กรณี “มาดามราม 53” ไม่จบง่าย หลังม็อบนับพันกดดันกลางซอยรามคำแหง จนถูกบีบให้โกนหัว ล่าสุด กสม. ออกโรงเตือนทั้งสองฝั่ง ชี้เสรีภาพต้องไม่เหยียบศรัทธา แต่ก็ไม่มีใครมีสิทธิลงโทษกันนอกกฎหมาย—ย้ำสังคมไทยต้องไม่ปล่อยความต่างกลายเป็นความเกลียด
สถานการณ์ความตึงเครียดจากเหตุการณ์ในซอยรามคำแหง 53 ยังคงเป็นประเด็นร้อนในสังคม หลังมีประชาชนชาวมุสลิมจำนวนมากรวมตัวประท้วง “มาดามราม 53” ติ๊กต๊อกเกอร์ผู้มีความหลากหลายทางเพศ จากกรณีแต่งกายและแสดงพฤติกรรมที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสมและเข้าข่ายดูหมิ่นศาสนา จนนำไปสู่การกดดันผ่านไลฟ์สด และเรียกร้องให้เจ้าตัวโกนศีรษะเพื่อแสดงความขอโทษ
ล่าสุด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 แสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยย้ำว่า บุคคลทุกคนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาและแสดงความคิดเห็น แต่การแสดงออกต้องไม่ละเมิดหรือดูหมิ่นความเชื่อของผู้อื่น

ขณะเดียวกัน กสม. ชี้ชัดว่า การกดดัน บีบบังคับ หรือการลงโทษบุคคลใดนอกเหนือจากกระบวนการทางกฎหมาย ถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งในชีวิต ร่างกาย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
แถลงการณ์ยังเน้นย้ำว่า สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ที่ประกอบด้วยความหลากหลายทั้งด้านศาสนา ความเชื่อ และอัตลักษณ์ทางเพศ การสื่อสารในประเด็นอ่อนไหว โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะอาจนำไปสู่ความเกลียดชัง ความแตกแยก และความรุนแรง
กสม. จึงขอให้บุคคลสาธารณะและผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทุกคน ตระหนักถึงผลกระทบของการสื่อสาร และร่วมกันรักษาบรรยากาศของสังคมที่เคารพสิทธิซึ่งกันและกัน ภายใต้หลักสันติภาพ
by TVPOOL ONLINE