23 ก.พ 69 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า
ผมไม่ได้เคยบอกว่าพรรคดีพร้อมทุกอย่างแบบไม่มีข้อบกพร่องนะครับ การทำงานที่ผ่านมา พรรคเองก็มีทั้งจุดที่ต้องปรับปรุงและจุดที่พัฒนาไปมากพอสมควร ผมในฐานะคนที่อยู่ภายในพรรค เห็นชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงในหลายด้าน
.
แน่นอนว่า การปรับปรุงแต่ละครั้งย่อมมีทั้งผลที่เป็นไปตามเป้าหมาย และผลที่ไม่เป็นอย่างที่คาด บางเรื่องได้อย่างหนึ่ง แต่อาจกระทบอีกอย่างหนึ่ง บางครั้งคุ้มค่า บางครั้งก็อาจไม่คุ้มค่า นี่เป็นธรรมชาติของการทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะองค์กรทางการเมืองที่ต้องเผชิญความซับซ้อนตลอดเวลา
.
อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือ พรรคการเมืองอื่นก็ไม่ได้หยุดนิ่งนะครับ ทุกพรรคต่างก็มีการปรับตัวเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน สถานการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ทำให้สิ่งที่เคยเวิร์กในช่วงหนึ่ง อาจไม่เวิร์กในอีกช่วงหนึ่งได้
.
อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันได้ว่า ทุกการตัดสินใจและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะให้ผลดีหรือไม่ดี ทุกคนภายในพรรคต่างลงมือทำด้วยความตั้งใจที่ดี ไม่มีใครคิดร้าย หรือจงใจทำให้สิ่งต่างๆ ออกมาแย่ลง ความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ แต่เจตนาไม่ได้เป็นเช่นนั้น
.
.
ผมยังมองการวิจารณ์ในแง่บวก เพราะคนที่ยังวิจารณ์อยู่ แปลว่าเขายังห่วง ยังอยากเห็นพรรคดีขึ้น หากเขาหมดหวังจริงๆ เขาคงเลือกเงียบและถอยห่างไป
.
ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องตอบโต้ หรือจับผิดผู้วิจารณ์ว่า “รู้ข้อมูลไม่ครบ” หรือ “เข้าใจผิด” เพราะโดยธรรมชาติแล้ว คนภายนอกย่อมเข้าถึงข้อมูลได้จำกัด เขาจึงประมวลจากสิ่งที่เขามองเห็น ไม่มีใครสามารถรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ และการท้าทายว่า “ถ้าเก่งก็มาทำเองสิ” ก็ไม่ใช่วิธีคิดที่สร้างสรรค์ เพราะแต่ละคนต่างมีบทบาทหน้าที่ของตนเอง
.
เรื่องนี้ก็คล้ายกับแฟนบอล แฟนบอลย่อมไม่รู้รายละเอียดในสนามซ้อม หรือข้อมูลลึกในการซื้อขายนักเตะทั้งหมด เขาวิจารณ์จากสิ่งที่เห็นในสนามแข่งขัน หากเราบอกว่า ต้องมาเป็นโค้ชก่อนจึงจะมีสิทธิ์วิจารณ์ทีมได้ สุดท้ายฐานแฟนคลับก็อาจค่อยๆ หดตัวลง
.
ผมจึงคิดว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การจับผิดกันไปมา แต่คือการเปิดใจรับฟังกัน ตราบใดที่เรายังรับรู้ได้ว่าแต่ละฝ่ายมีความปรารถนาดีต่อพรรค และต่อบ้านเมือง แม้บางข้อมูลอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็ควรเปิดใจรับฟัง อันที่จริงแล้ว เราก็ควรถามตัวเองต่อด้วยซ้ำว่า เขาไปรู้ข้อมูลผิดๆ นั้นมาจากไหน และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากเจตนรมณ์ที่ดีเช่นนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และพรรคควรจะปรับปรุงแนวทางสื่อสารในอนาคตอย่างไร เพื่อให้ความเข้าใจระหว่างกันมีความถูกต้อง และชัดเจนขึ้น
.
อยากให้มองเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่มีใครถูกหมด หรือผิดหมด หากเรายังเชื่อว่าทุกฝ่ายมีเจตนาดีต่อพรรค และต่อประเทศ สิ่งที่ควรทำ คือ การรับฟัง ถกเถียงกันได้ แต่พอเถียงกันจบแล้ว ก็ให้ถอนหายใจสักเฮือก ส่งยิ้มให้กันสักหน่อย แล้วก็กอดคอกันไปร่วมกันแก้ไขปัญหาที่อุตส่าห์ถกเถียงกันมา แล้วก็ก้าวไปข้างหน้าร่วมกันต่อไป โดยไม่ต้องมาระแวงว่าจะสะดุดก้อนหินก้อนเดิมล้มคะมำเหมือนที่เคยล้มมา
by TVPOOL ONLINE