เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

จากกรณีที่ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม กับพวกเป็นจำเลย ในความผิดฐานฉ้อโกงเงิน น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย กว่า 100 ล้านบาท และถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึด และอายัดทรัพย์สินไว้ กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน จำนวน 3 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท

ล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. 69 ความคืบหน้าล่าสุด โดย ในกลุ่มแชทไลน์ “ข่าวทนายประชาชน” ซึ่งเป็นกลุ่มไลน์แจ้งข่าวและงานของทนายตั้ม น.ส.อโนชา เบี้ยบังเกิด น้องสาวทนายตั้ม ได้แจ้งความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้อง และสั่งคืนทรัพย์สินให้ ทนายตั้มทั้งหมดที่ถูกอายัด และให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากเหตุผลฟังไม่ได้ว่า ทนายตั้มมีพฤติกรรมฉ้อโกง และร่วมกันฟอกเงิน เจ๊อ้อย ที่ให้โดยเสน่หา

ทั้งนี้ขณะนี้ทางทนายความกำลังรอคัดสำเนาคำพิพากษาฉบับเต็มอยู่ ซึ่งจะมีรายละเอียดของคดีมากกว่านี้ต่อไป ขณะที่ทางด้านทีมข่าวของทีวีพูล ได้การโทรสอบถามกับ ทนายเดชา ถึงกรณีทนายตั้ม ซึ่ง ทนายเดชา ได้เผยกับทีมข่าวว่า ตนรู้สึกดีใจกับทนายตั้ม เพราะก่อนที่จะโดนคุมตัวไป ทนายตั้มก็ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ฉ้อโกง

“ส่วนตัวผมดีใจกับน้องมาก ที่ชนะคดี ซึ่งเราได้ฟังคำพิพากษา จะมียุ 2-3 ประเด็น ประเด็นแรกทนายตั้ม ไม่ได้ฉ้อโกงเจ๊อ้อย เพราะเป้นการให้โดยเสน่หา และประเด็นที่ 2 เมื่อไม่ได้ฉ้อโกง ก็เป้นปกติธุระ ดังนั้น ไม่ใช่ความผิดมูลฐาน ส่วนประเด็นที่ 3 เมื่อไม่เป็นความผิดมูลฐาน ก็ไม่สามารถยึดทรัพย์ในคดีฟอกเงินได้

สรุปง่ายๆ ทนายตั้ม ชนะทุกคดี ซึ่งหลังจากนี้จะมีผลต่อคดีอาญาด้วย มีโอกาสได้ประกันตัวสูง และจะมาสู้คดีต่อในช่วงเดือน มี.ค นี้ ที่มีการนัดสืบพยา โดยจะมีผลชนะในคดีอาญาด้วย” ส่วนทางด้าน เจ๊อ้อย ถ้าไม่ยอม ก็ต้องสู้คดีต่อ แต่ถ้าเกิดไม่เป็นความจริง ทนายตั้ม สามารถฟ้องกลับได้ ถือเป็นการกลั่นแกล้ง” ทนายเดชากล่าว

by TVPOOL ONLINE