สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดทองคำทั่วโลกสั่นคลอนอย่างหนัก ล่าสุด นายกสมาคมค้าทองคำ นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญว่า จากเหตุการณ์เปิดฉากโจมตีระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้ทางสมาคมฯ อาจมีความจำเป็นต้องประกาศปรับราคาสมาคมฯ ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นวันที่ตลาดปิดทำการ เพื่อสะท้อนราคาที่แท้จริงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยประเมินว่าการโจมตีครั้งนี้จะดันราคาทองคำในประเทศให้พุ่งสูงขึ้นกว่า 1,000 บาทต่อบาททองคำในทันที
ภาวะความผันผวนที่เกิดขึ้นส่งผลให้ร้านทองส่วนใหญ่ต้องประกาศงดรับซื้อและขายทองคำแท่งเป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง หากดำเนินการซื้อขายในช่วงที่ราคายังไม่นิ่งอาจส่งผลกระทบทั้งต่อผู้บริโภคและตัวผู้ประกอบการเอง โดยนายกสมาคมฯ ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและมีแนวโน้มบานปลายมากกว่าวิกฤตการณ์ในอดีตหลายครั้ง เนื่องจากคู่ขัดแย้งมีการเตรียมความพร้อมและอาจขยายวงกว้างจนกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบนาทีต่อนาที
ในขณะเดียวกัน นางภัทริน วชิรคพรรณ จากบริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด ระบุว่าทางสมาคมฯ ได้ขอความร่วมมือให้งดบริการระบบซื้อขายออนไลน์และทองคำแท่งทุกชนิดชั่วคราวไปจนถึงวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม โดยมีการคาดการณ์ว่าเมื่อตลาดเปิดทำการอีกครั้ง ราคาทองคำโลกมีโอกาสพุ่งกลับไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยพุ่งทะยานไปแตะระดับ 83,000 บาทได้ภายในสัปดาห์นี้ และหากสถานการณ์สู้รบยังไม่ยุติ ประกอบกับปัจจัยเสริมอย่างการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และนโยบายตอบโต้ทางการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังถูกจับตามองหลังคำวินิจฉัยของศาลสูงสุด ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่คนไทยจะได้เห็นราคาทองคำแตะระดับ 100,000 บาทต่อบาททองคำภายในปีนี้อย่างแน่นอน ซึ่งนายธีรรัฐ จุฑาวรากุล จาก InterGOLD ทิ้งท้ายว่าความผันผวนนี้จะยังคงอยู่กับเราไปอีกพักใหญ่เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นประเด็นที่จบลงได้ยากในระยะเวลาอันสั้น

by TVPOOL ONLINE