เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของ กัมพูชา ออกแถลงการณ์ประท้วง ไทย กรณีขึ้นทะเบียนปราสาทตาเมือน ตาควาย คะนา และโบราณสถานตามแนวชายแดนไว้ในบัญชีโบราณสถานของไทย โดยย้ำว่าเป็นการกระทำ “ผิดกฎหมาย เป็นโมฆะ และไม่มีผลทางกฎหมาย”

พร้อมระบุว่า การขึ้นทะเบียนดังกล่าวไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันอธิปไตย หรือกำหนดเขตแดนได้ และมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชาโดยตรง

ฝั่งกัมพูชายืนยันชัดว่า โบราณสถานดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตอธิปไตยของตน การที่ไทยขึ้นทะเบียนถือเป็นการ “สร้างสถานะทางกฎหมายปลอม” เหนือมรดกทางวัฒนธรรมของกัมพูชา

แถลงการณ์ยังชี้ว่า การกระทำลักษณะนี้อาจบ่อนทำลายความพยายามในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ และขัดต่อหลักความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ

ในมุมนี้ ประเด็นไม่ได้เป็นแค่เรื่อง “โบราณสถาน” แต่โยงไปถึง “อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน” ซึ่งถือเป็นเส้นแดงทางการเมืองระหว่างประเทศ

แม้ฝั่งไทยยังไม่มีแถลงตอบโต้ในรายละเอียดรอบนี้ แต่โดยหลักการทั่วไป การขึ้นทะเบียนโบราณสถานของหน่วยงานภายในประเทศ มักเป็นกระบวนการด้านการอนุรักษ์และบริหารจัดการมรดกวัฒนธรรม

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่า “การขึ้นทะเบียน” ไม่ได้มีผลเทียบเท่าการปักปันเขตแดน ซึ่งต้องอาศัยกลไกระหว่างประเทศ เช่น คณะกรรมการเขตแดนร่วม หรือข้อตกลงทวิภาคี

อีกทั้งพื้นที่ชายแดนหลายจุดยังเป็น “พื้นที่ทับซ้อน” ที่ทั้งสองฝ่ายมีมุมมองต่างกันอยู่เดิม ทำให้การดำเนินการของแต่ละประเทศอาจถูกตีความต่างกันได้

ข้อพิพาทโบราณสถานตามแนวชายแดนระหว่าง ไทย และ กัมพูชา ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การ “ขยับ” ทางนโยบายในแต่ละครั้ง มักจุดประเด็นอ่อนไหวขึ้นมาอีกระลอก

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ใคร “ขึ้นทะเบียน” อะไร แต่คือการบริหารความต่างทางมุมมอง โดยไม่ให้ลุกลามเป็นความตึงเครียดทางการเมืองหรือกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เพราะในท้ายที่สุด โบราณสถานอาจเป็นมรดกของชาติใดชาติหนึ่ง แต่ “เสถียรภาพชายแดน” คือผลประโยชน์ร่วมของทั้งสองฝ่าย

by TVPOOL ONLINE