ครอบครัวร้องสื่อแฉพฤติกรรม “ดาบตำรวจ” เปิดบ่อนไฮโลในบ้าน ชักชวนหนุ่มวัย 20 ปี ซึ่งมีอาการป่วยทางสมองเข้าเล่น ก่อนเสียเงินนับแสนภายใน 15 นาที ซ้ำยึดสร้อยทอง 2 บาท บีบโอนเงินไถ่คืน อ้างตัวเป็นตำรวจท้าทายให้ไปแจ้งความ
วันที่ 29 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของนายพีรศักดิ์ อายุ 20 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังถูกดาบตำรวจรายหนึ่ง สังกัดตำรวจภูธรภาค 9 เปิดวงพนันไฮโลภายในบ้านพัก และชักชวนลูกชายซึ่งมีอาการป่วยทางสมองให้เข้าไปเล่น จนสูญเงินรวมกว่า 120,000 บาท พร้อมถูกยึดสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทไว้เป็นหลักประกัน

แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ลูกชายต้องรับประทานยารักษาอาการทางสมองอย่างต่อเนื่อง โดยคืนเกิดเหตุลูกชายโทรมาขอความช่วยเหลือ หลังเล่นพนันแล้วแพ้และถูกยึดสร้อยทองไว้ ตนจึงรีบไปยังบ้านที่เกิดเหตุ และพยายามขอไถ่สร้อยคืนในราคา 50,000 บาท แต่ดาบตำรวจเรียกร้องเงินเต็มจำนวน 100,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นเงินที่ลูกชายยืมไปเล่น
ระหว่างนั้น มีคนในวงพนันพูดจาดูหมิ่นลูกชาย ทำให้เกิดความตึงเครียด ก่อนที่ครอบครัวจะจำยอมโอนเงิน 49,000 บาท และนำเงินสดอีก 51,000 บาทไปจ่ายจนครบจำนวน เพื่อแลกกับการได้สร้อยทองคืน

ด้านพ่อของผู้เสียหาย ระบุว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ได้พยายามทักท้วงถึงความไม่เหมาะสมที่ชักชวนผู้มีปัญหาทางสมองมาเล่นพนัน แต่กลับถูกข่มขู่จะใช้อาวุธปืน และอ้างตัวว่าเป็นตำรวจ พร้อมท้าทายให้ไปแจ้งความ โดยยืนยันว่าไม่มีใครสามารถดำเนินคดีกับตนได้
ต่อมาพ่อได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ แต่ก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง ดาบตำรวจรายดังกล่าวได้สั่งให้คนในบ้านเก็บอุปกรณ์การพนันออกไป เมื่อเจ้าหน้าที่สายตรวจมาถึง กลับได้รับคำชี้แจงว่าเป็นเพียงการทะเลาะกัน ไม่มีการเล่นพนันแต่อย่างใด และแนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความเองหากต้องการดำเนินคดี

นายพีรศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ดาบตำรวจคนดังกล่าวมักโทรชักชวนให้ไปเล่นพนันบ่อยครั้ง โดยวันเกิดเหตุมีการโทรติดต่อกว่า 20 สาย กระทั่งตนหลงเชื่อเข้าไปเล่น และสูญเงินทั้งหมดภายในเวลาเพียง 15 นาที พร้อมระบุว่า ผู้ที่ร่วมเล่นในวงพนันส่วนใหญ่เป็นญาติของเจ้ามือ
ทั้งนี้ ครอบครัวยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ดาบตำรวจรายดังกล่าวเคยใช้พฤติกรรมลักษณะเดียวกันกับคนในพื้นที่รายอื่น แต่ไม่มีผู้ใดกล้าร้องเรียน เนื่องจากมูลค่าความเสียหายไม่มากนัก
สำหรับดาบตำรวจที่ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าหน้าที่สังกัดชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 เคยปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.สตูล ก่อนย้ายมาปฏิบัติงานใน จ.พัทลุง ขณะนี้ครอบครัวผู้เสียหายอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
by TVPOOL ONLINE