สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ทางเรือและกองทัพอากาศมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า “กองเรืออาร์มาดา” ของสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าไปยังอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นกับอิหร่าน
กลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีกำลังเคลื่อนพลสู่ภูมิภาค ภายหลังที่กองทัพสหรัฐฯ เคยเสริมกำลังครั้งใหญ่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพียงไม่กี่วันก่อนการโจมตีฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ในระหว่างสงคราม 12 วันของอิสราเอลกับกรุงเตหะราน ขณะที่ในเดือนนี้ ทรัมป์ประกาศสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในอิหร่านโดยกล่าวว่า “ความช่วยเหลือกำลังเดินทางไป” ท่ามกลางการปราบปรามอย่างรุนแรง
เรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัม ลินคอล์นได้เปลี่ยนเส้นทางจากทะเลจีนใต้เมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ก่อนเพื่อมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง โดยกลุ่มเรือโจมตีนี้ประกอบด้วยเรือทำลายล้างชั้น Arleigh Burke ที่ติดตั้งขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายลึกเข้าไปในดินแดนอิหร่าน พร้อมระบบการต่อสู้เอจิสป้องกันขีปนาวุธนำวิถีและภัยทางอากาศ ทรัมป์กล่าวว่า “เรากำลังจับตาอิหร่าน เรามีกองกำลังขนาดใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้าไปที่นั่น และบางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องใช้มัน”
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่ากำลังพิจารณาส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศเพิ่มเติมไปยังตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันการโจมตีจากอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ขณะที่สหรัฐฯ มีทหารประจำการราว 40,000-50,000 นายกระจายอยู่ในฐานทัพอย่างน้อย 19 แห่ง ครอบคลุม 8 ฐานทัพหลักใน บาห์เรน อียิปต์ อิรัก จอร์แดน คูเวต กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
อิหร่านตอบโต้ด้วยการเตือนว่าการโจมตีทางทหารจะทำให้ฐานทัพสหรัฐฯ ทั้งหมดในภูมิภาคกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” โดย อาลี อับดอลลาฮี อาเลียบอดี หัวหน้าฝ่ายประสานงานกองทัพอิหร่านและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ออกมาเตือน ขณะที่ พลเอก โมฮัมหมัด ปากพูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ กล่าวว่าอิหร่าน “พร้อมยิ่งกว่าครั้งไหนๆ โดยนิ้วแตะอยู่ที่ไกปืน” ส่วน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าจะ “ยิงโต้กลับด้วยทุกสิ่งที่เรามี” หากถูกโจมตี
อิหร่านแสดงท่าทีแข็งกร้าวด้านความมั่นคงทางทะเล ด้วยการส่งกองเรือรบและเรือเร็วพิฆาต เข้าประจำการในระยะประมาณ 200 กิโลเมตรจากเรือบรรทุกเครื่องบิน “อับราฮัม ลินคอล์น” ของสหรัฐอเมริกา ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้กองเรือสหรัฐฯ ต้องชะลอการเคลื่อนกำลัง และรอคำสั่งจากกรุงวอชิงตัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความระแวงและความตึงเครียด

พร้อมกันนี้ อิหร่านยังได้ส่งเรือบรรทุกโดรน “ชะฮีด บาเกรี” (Shahid Bagheri) ออกปฏิบัติการในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก การเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณด้านการป้องปราม และการเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเผชิญหน้ากับกองเรือสหรัฐฯ

นอกจากนี้ อิหร่านยังเผยแพร่ภาพถ่ายเรือรบของสหรัฐฯ ที่บันทึกโดยอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนของฝ่ายตนเอง เพื่อแสดงขีดความสามารถด้านการข่าวและการเฝ้าระวังในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายจับตาความเคลื่อนไหวในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่า การเผชิญหน้าทางทหารระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย อาจนำไปสู่ความตึงเครียดที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านความมั่นคงและพลังงานของโลก

by TVPOOL ONLINE