กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงาน ลดการใช้ไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนในพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ ควบคู่แผนเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ให้ครบ 800,000 ดวงทั่วประเทศ ภายในปี 2571 โดยระบุว่าเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา สามารถลดค่าไฟได้แล้วถึง 40%
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวกำลังถูกตั้งคำถามในมุมของผู้ใช้ถนน ว่าการ “ลดแสงสว่าง” จะกระทบต่อความปลอดภัยหรือไม่
มุมรัฐ: ประหยัดจริง ใช้ไฟคุ้ม ย้ำไม่กระทบความปลอดภัย
ฝั่งภาครัฐยืนยันว่า การปรับลดไฟถนนไม่ได้ทำแบบเหมารวม แต่ใช้หลักเกณฑ์ชัดเจน โดยเลือกพื้นที่ที่มีปริมาณจราจรต่ำ เฉลี่ยประมาณ 60 คันต่อชั่วโมง และผ่านการศึกษาแล้วว่าไม่กระทบต่อความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน จุดเสี่ยงสำคัญ เช่น ทางโค้ง ทางแยก หรือบริเวณที่อาจเกิดอุบัติเหตุ ยังคงเปิดไฟตามปกติ เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง
นอกจากนี้ แผนเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED จำนวน 800,000 ดวง ถูกมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาว ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาครัฐได้อย่างมีนัยสำคัญ และเพิ่มประสิทธิภาพแสงสว่างมากขึ้น
มุมประชาชน: ถนนมืดลง ความรู้สึกไม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ในอีกด้าน ผู้ใช้ถนนบางส่วนสะท้อนความกังวลว่า แม้จะเป็นพื้นที่ “ความเสี่ยงต่ำ” ตามนิยามของหน่วยงาน แต่ในชีวิตจริง โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน ถนนที่แสงสว่างลดลง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ หรืออาชญากรรมได้
อีกทั้งตัวเลขปริมาณรถ 60 คันต่อชั่วโมง ยังถูกตั้งคำถามว่า เป็นค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาใด และสะท้อนสภาพการใช้งานจริงมากน้อยแค่ไหน
บางเสียงมองว่า แม้มาตรการจะช่วยประหยัดงบประมาณ แต่หากแลกกับความรู้สึกไม่ปลอดภัยของประชาชน ก็อาจต้องมีการทบทวนหรือสื่อสารให้ชัดเจนมากขึ้น
สมดุลระหว่าง “ประหยัด” กับ “ปลอดภัย” ยังต้องพิสูจน์
มาตรการลดใช้ไฟฟ้าบนถนนของกรมทางหลวงชนบท ถือเป็นก้าวสำคัญด้านการประหยัดพลังงานของภาครัฐ แต่ในขณะเดียวกัน การสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า “ความปลอดภัยไม่ได้ลดลง” ยังคงเป็นโจทย์สำคัญ
เพราะสุดท้ายแล้ว ไฟถนนไม่ได้ให้แค่ความสว่าง แต่ยังหมายถึง “ความอุ่นใจ” ของคนที่ต้องใช้เส้นทางในยามค่ำคืนด้วยเช่นกัน
by TVPOOL ONLINE