เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

“Khalid” ไม่บิดแล้ว! คอนเฟิร์มมาไทยกับทัวร์ครั้งใหม่ “It’s Always Summer Somewhere Tour” 29 พฤศจิกายน 2569 ที่ยูโอบี ไลฟ์ เอ็มสเฟียร์

Khalid ศิลปินระดับโลกที่มียอดขายอัลบั้มระดับมัลติแพลตินัม เจ้าของเพลงฮิตติดหูคนไทย “Young Dumb and Broke” เตรียมนำทัวร์คอนเสิร์ต “It’s Always Summer Somewhere Tour” มาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ
ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ที่ยูโอบี ไลฟ์ เอ็มสเฟียร์ จัดโดย Live Nation Tero ก่อนที่ Khalid จะเรียนจบมัธยมปลาย เขาได้สร้างปรากฏการณ์ดนตรีไปทั่วโลก ตั้งแต่ซิงเกิลแรก “Location”ซึ่งได้รับการรับรองยอดขายระดับ Diamond จาก RIAA และสร้างกระแสฮือฮา จนน าไปสู่การเซ็นสัญญากับค่ายเพลงใหญ่ Right Hand Music Group/RCA Records ตามมาด้วยการวางจำหน่ายอัลบั้มเปิดตัว American Teen ซึ่งได้รับการรับรองยอดขายระดับ แพลตินัม x 4 ส่วนอัลบั้มที่สอง Free Spirit ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2562 ได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวกอย่างล้นหลาม โดย Free Spirit เปิดตัวที่อันดับ 1 บนชาร์ต BillboardTop 200 พร้อมซิงเกิลฮิตอันดับ 1 อย่าง “Talk” ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่อีกด้วย Khalid ได้กลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่เป็นมาตราฐานของเพลงป็อปและอาร์แอนด์บีร่วมสมัย ผลงานเพลงของเขาถูกสตรีมทั่วโลกกว่า 3.56 หมื่นล้านครั้งจากทุกแพลตฟอร์ม ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ถึง 7 ครั้งและคว้ารางวัลส าคัญมากมาย อาทิ Billboard Music Awards 6 รางวัล, American Music Awards 4 รางวัล,iHeartRadio Music Awards 2 รางวัล และรางวัล MTV Video Music Award นอกจากนี้เขายังได้ร่วมงานกับศิลปินระดับแนวหน้าของวงการเพลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Normani ในเพลง “Love Lies”, Halsey และ Benny Blanco ในเพลง “Eastside” รวมถึง Alicia Keys, Billie Eilish, Ed Sheeran และศิลปินอื่น ๆ อีกมากมาย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Khalid ยังคงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องทั้งในฐานะศิลปินและนักแสดง ในปี 2566 เขามีผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ Barbie ของผู้กากับ Greta Gerwig และร่วมทัวร์กับ Ed Sheeran ในบางเมืองทั่วอเมริกาเหนือในทัวร์ “+ − = ÷ x Tour” ของเขา ต่อมาในปี 2567 Khalid ปล่อยอัลบั้มที่สาม Sincere ซึ่งสะท้อนพัฒนาการของเขาทั้งในฐานะศิลปินและมนุษย์คนหนึ่ง ผ่านความรู้สึกที่ทุกๆคนก็เคยสัมผัสในช่วงวัยเติบโตในเดือนตุลาคม 2568 Khalid ปล่อยอัลบั้มล่าสุด After The Sun Goes Down ซึ่งประกอบด้วย 17 เพลงที่ผสมผสานแนวอาร์แอนด์บีนุ่มนวลเข้ากับอิเล็กโทรป็อปและซินธ์สไตล์ยุค 80s อัลบั้มนี้ได้รับคาวิจารณ์ว่า
“Vibrant” “Authentic” และ “Slinky” พร้อมเพลงฮิตสองเพลงคือ “In Plain Sight” และ “Nah” ถือเป็นการก้าวสู่เส้นทางดนตรีใหม่ที่กล้าหาญของเขาด้วยพลังจากความส าเร็จนี้ Khalid ได้รับรางวัล “Disruptor” จาก Billboard ในงาน Live Billboard MusicSummit ประจ าปี 2568 ซึ่งเป็นการยกย่องอิทธิพลของเขาที่มีต่อวงการเพลง ความหลากหลายทางแนวเพลงและความคิดสร้างสรรค์ในการท างานศิลปะ นอกจากนี้เขายังประสบความส าเร็จอย่างมากในวงการเพลงแดนซ์และอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเพลง “Nobody (Make Me Feel)” ร่วมกับ Oskar Med K ตามมาด้วย “Save MyLove” ผลงาน collaboration กับ KYGO และ Griffyn ในปี 2569
ห้ามพลาด! กับโชว์สุดปังจาก Khalid: It’s Always Summer Somewhere Tour in Bangkok

 

 

 

 

 

#Khalid #ItsAlwaysSummerSomewhereTour #ItsAlwaysSummerSomewhereTourBKK #LiveNationTero

by TVPOOL ONLINE