เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

จากรณีที่ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต เรียกร้องให้มีการตรวจสอบนายพิศาล มาณวพัฒน์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชนด้วย ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

“ถ้าครอบครัวเขาให้อภัยแล้วจะให้ดิฉันทำอะไรคะ และการที่เอาเรื่องส่วนตัวแบบนี้มาถามในที่สาธารณะ ให้ดิฉันไปตอบแทน คนถามกับคนตอบต้องพิจารณาตัวเองด้วยสักนิดหนึ่ง”

เมื่อถามย้ำว่ากรณีนายพิศาล ยังมีเรื่องจุดยืนสมัยรัฐประหาร น.ส.รักชนก ตอบทันทีว่า ทุกท่านรู้หรือไม่ว่าในอดีต อย่าเรียกว่าเป็นสลิ่มเลย เรียกว่าเป็นพวกคลั่งเจ้าแบบสุดโต่ง อยากจะฆ่าคน อยากจะไปกระทืบคนด้วยซ้ำ ตนยังเปลี่ยนได้เลย ในวันที่ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ได้เห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศจริงๆ หรือเป็นแนวทางที่ทำให้ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ

“แน่นอนว่าในอดีตคนเราจะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่คนเราเปลี่ยนในทุกวัน เปลี่ยนได้ตลอด และไม่ได้ไปเปลี่ยนได้แค่จากสนับสนุนรัฐประหารมาเป็นไม่สนับสนุน แต่จากไม่สนับสนุนไปสนับสนุนยังได้เลย ดังนั้น การทำงานของพรรคประชาชนตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พวกเราใช้สัญลักษณ์สามเหลี่ยม เพราะอยากจะมัดรวมคน 99 %ให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ให้เข้าใจว่าจริงๆ ว่าไม่ใช่มาต่อสู้กันเอง ไม่ใช่เหลือง แดง ส้ม น้ำเงิน แต่กลุ่มคนที่เราควรจะมารวมกันและรวมพลังกันต่อสู้คือชนชั้นนำ 1% ที่ถือครองทรัพย์ทรัพยากร 99% ของประเทศนี้ไว้ แล้วไม่ปล่อยให้ทรัพยากรนั้นถูกจัดสรรใหม่ ไม่ปล่อยให้กระเด็นมาถึงชนชั้นล่าง พอหลายคนได้ทำความเข้าใจใหม่ พรรคประชาชนต้อนรับ ไม่ว่าจะมาจากเฉดไหนก็ตามแต่” น.ส.รักชนก กล่าว
ทั้งนี้ น.ส.รักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าวันนี้ท่านยินดีสมาทาน แนวทางที่สนับสนุนประชาชนในประเทศนี้ให้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ถ้าท่านมีแนวทางที่สนับสนุนประชาธิปไตยและยินดีที่จะดำเนินแนวทางวิธีการการเมืองแบบพรรคประชาชน เรายินดี เพราะถ้าเราไม่ยินดีที่ต้อนรับคนใหม่ๆ สุดท้ายเราจะรวมคนได้ 99% ได้อย่างไร ไม่มีทาง
ขณะที่ต่อมา นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ได้ออกมาโพสต์เดือดถึง ไอซ์ รักชนก ว่า
สติค่ะedok การที่ดิชั้นออกมาฟาดเรื่องพิศาล มาณวพัฒน์ ไม่ใช่เรื่องของการจองเวรส่วนตัว แต่มันคือการตั้งคำถามกับ “มาตรฐานจริยธรรม” และ “กระดูกสันหลัง” ของพรรคที่อ้างว่าเป็นความหวังของประชาธิปไตย แต่กลับคว้าเอาเศษซากของระบอบ คสช. มาชุบตัวใหม่ในคราบสีส้ม
ขอตอบประเด็นที่อีไอซ์ “สวน” (ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการแถไถมากกว่า) เป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ:
1. เรื่องชู้สาว: “จริยธรรม” ไม่ใช่เรื่องในมุ้ง แต่มันคือความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ อีไอซ์บอกว่า “ถ้าเมียเขาให้อภัยแล้ว คนนอกจะเอาอะไรอีก” ตรรกะนี้มันคือนักการเมืองรุ่นโบราณฉิบหาย! ถ้าเป็นพรรคอื่นมีเรื่องแบบนี้ พรรคประชาชนจะด่าเขาว่า “ขาดจริยธรรม” ทันทีไม่ใช่เหรอ? การที่คนจะเป็น “รมว.ต่างประเทศ” ซึ่งต้องเป็นหน้าตาของชาติในระดับสากล แต่กลับมีประวัติอื้อฉาวเรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานจนถูกร้องเรียนถึงกระทรวงฯ มันสะท้อนถึง Integrity (ความซื่อสัตย์) และการใช้อำนาจในทางที่ผิด ถ้าเขายังซื่อสัตย์กับครอบครัวไม่ได้ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาจะซื่อสัตย์กับประชาชน? อย่ามาทำเป็นโลกสวยว่า “เรื่องส่วนตัว” เพราะในมาตรฐานการเมืองใหม่ “ตัวตนของนักการเมืองคือสมบัติสาธารณะ” ค่ะ e🐃
2. เรื่อง “คนเราเปลี่ยนได้”: เปลี่ยนใจ หรือ เปลี่ยนคอก? นังไอซ์เปรียบเทียบตัวเองว่าเคยเป็นสลิ่มแล้วเปลี่ยนได้… ค่ะ ไอซ์เปลี่ยนจาก “เด็ก” มาเป็น “นักสู้” นั่นคือการเติบโตทางความคิด แต่พิศาลคือ “ข้าราชการระดับสูง” ที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปบิดเบือนความจริงให้ชาวโลกฟังว่า “ไทยไม่มีนักโทษการเมือง” ในขณะที่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของอีไอซ์หลายคนถูกจับติดคุก! ถามคำเดียวค่ะ: ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พิศาลเคย “ขอโทษ” ต่อสาธารณะหรือยัง? เคยถอนคำพูดที่เขียนโกหกใน Washington Post ไหม? ถ้ายัง… นั่นไม่ใช่การเปลี่ยนใจ แต่มันคือการ “ฉวยโอกาส” เกาะกระแสพรรคที่กำลังมาแรงเพื่อฟอกขาวตัวเองให้พ้นมลทินจากการเป็นขี้ข้าเผด็จการ
3. ตรรกะ 99% vs 1%: พิศาลนี่แหละคือเนื้อแท้ของ 1% อีไอซ์บอกว่าอยากรวมคน 99% เพื่อสู้กับชนชั้นนำ 1%… ตลกไหมคะ? พิศาลนี่แหละคือ “มือไม้” ของชนชั้นนำ 1% ตัวจริงเสียงจริง! เขาคือคนที่รับใช้ระบอบที่กดขี่คน 99% มาทั้งชีวิต การเอาเขามาร่วมนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ไม่ใช่การขยายฐานมวลชน แต่มันคือการ “เปิดประตูให้หมาป่าเข้ามาในฝูงแกะ” ถ้าพรรคประชาชนยอมรับคนที่มีประวัติปกป้องรัฐประหารและบิดเบือนความจริงเรื่องสถาบันฯ เพียงเพราะเขา “โหวตให้พิธา” (เพื่อรักษาตัวรอดในฐานะ สว.) งั้นพรรคก็อย่ามาพูดเรื่อง “ความชัดเจน” หรือ “อุดมการณ์” อีกเลยค่ะ เพราะสิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้มันคือ “การเมืองแบบสมประโยชน์” ไม่ต่างจากพรรคที่คุณเคยด่าเขาไว้เลย
ฝากไว้ให้คิดนะคะอีไอซ์… การตรวจสอบคนในพรรคต้องทำ “ถึงพริกถึงขิง” อย่างที่มึงว่าจริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่การ “หลับตาข้างเดียว” เพราะเขาเป็นพวกเดียวกัน การปกป้องคนที่มีตำหนิทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวแบบนี้ มันจะทำให้ “มาตรฐาน” ของพรรคประชาชนต่ำลงไปเท่ากับพรรคเน่าๆ ในอดีต… โทษนะคะ จะรีแบรนด์กี่รอบ ถ้ายังใช้ “ขยะใต้พรม” ชุดเดิมมาแต่งหน้าทาปาก ประชาชนเขาก็ดูออกค่ะ!

by TVPOOL ONLINE