ทำเอา “หนูแหม่ม สุริวิภา” ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเลยทีเดียว ที่ได้ออกมาเปิดเล่าเรื่องราวที่เคยบาดหมางกันในอดีตกับ “แหม่ม คัทลียา” ซึ่ง หนูแหม่ม ได้เผยให้ฟังถึงเรื่องราวนี้ว่า

ย้อนไปพิธีกรสมาคมชมดาว วันนั้นพี่โกรธมั้ย
“มาก…จนเราไม่สามารถมองหน้ากันได้ และไม่สามารถได้ยินชื่อของอีกคนได้ ในขณะที่เราทำงาน น้องอยู่ท้ายเต็นท์ พี่อยู่หัวเต็นท์ เพราะมันยังมีงานของเราต่างหากด้วย แต่ก็มีโอกาสเจอกันในอีเวนต์ต่างๆ น้องอยู่หลังเต็นท์ใหญ่มาก พี่อยู่หน้าเต็นท์ พี่สั่นไปทั้งตัว อันนั้นน่าจะเรียกว่าอารมณ์โกรธ ทำอะไรไม่ถูก ใจหายไป มวนท้อง เหมือนอยากจะหายไปจากตรงนั้น งานไม่เสร็จเสียที ”
จุดเปลี่ยนความโกรธหายไปกลายเป็นความเข้าใจ
“ไม่สามารถบอกได้ว่ามันต้องทำอะไร แล้วมันเข้าใจตอนวินาทีไหน แต่มันจะค่อยๆ ที่คนเรียกว่ามันปิ๊งแว๊บ มันไม่ได้ปิ๊งแว๊บเรื่องเดียว มันจะค่อยๆละเอียดกับวิธีคิดของเราเรื่อยๆ มันมีเวลาหยุดคิดและเห็นว่าเวลานั้นไม่ใช่เรื่องของเรา อันนั้นไม่ใช่เหตุผลที่เราต้องหาเหตุผล อันนั้นไม่มีผิดไม่มีถูก เพราะมันไม่ใช่เรื่องของเรา”

“แต่แค่เราเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งที่ไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นเท่านั้น อันนี้คือที่พี่ทำได้ ทำให้ความโล่งใจ ความมวน ความอึน ทำให้เวลานึกถึงน้องพี่อยากจะไปหา เขา อยากเข้าไปจับ ก็มีภาพว่าถ้าเจอกัน จะไม่เป็นแบบวันนั้น ไม่สั่น ไม่อึน ไม่อยากหายไปจากตรงนั้น”
คุณแม่นางเอกดังเบื้องหลังกาวใจ?
“จนคุณแม่ของแหม่ม เป็นลูกค้าที่ร้านทำเล็บของพี่หนูแหม่ม ทำให้พี่เรียนรู้ว่า ความเป็นแม่ของคนเป็นแม่ มันวิเศษจริงๆ แม่เฝ้ามองลูกสาวของเขากับพี่ เฝ้ามองเราสองคนแบบไม่มีคำอธิบาย แต่ลูกน้องพี่มาเล่าให้ฟังว่า ทุกครั้งที่คุณแม่มาทำเล็บ จะถามหาพี่หนูแหม่มเสมอ”

“ทุกครั้งที่คุณแม่มาทำเล็บจะพกรูปลูกของน้องแหม่ม ตั้งแต่คนโต คนที่สอง ตอนนั้นยังไม่มีคนเล็กมาอวดช่างทำเล็บเสมอ ช่างพี่ก็จะถ่ายทอดให้พี่ฟังทุกครั้ง พี่ก็ค่อยๆซึมซับความรู้สึกที่ส่งต่อแบบนั้นมา คุณแม่น่าจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ว่าวันหนึ่งจะต้องทำให้สองคนนี้เจอกัน เพราะวันหนึ่งมันเกิดขึ้น นานมาแล้ว น้องน่าจะมีลูกคนที่สามคลอดแล้ว ”
“คุณแม่ถามพนักงานว่า พี่หนูแหม่มว่างวันไหน จะพาน้องแหม่มมาหา ความรู้สึกพี่กับใจที่มันฟูกับวันที่มันอยากหายไปตรงนั้น มันตรงข้ามกันเลย ใจมันฟู อยากเจอพี่รีบวิ่งไปซื้อจักรยานเลย เพื่อเอามาให้หลาน ให้บ๊อบบี๊ไปซื้อ เอาแบบไฮโซเลย ก็หิ้วจักรยานไปวันนัด”

นาทีที่กอดกอดให้อภัยกันโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย
“น้องแหม่มวิ่งจากหลังร้านมาเลย เพราะน้องแหม่มยังกลับมาทำเล็บอยู่เสมอ ทุกคนทำเล็บร้านพี่อยู่แล้ว น้องวิ่งจากหลังครัวมากอดพี่ พี่ก็รู้สึกว่าวันนั้นเป็นการกอดที่รอคอย ที่จะให้อภัยซึ่งกันและกันโดยไม่มีคำพูด ไม่ได้พูดอะไรเลย กอดกันแน่นๆ กอดกันแป๊บเดียวถ้ารู้สึกมันอิ่มมันใช่ มันยกทุกอย่างออกจากอกหมดเลย มันหายไปเลย มันโล่ง ”
by TVPOOL ONLINE