เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

กลายเป็นคู่รักที่ครองใจแฟนคลับทั้งประเทศและก้าวเข้าสู่การเริ่มต้นชีวิตคู่สมบูรณ์แบบ สำหรับคู่ขวัญในตำนานอย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ที่ล่าสุดได้ควงคู่กันออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกในวันสำคัญ หลังจากที่เฝ้ารอคอยและร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาอย่างยาวนาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

(ณเดชน์): ก่อนอื่นนะครับ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนนะครับที่ได้ให้เกียรติมา ร่วมเป็นเรียกว่าเป็นสักขีพยานเลยก็ว่าได้เนาะ สำหรับความรักของเราในวันนี้ ก็มาถึงสักทีนะครับ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากที่เอ่อ จริงๆ ก็บอกว่าพวกเราก็อยู่ในวงการมาก็ผม อันนี้เป็นรุ่นพี่ ตามหลักเป็นรุ่นพี่ในวงการบันเทิง แต่ว่าผมเองเนี่ยก็อยู่มาประมาณเกือบ 20 ปีเนาะ ได้เจอพี่ๆ หลายๆ ท่านนะครับ บางท่านอาจจะเรียกว่า Retire แล้วนะครับ บางท่านเรายังได้เห็นหน้าเห็นตาอยู่ทุกวันนี้ หลายๆ ท่านก็อาจจะเป็นน้องๆ พี่ๆ สื่อมวลชนรุ่นใหม่ที่ได้เข้ามาเนี่ย ก็จริงๆ ต้องบอกว่าการเดินทางในวงการบันเทิงของผมเนี่ย เกือบ 20 ปี ก็ถือว่านานมากๆ แต่เวลาผ่านไปค่อนข้างเร็วมากๆ นะครับ

เอิ่ม อยากจะขอบคุณทุกๆ คนนะครับที่ได้ให้กำลังใจ แล้วก็คอยสนับสนุน คอยซัพพอร์ต รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งเครื่องเตือนสติในการที่ให้ศิลปิน 1 ท่านได้ตระหนักถึงความดีและความถูกต้อง ที่เราได้ใช้ชีวิตเป็นตัวแทนบุคคลในสังคมด้วยนะครับ ขอบคุณพี่ๆ ตรงนี้ด้วยเช่นกัน แล้วก็นะวันนี้ขอบคุณมากอีกครั้งที่มาอยู่ร่วมเป็นเอิ่ม ตราประทับความรักระหว่างผมแล้วก็น้องในวันนี้ครับ

(ญาญ่า):  ก็ขอบคุณมากๆ นะคะที่มาร่วมเป็นสักขีพยานกับพวกเราในวันนี้ ไม่มีพวกพี่ก็ไม่มีพวกเราค่ะ แบบมันเป็นอะไรที่เราต้องพึ่งพากันตลอดเวลา ก็ขอบคุณมากๆ แล้วก็แบบที่สนับสนุนพวกเราค่ะ ทุกครั้งที่มีสัมภาษณ์ ทุกคนก็จะถามถึงพี่แบร์ พี่แบร์ก็จะอยู่ในใจของญ่าตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำงานร่วมกันวันนั้นก็ตาม ก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ ดีใจมากๆ ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันในวันนี้ เรามาถึงจุดนี้แล้ว เราเป็นสามีภรรยากัน

เมื่อเช้าเห็นว่ามีโมเมนต์กับแฟนๆ ด้วย ?

(ณเดชน์): ใช่ครับ แต่ว่าเมื่อเช้านี้พี่แฟนคลับคือจริงๆ แล้วคิดว่าถ้ามาถ้าให้โอกาสได้มามากกว่านี้คงจะมามากกว่านี้อะไรเงี้ย แต่ว่าด้วยสถานที่ด้วยระยะเวลาก็เลยต้องทำเป็นแบบผู้โชคดี ประมาณทั้งหมด 210 คนอะไรเงี้ยครับที่ได้มีโอกาสมา ก็คงเหมือนพี่ๆ หลายๆ ท่านแหละครับ ก็เฝ้ารอวันนี้มานานแล้วอะไรเงี้ยครับ ได้เห็นเราในชุดแต่งงานมันก็เป็นแบบความฝันของพวกเขาด้วย แล้วก็ได้ชื่นชมการเติบโตของพวกเรา 2 คน ก็มีทั้งแบบแฟนคลับป้า แฟนคลับ NY อะไรด้วย

เห็นมีน้ำตาซึมด้วย แฟนๆ ?

(ญาญ่า): ก็อวยพรค่ะ แฟนๆ ก็อวยพร บอกว่า Congratulations ส่วนมาก Congratulations แล้วก็รอดูตัวเล็ก ทุกคนพูดมา ทุกคนอยากมีอยากเห็น

แล้วเราตอบไปว่าอะไร ?

(ณเดชน์): บอกว่า จะเห็นแน่นอน คือจะเห็นแน่นอนนะ ก็ยังไม่ได้รีบอะไรขนาดนั้น

ไม่ใช่คืนนี้ใช่ไหมครับ ?

(ณเดชน์): เออ ไม่ใช่คืนนี้ครับ อาจจะเร็วไป

ตลอดระยะเวลาที่เดินทางมาด้วยกัน พอมาถึงวันนี้แล้วความรู้สึกเราเคยคิดไหมว่าวันนี้แล้วภาพเราจะเป็นได้อย่างที่คิด ?

(ณเดชน์): ผมรู้สึกว่ามันเกินไปกว่าที่จินตนาการเอาไว้มากๆ เลยครับ ทั้งจะบอกว่าพวกเรา ผมเอง โชคดีมากๆ เลยที่ได้ญาญ่ามาเป็นภรรยา ซึ่งทุกวันนี้เรารู้จักกันมา ก็เขาก็ยังเป็นคนที่ชี้แนะ แนะนำเราในทิศทางที่ดีตลอดมา คือเขาทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น แล้วก็เราเองก็อยากที่จะเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อเขา แล้วก็ความสัมพันธ์ของเราในอนาคตต่อไปด้วย

(ญาญ่า): โชคดีค่ะ ก็แบบรู้สึกว่าสำหรับญ่าเนี่ยนะ ตอนที่รู้จักพี่แบร์ ทำความรู้จักกันมาเรื่อยๆ ก็ค่อนข้างเห็นวันนี้แบบเป็นภาพที่ชัดเจนมาอยู่แล้ว ก็เป็นไปตามที่วาดฝันไว้ค่ะ

พี่ขอถามย้อนกลับไปวันแรก จำได้ไหมว่าเรามองว่าต้องเป็นคนนี้ หรือว่าวันแรกที่เจอกันคือต้องแต่งงานเลย ?

(ณเดชน์):  ผมเป็นนะ ผมคิดว่าตอนหลังจากจบ ดวงใจอัคนี อ่ะ ผมรู้สึกว่าผมอยากเป็นแฟนคนนี้จังเลย แบบอยากจีบเขาให้ได้จังเลยอะไรเงี้ย แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเขาแบบภาษาเราก็ไม่ค่อยแข็งเรื่องภาษาอังกฤษใช่ไหมครับ ก็พยายามที่จะฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเขาตลอดเวลา ก็เลยพยายามทำ จำได้เลยเพราะว่า text message สมัยนั้นเป็นแบบ message กันเนาะ ไม่ได้… text message มาหาญาญ่า เขียนว่า Hey…

(ญาญ่า): ก็รู้สึกว่าน่ารักค่ะ แต่ว่าระหว่างที่ถ่ายละครกันนะคะ เขาไม่คุยกับหนูเลย เขามองหนูอย่างเดียว แล้วหนูรู้สึกว่ามันมีโมเมนต์อะไรเกิดขึ้นไหม หรือมันมีอะไร ตอนที่เคมีเราดีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว

แล้วพี่ญ่ามาตอนไหน ?

(ญาญ่า): ตอนที่ส่ง text message แล้วเขียนมาว่า Hey! เหรอ? ตอนนั้นเขาทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว พี่แบร์ถึงตกหลุมรักนี่นะคะ

(ณเดชน์): ผมว่าเนี่ยฮะ เหมือนเมื่อกี้ครับ คือความน่ารัก ความสดใสของน้องแบบมีอยู่คงเดิมตลอด ที่ผ่านมา แล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงที่มี Energy แบบสดใสอยู่ตลอด เราสึกว่าความง้องแง้งของเขา มันทำให้ชีวิตเรารู้สึกมีชีวิตจังเลย แล้วก็อีกอย่างเขาเป็นคนน่ารักมากๆ เป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นคนที่มีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่บอกไม่ถูกเลยที่เรารู้สึกว่าเราตกหลุมรักเขา ในช่วงเวลาที่เราได้รู้จักกันในการถ่ายละครมาเรื่อยๆ จนได้มาเล่นเรื่องที่ 2 เกมร้ายเกมรัก อันนั้นคือแบบ เอาวะ

วิธีจีบของพี่แบร์จีบยังไง ?

(ณเดชน์): ผมจะชอบไปนั่งข้างๆ เขาบนรถตู้ แล้วชอบฟังเพลง แต่ก่อนมีหูฟัง ก็จะแบ่งหูฟังกันฟังอะไรอย่างเงี้ย แล้วก็เพ้อฝันว่าอยากให้เขาหลับแล้วซบลงบนไหล่เรา

ตอนนั้นเราเปิดเพลงอะไรให้เขาฟังคะ ?

(ณเดชน์): เพลงส่วนมากจะเป็นเพลงสากล เป็นเพลงรัก เรียงลิสต์มาเลย ก็ต้องเลือกหน่อยพี่ แบบว่าอย่าให้เป็นเพลงอกหักอะไรเงี้ย ก็คือจัดเพลงหวานให้เลย

แสดงว่าณเดชน์ทำการบ้านทุกครั้งที่ต้องเจอญาญ่า  ?

(ณเดชน์): ไม่ขนาด คือผมว่าด้วยความที่ว่าเราถ่ายละครด้วยกัน มันใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอด เกิน 12 ชั่วโมงอ่ะครับ ก็เลยรู้สึกว่าเหมือนมันก็ซึมซับความรู้สึกกันไปตอนนั้นอยู่แล้ว ก็เหมือนเด็กเคยเล่าบอกเพื่อนด้วยว่า ได้ถ่ายละครกับเจ้าหญิง

พี่แบร์ยังจำวันแรกที่ขอเขาเป็นแฟนได้ไหม ?

(ณเดชน์): จำได้ แต่วันนั้นมันยังไงฮะ จริงๆ เราไม่ได้มาตกลงนับวันว่าวันนี้คือวันที่เราเป็นแฟนกันมากมากกว่า เราคิดว่าโอเค สมมุติว่าความรู้สึกมันชัดเจนแล้วว่าเราเป็นแฟนกัน แต่ว่าวันที่เราตกลงกันก็นั่งเออพูดกันว่าโอเค วันนี้แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของการที่เราบอกว่ารักกัน ชอบกัน เป็นแฟนกัน คือมันไม่มีวันจิ้มได้ชัดเจน เพราะรู้สึกว่าเราน่าจะหลงรักกันก่อนที่เราจะตกลงเป็นแฟน

ญาญ่าตกหลุมรักณเดชน์ตอนไหน จำได้ไหม ?

(ญาญ่า): จำไม่ได้เอาแบบที่พี่แบร์บอกว่าผู้ชายคนนี้เราอยากเปิดให้เขามาศึกษาเรา วันแรกเลยนะ รู้สึกว่าจริงๆ ญ่าเป็นราศีมีนค่ะ แบบรักแล้วรักเลย แต่ว่าไม่ใช่กับทุกคนนะคะ (หัวเราะ) แต่ว่ารู้สึกว่ามันมีอะไรก็ไม่รู้ที่รู้สึกว่าต้องคนนี้แหละ

อะไรที่ทำให้รู้สึกว่า นี่แหละคนนี้ ?

(ญาญ่า): รู้สึกว่า Energy เราตรงกันค่ะ เหมือนมันเป็นแบบ Vibe ลงล็อกมากๆ ถึงแม้จะมีขอบเขตเกี่ยวกับภาษาที่ช่วงแรกๆ คุยกันไม่รู้เรื่องเลย Google Translate อะไรอย่างเงี้ย แต่ถามว่าอะไรที่ทำให้ญาญ่ารู้สึกว่าคนนี้แหละ? ทุกอย่างเลยค่ะ รู้สึกว่าถ้าจะจิ้มเป็นอีกอย่างเดียวมันจะไม่แฟร์กับอย่างอื่นที่ชอบด้วย แสดงว่ามันหลายอย่าง A lot of things ค่ะ ก็อย่างที่ทุกคนสัมผัสได้ พี่แบร์เขาจริงใจกับตัวเองมากๆ เขาก็เลยแผ่สิ่งนี้ไปกับคนอื่น จริงใจกับทุกคนที่อยู่รอบข้าง รู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ และที่สำคัญรู้สึกว่าเราเป็นตัวเองได้ 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ค่ะ

แล้วอะไรของพี่แบร์ที่เหมือนเดิมตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงวันนี้ ?

(ญาญ่า): ทุกอย่างเลยค่ะ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนเลย

ญาญ่าชอบอะไรที่สุด ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ?

(ญาญ่า): His heart หัวใจค่ะ เพราะเขาเป็นคนน่ารัก ทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ แล้วหัวใจเขา

แล้วช่วงเวลาที่ต้องปรับตัว กว่าจะเป็นกลมกลืนกันได้ขนาดนี้ ?

(ณเดชน์): ผมเชื่อว่าเราเรียนรู้กันและกันอยู่เรื่อยๆ ครับ ผมว่าชีวิตคู่ไม่มีทางที่จะมีสูตรตายตัวหรือกฎตายตัวที่บอกว่าใครทำอะไรชัดเจนขนาดนั้น ผมว่าเราต้องคอยสังเกตกันและกัน คอยสังเกตความรู้สึกตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สิ่งที่เราคุ้นเคยเกิดขึ้นเรื่อยๆ หรือสิ่งใหม่ๆ เราต้องเรียนรู้ที่จะปรับให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน

ช่วงเวลาที่ดิ่งมากๆ เราจับมือกันยังไง ?

(ญาญ่า): ญ่ามีความเชื่ออันหนึ่งเสมอเกี่ยวกับคนใน Relationship ว่าตอนที่เราเจออะไรที่แย่ที่สุด เราต้องสามารถรักคนที่เราเลือกในโมเมนต์ที่เขาเติบโตและเปลี่ยนไป ต้องรักในทุกเวอร์ชันของเขา ถ้าเจอเหตุการณ์แย่มากๆ แล้วมันทำให้เขาเปลี่ยน คนที่อยู่ข้างๆ ต้องคอย Support ต้องเป็นเหมือน Wind beneath the wings ช่วยผลักดันให้เขาเติบโตจากสิ่งนี้ให้ได้ เราจะเจอกันในเวอร์ชันที่ต่างกันออกไปเยอะมากตั้งแต่วันแรกที่เจอจนถึงวันนี้

(ณเดชน์): เขายืนอยู่ข้างๆ ตลอดเลยนะครับ เขาไม่เคยทิ้งผมไปไหนเลย ในวันที่เราแย่ที่สุด เขาเหมือนที่เขาบอกครับ เขาเฝ้ารอในวันที่เราจะเปลี่ยนแปลง แล้วเป็นคนที่ดีขึ้น เขายังพร้อมที่จะรับเรากลับเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง

วันที่ใช้ชีวิตคู่จนถึงวันนี้ มีคำมั่นสัญญาอะไรต่อกันไหม ?

(ณเดชน์): มีครับ จริงๆ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่พูดในพิธีที่นอร์เวย์ นั่นถือว่าเป็นคำมั่นสัญญาที่เราให้ไว้ ว่าไม่ว่าจะต่ำสุด สูงสุด หนาวสุด เย็นสุด ทุกข์สุด มีความสุขสุด เราก็ต้องจับมือกัน แล้วก็เรียกว่ากลืนกินช่วงเวลาเหล่านั้นไปด้วยกัน

(ญาญ่า): สัญญาว่าจะเป็นเพื่อนที่ดี คู่ครองที่ดีค่ะ ไม่ต้องพูดอะไรมาก เขาก็ดีอยู่แล้ว

วันนี้เค้าสวยมากไหม ?

(ณเดชน์): สวยที่สุดในโลกครับ สวยตั้งแต่ตื่นเช้าเลย ก็ไม่ค่อยมีอะไรพูดเยอะ หลายอย่างพูดไปหมดแล้ว แต่วันนี้มองเขาก็เห็นว่าเขาสวยอย่างเดียวเลย งานวันนี้กี่งานแล้วนะ ไม่เคยเบื่อเลยคนสวยคนนี้

ขอถามเรื่องจดทะเบียนสมรสหน่อยครับ ?

(ณเดชน์): จริงๆ เรื่องนี้เราก็คิดเหมือนกันครับ แต่ยังไม่ได้รีบเร่งที่จะจดขนาดนั้น มันมีหลายอย่างที่ต้องเตรียมตัว มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ เหมือนกันครับ

สินสอดเป็นยังไงบ้าง ?

(ณเดชน์): ก็ตามประเพณีไทยครับ มีทองมีอะไร แต่สุดท้ายคือเก็บเข้าบัญชีเอาไว้ให้ลูกครับ คือสินสอดหรือเงินขวัญทุงที่ทุกคนมอบให้วันงานแต่ง เราจะเก็บเข้าล็อกบัญชีเลย กว่าจะเบิกได้ก็อีก 3 ปี 2 ปี อะไรเงี้ยครับ เก็บไว้ให้ลูก

อยากได้ลูกกี่คน ?

(ณเดชน์): ทีละคนก่อน ผู้หญิงหรือผู้ชายอะไรก็ได้ครับ

อยากขอบคุณใครไหมที่ลุ้นเรามาตั้งแต่คู่จิ้นจนเป็นคู่จริง ?

(ณเดชน์): ต้องบอกว่าขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกคน เพราะพี่คือสื่อกลางที่ส่งต่อสิ่งหลายๆ อย่างที่คนข้างนอกไม่เคยเห็น เขาได้รับข้อมูล รอยยิ้ม บทสัมภาษณ์ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ ผ่านทางพี่ๆ ทุกคน ผมเชื่อว่าแฟนๆ ทุกคนน่าจะขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนมากกว่า เพราะพี่ทำให้คนที่อยู่ต่างจังหวัดที่ไม่เคยเจอเราตัวเป็นๆ ได้เห็น ได้รับรู้ความเป็นตัวตนของเรา

(ญาญ่า): จริงๆ เราสึกว่าแรงเชียร์มันมีผลมากๆ ค่ะ เพราะช่วงแรกๆ เราทำงานด้วยกันบ้าง ไม่ได้ทำด้วยกันทุกวัน มีบางช่วงที่ไม่ได้เจอ แต่เมื่อมีแรงเชียร์จากข้างนอก มันทำให้เรานึกถึงกันตลอดเวลา และช่วยทำให้เราจินตนาการได้ด้วย ก็ขอบคุณสำหรับแรงเชียร์ มันส่งผลมากจริงๆ ทำให้เราต่อสู้มาจนถึงวันนี้ค่ะ

by TVPOOL ONLINE