เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

รัฐบาลประกาศปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งสำคัญ โดยมีมติเห็นชอบให้ขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซล (B7) ขึ้นไปอยู่ที่ระดับไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร จากเดิมที่เคยตรึงไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร เพื่อให้สะท้อนกลไกตลาดและลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยจะเริ่มกระบวนการปรับขึ้นราคางวดแรกในวันที่ 18 มีนาคม 2569 นี้ ทยอยปรับขึ้นก่อน 50 สตางค์ต่อลิตร เพื่อลดแรงปะทะและไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนแบบฉับพลันจนเกินไป ในขณะที่กลุ่มน้ำมันเบนซินมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) จะปรับราคาขึ้นทันที 1 บาทต่อลิตร แต่ในทางกลับกัน ราคาน้ำมัน E20 จะมีการปรับลดลง 79 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้ส่วนต่างราคาระหว่าง E20 และ E10 ห่างกันถึงประมาณ 10 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของรัฐบาลที่ต้องการจูงใจให้ผู้ใช้รถหันมาเลือกใช้พลังงานทางเลือกที่มีราคาถูกกว่ามากขึ้น

สำหรับสถานการณ์ปัญหาน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่หรือ “น้ำมันแห้งหน้าปั๊ม” ที่ประชาชนกำลังกังวลอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลยืนยันอย่างหนักแน่นว่าปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศยังมีเพียงพอ โดยมีน้ำมันดิบสำรองที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและแองโกลาเพียงพอต่อการใช้งานได้นานถึง 101 วัน อีกทั้งโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศทุกแห่งยังคงเดินเครื่องผลิตอย่างเต็มกำลังเกิน 100% ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้บางปั๊มไม่มีน้ำมันจำหน่าย เกิดจากปรากฏการณ์ความตื่นตระหนกของประชาชนที่แห่กันไปเติมน้ำมันเพื่อกักตุน จนทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นเกือบ 2 เท่าจากสภาวะปกติ ส่งผลให้รถบรรทุกน้ำมันไม่สามารถขนส่งได้ทันรอบ ผนวกกับปัญหาที่ตัวแทนจำหน่ายรายย่อยหรือจ็อบเบอร์บางรายไม่ยอมแบกรับภาระค่าขนส่งในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้น้ำมันกระจายไปไม่ถึงพื้นที่ปลายทาง

ในการแก้ไขปัญหาด้านโลจิสติกส์เพื่อให้การกระจายน้ำมันกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมผ่อนปรนกฎระเบียบและข้อบังคับเรื่องช่วงเวลาวิ่งของรถบรรทุกน้ำมัน เพื่อให้สามารถเร่งระบายน้ำมันจากคลังไปสู่สถานีบริการได้มากขึ้นและรวดเร็วกว่าเดิม พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น เนื่องจากสถานการณ์กำลังจะคลี่คลายลง นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนระยะยาวในการนำน้ำมันดีเซล B10 และ B20 กลับมาจำหน่ายอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันถูกลงกว่าปกติได้ถึง 2 บาทต่อลิตร โดยในส่วนของ B20 นั้นจะเน้นรูปแบบการขายส่งตรงให้กับกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และการเกษตรเป็นหลัก ซึ่งมาตรการนี้นอกจากจะช่วยลดต้นทุนพลังงานแล้ว ยังเป็นการเตรียมรองรับผลผลิตปาล์มน้ำมันที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงเดือนเมษายน เพื่อพยุงราคาผลิตผลทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนราคา กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ได้ประสานความร่วมมือสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราและควบคุมระบบการค้าน้ำมันอย่างเข้มงวดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกักตุนสินค้าหรือสร้างกลไกราคาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค โดยหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุดทันที

by TVPOOL ONLINE