เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

“เดชน์ คูกิมิยะ” อัปเดตความพร้อมงานแต่งงาน ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ เพื่อฉลองร่วมกับเพื่อนๆ หลังจากที่ได้จัดงานแต่งงานอย่างอบอุ่นไปแล้ว 2 ที่ คือที่ขอนแก่นและประเทศนอร์เวย์ พร้อมเผยชีวิตหลังแต่งงาน เล่าว่าชีวิตปกติไม่ได้เปลี่ยนไปมาก แต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปคือ มีความโหยหาและคิดถึงกันตลอดเวลามากขึ้น และเริ่มมีการเรียกแทนกันว่า “My wife” และ “Husband” ตามโอกาส ซึ่งทำให้รู้สึกอิ่มใจและมีความสุขมากๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ว่าที่เจ้าบ่าวยิ่งหล่อขึ้น?

“คือผมเชื่อนะเพราะว่าตอนพี่หมากแต่งงานน่ะเค้าก็ดูหล่อ ตอนนี้ก็ถึงทีผมบ้างแล้ว ตอนนี้ก็พร้อมครับ เตรียมพร้อมหมด แต่ด้วยความที่ว่ามันจะกระชั้นชิดกับงานของนอร์เวย์มากๆ เราก็ค่อนข้างที่จะรีบเร่งมากๆ จริงๆต้องขอประธานโทษหลายๆท่านด้วยที่ไม่ได้มีโอกาสไปมอบการ์ดด้วยตัวผมเอง ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย แต่ว่าเราก็พยายามที่จะเชิญทุกคนมาร่วมเป็นความทรงจำในวันสำคัญครั้งที่สามของชีวิตเรา“

หลายคนชมถึงเรื่องการ์ด?

”จริงๆก็โชคดี ที่ได้ทีมมีเดียมาทำการ์ดให้ แล้วรู้สึกว่าเค้ารังสรรค์จินตนาการของผมของกับน้องได้มาเป็นรูปเป็นร่างเป็นรูปธรรมจริงๆ รู้สึกว่าเค้าเอาดีเทลลายเส้นของการวาดไทยมาผสมกับความเป็นสากล มันเป็นเสน่ห์ที่เรารู้สึกว่าเราใส่ในดีเทลนี้ด้วย“

เหตุผลของไอเดียที่เลือกแบบนี้?

”คือมันมาจากเรื่องเล่า คือคนที่เรามีโอกาสได้เชิญมา ที่กรุงเทพการ์ดอ่ะเราเล่าเรื่องตั้งแต่ว่างานแต่งขอนแก่น งานแต่งนอร์เวย์ แล้วก็ตอนมีภาพไปถ่าย Pre wedding แล้วก็มีบรรยากาศที่ผมได้มีโอกาสไปขอน้องญาญ่าอยู่ในการ์ดเดียวกัน แล้ว Chapter ต่อไปก็คือบุคคลทุกท่านที่ได้รับเชิญมาก็จะอยู่ในChapterต่อไปที่อยู่ในชีวิตเรา ประมาณนั้น งานที่จะเกิดขึ้นวันที่ 18 นี้ก็จะเน้นเป็นโทนขาวเรียบง่าย“

พอมันเป็นรอบที่สามแล้วมันยากขึ้นไหมในเรื่องของธีมงานหรือว่าไอเดียต่างๆ?

”ไม่ยากครับรู้สึกว่าเราเก่งขึ้นตัดสินได้เก่งขึ้นและชัดเจนมากขึ้น เราจะไม่คิดหน้าคิดหลังว่าแบบไหนดี แต่เราจะฟันธงไปเลยอะไรที่ชอบตั้งแต่แรกก็คือตัดสินใจไปเลย“

ขอย้อนถามในแต่ละที่ความประทับใจในแต่ละที่มันเป็นยังไง?

”สำหรับผมกับน้องรู้สึกว่า งานที่ขอนแก่นเป็นงานที่สนุกแล้วมันบ่งบอกความเป็นตัวตนของคนอีสานได้ค่อนข้างที่จะดีมากๆ แม้กระทั่งสีชุดแต่งงานเองก็ตะโกน แล้วบรรยากาศงานด้วย ส่วนงานนอร์เวย์จะรู้สึกว่ามีความเป็นงานแต่งงานที่เรารู้สึกว่ามันคืองานแต่งงานจริงๆเลย มันเป็นงานของณเดชแล้วก็ญาญ่า สองคนที่ผ่านการเดินทางเรื่องราวต่างๆมาด้วยกันจนวันนี้ เรารู้สึกว่าเราได้เริ่มต้นอีกหนึ่งช่วงเวลาในชีวิตของการเดินทางครั้งใหม่อีกครั้งนึงก็เป็นจุดเริ่มต้นที่สวยงามมากๆครับ งานกรุงเทพจะเป็นอีกหนึ่งงานที่เรารู้สึกว่าเป็นงานเฉลิมฉลอง ความสุขและความรักของเรากับคนที่เรารัก“

ย้อนกลับไปที่งานขอนแก่นกับไวรัลของคำสัญญา?

”มันมาก เพื่อนๆเราบอกว่ามึงต้องพูดมึงต้องพูดก็พูด ก็ได้ คือถ้าไม่พูดก็จะไม่ผ่านยัดเงินก็ไม่ได้ จริงๆอ่ะจำขึ้นใจอยู่นะครับคือไปดูในไอจีเลยครับมันชัดเจนมาก   คือไม่ได้ท่องไปไม่รู้เรื่องเลย ไปถึงหน้างานเป็นด่านสุดท้ายจำไว้เลยว่าต้องอ่าน ก็อ่านครับ คือตอนแรกก็เริ่มสนุกแต่ว่าหลังๆก็คือเริ่มเครียด“

แล้วญาญ่าบอกว่าจะอัดใส่แผ่นเอาไว้ฟัง?

”ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวอัดใส่แผ่น แผ่นเสีย แผ่นหาย เดี๋ยวผมจะไปให้ช่างสลักหิน แล้วก็จะติดไว้หัวนอน ก่อนนอนก็ท่องแล้วก็กราบสามครั้ง“

คาถาบูชาเมียมันศักดิ์สิทธิ์ยังไงบ้าง?

”คือผมรู้สึกว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งคำมั่นสัญญาที่เรียกได้ว่าวัยรุ่นเถื่อนๆเขาพูดกัน จริงๆคือมันโคตรผู้ชายผู้ชาย ในคำมั่นสัญญารู้สึกว่ามันน่ารักนะ รู้สึกว่าเสียงที่เราพูดไปในวันนั้นมันยังก้องอยู่ในใจอยู่ คือจริงๆอ่ะเจ้าสาวต้องอยู่ข้างในแต่ว่าญาญ่ายืนดูตบมือ หลังจากนี้ในอนาคต ถ้ามีปัญหาอะไรกันก็จะบอกว่าจำได้ไหมเคยพูดว่าอะไรบ้าง“

กับไวรัลอีกอันนึงที่เค้าแซวกันว่าอากาศร้อนมากแต่ว่าบ่าวสาวไม่มีเหงื่อซักเม็ดเลย?

”คือผมไม่เข้าใจเหมือนกัน คืออาจจะเป็นเพราะว่าเรามีความสุขมากมั้งครับเหงื่อมันเลยไม่ค่อยไหล แต่ข้างในอ่ะมันไหลตรงหลังอ่ะมันมีแต่ว่าหน้ามันไม่ค่อยมี อาจจะเพราะว่ามันมีลมตลอดเวลาด้วยมั้งครับ มันก็เลยโชคดีไป มันโล่งมันเย็น“

ที่นอร์เวย์ก็ไม่แพ้กัน?

”ที่นอร์เวย์จริงๆน่ากลัวมาก เพราะเป็นช่วงพายุเข้า ก่อนหน้าก็ฝนตก แต่ว่าสุดท้ายคือวันนั้นโชคดีมากๆฟ้าเปิด คือเรายอมโดนแดดร้อนๆให้หน้าไหม้ดีกว่าต้องฝนตกแล้วงานเละ จริงๆเราก็มีฝากคนไหว้ให้หน่อยนะก็มีพี่ที่กองหรือว่าญาติเค้าก็ไหว้ช่วยส่งกำลังใจให้”

คนก็ชมโมเมนต์พ่อน้องญ่ากับพี่แบร์น่ารักมาก?

“คือคุณพ่อผมไม่ได้มีโอกาสได้เดินทางไป คุณพ่อญาญ่าก็เลยเหมือนเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของพ่อผมแล้วกันครับ ก็ผูกพันกับแกมากๆครับ”

ให้คำสัญญาอะไรกับคุณพ่อ?

“คือทุกอย่างครับ คุณพ่อเช็คลิสต์หมดเลยครับติ๊กถูกผ่านทุกข้อครับ คือคุณพ่อก็บอกว่าการเดินทางในชีวิตคู่อ่ะคือการที่เราสองคนเรียนรู้ที่จะมีความประนีประนอม ถ้าสมมติว่ามีอะไรที่เรารู้สึกว่าเราไม่พอใจไม่สบายใจไม่ชอบใจ สิ่งแรกที่เราให้ความรู้สึกก็คือการเปิดอกคุยกัน ไม่งั้นมันจะถูกเก็บแล้วมันก็จะเกิดเป็นพังผืดในใจ สักวันนึงมันก็จะกลายเป็นว่าเราไม่มีความสุขในชีวิตคู่เลย เพราะว่ามันคือการที่เรารวมกับคนสองคนเข้ามาอยู่ในชีวิตกัน การตัดสินใจทุกอย่างจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ช่วงนี้มันเป็นสิ่งที่ผมกับน้องก็โชคดีมากๆ เราไม่ค่อยมีปัญหา ไม่ใช่ว่าผมยอมน้องอย่างเดียว แต่น้องเองก็เปิดใจแล้วก็ยอมรับในความคิดและการตัดสินใจของผมด้วยเหมือนกัน มันก็เลยเป็นอะไรที่เรารู้สึกว่าเราโชคดีมากๆที่เรามีคู่ชีวิตแบบนี้ คือเราพยายามที่จะบอกตัวเองเสมอว่าถ้าทะเลาะกันอย่าหันหลังให้กัน มันต้องคุยต้องเคลียร์ให้จบ”

กับคุณพ่อญาญ่าน่ารักมาก?

”คุณพ่อของผมไม่มีโอกาสได้ไปคุณพ่อญาญ่าก็เลยเป็นเหมือนอีกหนึ่งตัวแทนของคุณพ่อผมละกันครับ ก็ผูกพันกับแกมาก ๆ ครับ“

ได้ให้คำสัญญาอะไรกับคุณพ่อฮะ?

“โห ทุกอย่างเลยครับ คุณพ่อเช็กลิสต์หมดเลยครับ ติ๊กถูกผ่านทุกข้อครับ”

คำสัญญาอะไรที่เราให้ความสำคัญมากๆ?

“คุณพ่อก็บอกว่าการเดินทางในชีวิตคู่มันคือการที่เราสองคนเรียนรู้ที่จะมีความประนีประนอม คือถ้าสมมุติว่ามีอะไรที่เรารู้สึกว่าเราไม่พอใจ ไม่สบายใจ ไม่ชอบใจ สิ่งแรกที่เราควรที่จะทำให้สุดก็คือการเปิดอกและพูดคุยกัน ไม่งั้นมันจะถูกเก็บแล้วก็เป็นพังผืดในใจ แล้วสักวันนึงมันจะกลายเป็นว่าเราจะไม่มีความสุขในชีวิตคู่เลย เพราะว่าเราคือการรวมเอาคนสองคนเข้ามาอยู่ในชีวิต การตัดสินใจทุกอย่างจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งนึงที่ผมกับน้องก็โชคดีมาก ๆ เราไม่ค่อยมีปัญหา ไม่ใช่ว่าผมยอมน้องอย่างเดียวนะครับ หมายถึงว่าน้องเองเขาก็เปิดใจแล้วก็ยอมรับในความคิด การตัดสินใจของผมด้วยเหมือนกัน มันก็เลยเป็นอะไรที่เรามีความรู้สึกว่าเราโชคดีมาก ๆ เลยที่เราได้มีคู่ชีวิตแบบญาญ่านะ”

แสดงว่าสิ่งนี้เป็นแนวคิดในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันใช่ไหม ที่เราเอาไว้เป็นแนวทางในการใช้ชีวิต?

“ใช่ ๆ คือเราพยายามที่จะบอกตัวเองเสมอว่าถ้าทะเลาะกันแล้วอย่าหันหลังให้กัน มันต้องคุย มันต้องเคลียร์ให้จบ”

ตอนนี้งานวันที่ 18 กี่เปอร์เซ็นต์?

“90% แล้ว เหลือจ่ายตังค์อีก 10% (หัวเราะ)“

ชุดยังไง เตรียมกี่รอบ?

“ก็มีชุดหลายชุดพอสมควร มีชุด After Party ชุดรอบสื่อใช่ไหมครับ แล้วก็ชุดรอบงานพิธี”

จะจุ๊บฉ่ำเหมือนที่นอร์เวย์มั้ย?

“เดี๋ยวจุ๊บให้ดู เดี๋ยวจุ๊บให้ดู (ยิ้ม)”

สองรอบเจ้าสาวสวยทุกรอบเลย?

“สวยคนละแบบเลยครับ คือผมมองเขาในชุดแต่งงานที่ขอนแก่นกับนอร์เวย์ก็ความรู้สึกแตกต่าง นอร์เวย์คือสั่นแบบตื่นเต้นแบบสั่นมาก ๆ ตอนแรกคือแบบรู้สึกเฉย ๆ มากเลยนะ แต่พอไปยืนเตรียมตัวแล้วจะต้องเดินลงไปแล้วก็ต้องยืนรอเขา มันแบบโอ้โห มันตื่นเต้นมาก ๆ เลย ความรู้สึกมันบอกไม่ถูกอะไรอย่างเงี้ย”

แต่เจ้าสาวก็บอกว่าพี่แบร์หล่อมาก?

“ผมต้องหล่อเพราะว่าผมแต่งงานกับคนที่สวยที่สุดในโลก คือผมก็ต้องให้คุณค่าของผมมันเทียบเท่าเค้าหน่อย”

ที่กรุงเทพฯ วันที่ 18 จะไม่มีใครสวยเกินญาญ่า?

“ไม่มีครับ ไม่มีจริง ๆ วันที่นอร์เวย์นั่นคือแบบสวยมาก ชุดแบบว่าอลังการ ไม่เคยเห็นชุดมาก่อน คือเห็นวันนั้นเลยตอนที่เดินลงมา แต่รู้ว่าเขาบอกว่าชุดมันยาวมาก ๆ”

ตอนเขาเดินลง บรรยากาศเหมือนเจ้าหญิงเลยไหม?

“มันอิ่มมากกว่าครับ ผมรู้สึกว่ามันอิ่มแบบ มันอิ่มอ่ะ รู้สึกว่าอิ่มใจ แบบรู้สึกแบบไม่ถูก มีความสุขมาก ๆ”

ใช้ชีวิตคู่แต่งงานมาสองเดือนกว่าเป็นยังไงบ้าง?

“จริง ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรที่รู้สึกว่าในการใช้ชีวิตนะฮะ เหมือนเดิมปกติ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกระหว่างกันต่างหาก มันโหยหากันมากขึ้นอ่ะครับ มันแบบคิดถึงกันตลอดเวลาเลย มันเหมือนกับมันเป็นประตูของการที่เราจะได้แบบใกล้ชิดกันมากขึ้นอะไรด้วยเหตุผลประการใดก็ไม่รู้ ซึ่งเราทั้งสองคนก็คุยเรื่องนี้เหมือนกันแล้วก็คำตอบก็เป็นแบบเดียวกัน มันเปลี่ยนไป”

ตอนนี้เราเรียกแทนอะไรกัน?

“ก็เรียกเหมือนเดิมนะ จะมีแบบบางทีก็แบบเรียก “My wife” แล้วแต่โอกาส ถ้าพูดบ่อย ๆ มันรู้สึกแบบลิเกไปนิดนึงอะไรเงี้ย ส่วนเขาก็เรียกเราว่าแบบ Husband อะไรอย่างงี้ (ยิ้ม)”

by TVPOOL ONLINE