เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีการเผยแพร่ภาพบัตรเลือกตั้งทั้งใบสีชมพูสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขต และใบสีเขียวสำหรับ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งปรากฏบาร์โค้ดบนตัวบัตร เมื่อทดลองสแกนก็พบว่าบัตรแต่ละใบมีรหัสเฉพาะ (unique ID) ที่แตกต่างกัน จนนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของผู้ลงคะแนน

โดยมีชาวเน็ตออกมาตั้งข้อสงสัยจำนวนมากว่า หากนำบัตรไปตรวจสอบย้อนกลับที่ต้นขัวของบัตรเลือกตั้งแล้ว สามารถระบุได้ว่าผู้ใช้สิทธิ์รายไหนลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด และอาจทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น หน่วยเลือกตั้ง หรือแม้แต่ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เนื่องจากต้นขั้วของบัตรมีการลงลำดับ และลายมือชื่อของผู้มาใช้สิทธิ์ ทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งและหลักการลงคะแนนเสียงอย่างลับซึ่งระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

ภายหลัง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาชี้แจงว่า ที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดอยู่ ก็เพราะเป็นขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้รู้ว่าคือว่าเป็นบัตรเลือกตั้งล็อตไหน ของหน่วยไหน เป็นมาตรการการควบคุม และรักษาความปลอดภัยชั้นดี บาร์โค้ดเป็นล็อตสำหรับการจัดพิมพ์เพื่อให้รู้ว่าเป็นล็อตไหน ผลิตเมื่อไหร่ ส่งไปที่ไหน วันที่เท่าไหร่ ซึ่งไม่มีใครทราบว่าเป็นข้อมูลของที่ไหน ซึ่ง กกต. รักษาความปลอดภัยไว้

อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์ยังคงมีการตั้งข้อสังเกตต่อไปว่ากรณีนี้อาจจะเป็นสาเหตุให้มีผู้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งได้นำเนินไปอย่างไม่เป็นความลับ ขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากบัตรลงคะแนนสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้ใช้สิทธิ์ได้ ซึ่งอาจจะเป็นผลให้ศาลตัดสินให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นโมฆะได้หรือไม่?

Image

by TVPOOL ONLINE