์มกลาง นำร่องช่วย 100 ชีวิตออกจากซอย

นางฟ้ามาโปรด! “เพลง ชนม์ทิดา” ส่งเรือด่วนช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

​นายณัฐพงษ์เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบว่า ศูนย์พักพิงชั่วคราว ม.ราชภัฏสงขลา มีความพร้อมในการผลิตอาหารได้ประมาณ 2,500 กล่องต่อวัน และสามารถแจกจ่ายไปยังผู้ประสบภัยนอกศูนย์ได้บางส่วน แต่พบข้อแตกต่างจากศูนย์ใหญ่ที่ ม.อ. คือ วัตถุดิบอาหารสดมีสำรองไม่มากนัก ต้องจัดหาแบบวันต่อวัน

​นอกจากนี้ สิ่งที่ศูนย์พักพิง ม.ราชภัฏสงขลายังขาดคือ ทีมงานบริหารจัดการหน้างานที่มีประสิทธิภาพ นายณัฐพงษ์ชี้ว่าควรมีการจดบันทึกข้อมูลสำคัญของผู้ประสบภัยที่เข้ามา เช่น จำนวน กลุ่มเปราะบาง และการบริหารจัดการสต็อกสิ่งของที่มีผู้ต้องการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การจัดการทรัพยากรมีประสิทธิภาพสูงสุด

​ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างมูลนิธิและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อระดมสรรพกำลังมาสนับสนุนศูนย์พักพิง ม.ราชภัฏเพิ่มเติม โดยได้ประสานไปยัง ค่ายเสนาณรงค์ เพื่อขอการสนับสนุนวัตถุดิบอาหาร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีความพร้อมหากได้รับการร้องขอ

​พร้อมกันนี้ พรรคประชาชนยังได้ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาสังคม เช่น มูลนิธิกระจกเงา เพื่อให้มาประจำจุดที่ศูนย์พักพิงที่มีความต้องการการสนับสนุนมากที่สุดก่อนเป็นลำดับแรก

​พรรคประชาชนยังได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเสริมการปฏิบัติงานของหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ โดยเฉพาะการสนับสนุน โดรนจับความร้อนเพิ่ม 2 ตัว และโดรนส่งของอีก 3 ตัว พร้อมผู้ขับโดรน (Operator) เพื่อให้หน่วยกู้ภัยที่ทำงานร่วมกับ สส. ภคมน หนุนอนันต์ ในหาดใหญ่ สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น

​นายณัฐพงษ์เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือ การประสานงานและบูรณาการการทำงานโดยเร็ว โดยเรียกร้องให้ส่วนราชการ โดยเฉพาะ มทบ. 42 เร่งประสานงานไปยัง “ทุกศูนย์พักพิง” ทั้งศูนย์ที่ประกาศโดยรัฐ และ “ศูนย์พักพิงอิสระ” ที่ประชาชนดูแลกันเอง เช่น ที่ ม.ทักษิณ และจุดอื่น ๆ เพื่อให้ทราบถึงความขาดแคลนและสามารถสนับสนุนทรัพยากรที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง

​นอกจากนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานที่ล่าช้าจากจำนวนผู้อพยพที่มาก นายณัฐพงษ์ได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณาใช้ระบบ https://jitasa.care ในการเปิดรับความช่วยเหลือและจัดการข้อมูล เนื่องจากเป็นระบบที่เคยผ่านการทดสอบมาแล้วในช่วงวิกฤตโควิดและสามารถกระจายงานให้ทีมอาสาเข้าไปปิดเคสได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันมีเคสแจ้งความช่วยเหลือกว่า 28,800 เคส

​ในช่วงท้าย นายณัฐพงษ์เรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง เพื่อสั่งการให้ชัดเจนจากฐานข้อมูลที่แม่นยำ และใช้อำนาจที่มีอย่างรวดเร็วและเท่าทันต่อสถานการณ์

​”ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ การตัดสินใจหน้างานต้องเด็ดขาดและรวดเร็ว เพราะทุกวินาทีที่ลังเลไม่ตัดสินใจ คือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกับประชาชนด้วย ผู้บัญชาการต้องเป็นคนเดียว ศูนย์บัญชาการต้องมีฐานข้อมูลเดียวที่รวบรวมครบถ้วนทุกจังหวัดในพื้นที่วิกฤตและคาดว่าจะวิกฤต การบัญชาการที่ชัดเจนจะช่วยลดความเสี่ยงภัยพิบัติได้สูงมาก” นายณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้าย

by TVPOOL ONLINE