หลังจากเกิดกระแสข่าวฮือฮาจากเอกสารภายในบริษัทบอร์นฯ ที่หลุดออกมาจนสร้างความเข้าใจผิดทำนอง “ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์” พิธีกรที่อยู่คู่วงการมาอย่างยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เตรียมปิดบริษัทและเลิกจ้างพนักงานทุกแผนก ล่าสุด “ต๋อยไตรภพ” ได้มาเปิดใจเคลียร์ทุกประเด็นร้อน รวมทั้งความจริงเรื่องทีวียุคเฟื่องฟู และรุ่งเรือง ไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว การปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์จะเป็นอย่างไร ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง One31
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- จึ้งมาก!! น้ำเพชร อิสรีย์ เปิดลุค นางมโหทรเทวี นางสงกรานต์ประจำวันเสาร์
- เบส คำสิงห์ เปิดใจทั้งน้ำตา!! กับเรื่องราวความรักในอดีต เผยย้อนเวลากลับไปได้ อยากกลับไปคบอดีตแฟนเก่า
ประเด็นการเลิกจ้างและหยุดบริษัทบอร์นฯ ทันทีที่มีหนังสือหลุดออกมา ตอนนั้นอารู้สึกยังไง?
“จริงๆ เป็นเรื่องการประชุมภายในบริษัท เรื่องราวทั้งหมดเป็นแค่ขั้นเริ่มต้น เราจะทำอย่างนี้ๆ นะ แล้วมีการทำแบบตัวอย่างมาให้ดูว่าเราจะทำอย่างนี้กัน จริงๆ แล้วมันหลุดออกมาโดยเราไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นเรื่องภายใน พอหลุดออกมาแล้วก็เป็นความเข้าใจผิดอย่างที่เห็นอยู่ตอนนี้ทั้งหมด
เราเลิกจ้างน่ะใช่ แต่หยุดบริษัท ไม่ใช่ ในเครือบริษัทบอร์นมีมากมายหลายบริษัทมากๆ หนึ่งในบริษัทที่เป็นบริษัทต้นๆ ของเครือบริษัทบอร์น คือ บอร์น แอนด์ แอสโซซิเอทด์ จำกัด และ บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด สองบริษัทนี้มีพนักงานซึ่งมีอายุในการทำงานกับเรายาวนานมาก บางท่าน 40 กว่าปี ไม่ใช่น้อย คนอายุมากสุดที่ทำงานบริษัทบอร์น ไม่นับผม อายุเกือบ 70 ปีแล้ว เพราะบริษัทผมไม่มีเกษียณอายุ ถ้ายังทำไหวและอยากทำ ก็ทำไปเรื่อยๆ ทีนี้พอถึงจุดนึงชีวิตพวกเขา ที่อยู่มานานขนาดนี้ และเป็นกลุ่มก้อนซึ่งใหญ่มากพอสมควร เราคิดว่าจะยังไงก็ต้องทำให้ชีวิตเขาซีเคียวที่สุดในสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ที่เราเห็นกันอยู่ ผมก็เปรียบเทียบตัวเองเหมือนกัปตันเรือ เราเอาลูกเรือของเราอยู่กันมาโดยตลอด ทีนี้คลื่นลมแรงมากๆ จะทำยังไงให้ชีวิตเขาซีเคียวไดในบั้นปลายชีวิต ก็คิดว่าถ้างั้นเอางี้แล้วกัน เราก็หยุดการจ้างก่อน ให้เขาได้โบนัส ได้ทุกอย่างที่เขาควรจะได้ตามกฎหมายอย่างเต็มที่
เวลาเขาได้ 400 วันตามกฎหมาย มันมหาศาลนะ อายุเท่านี้แล้วด้วย คุณว่าเงินเดือนเขาเท่าไหร่ ลองนึกเอาเองแล้วกัน เอา 14 เดือนคูณ ถ้าจำไม่ผิดนะ บางคนหลายล้าน เขาดีใจนะครับ เขาไม่ได้เสียใจนะ เพราะเมื่อเสร็จเรียบร้อย หยุดการจ้างตรงนี้ แล้วเราขึ้นฝั่งก่อน ถ้าเราเตรียมตัวได้ใหม่ก็เรียกกลับมาทำงาน แต่เขาจะได้เงินก้อนไปก่อน เราคิดอย่างนั้นเท่านั้นเอง แต่เหตุที่พูดๆ มันหลุดออกไปก่อน”

รู้มั้ยว่าคนปล่อยคือใคร?
“ตอนนี้รู้แล้วครับ ในบริษัทเรา เพราะแผ่นนี้ติดอยู่ที่บริษัท แล้วเขาก็มาถ่าย พูดตรงๆ ว่าเขาคงไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรเลย คงบอกเพื่อนเขาว่าเฮ้ย มันเกิดอย่างนี้ขึ้นนะ อารมณ์ถ่ายไปเม้าธ์กัน เพื่อนก็รักเพื่อน หวังดี แล้วเพื่อนคุยกัน เขาให้หรือเปล่า เขาให้ยังไง ติดประกาศด้วยนะ ถ่ายมาให้ฉันดูสิ เขาก็ถ่ายให้เพื่อนเขาดู อีกอย่างเพื่อนเขาเมื่อได้อย่างนี้มาแล้วก็สัมพันธ์กับสื่อดีกว่า ไม่ได้ ต้องส่ง เขาคงไม่ได้อยากมีแสงหรอก แต่มีความสัมพันธ์ว่าส่งให้ เลยเป็นข่าวแบบนี้ ไม่โกรธ ไม่รู้สึกอะไรเลย”
ได้เรียกคนทำเอกสารหลุดออกไปมาคุยมั้ย?
“อันนี้ขออนุญาตให้เป็นเรื่องราวในบริษัท ไม่อยากจะพูด เพราะหนึ่งผมไม่โกรธเลย ไม่ได้เกลียดอะไรเขาเลย เพียงแต่ถ้าพูดกันอย่างนี้ สิ่งที่ตามมา เห็นมั้ย เราควรแถลงเรื่องนี้จริงๆ ต้นเดือนหรือกลางเดือนธ.ค. เพื่อบอกว่าก้าวต่อไปเป็นยังไง แต่เปล่าเลย เขารู้กันไปแล้ว”
โลกยุคนี้ เวลามีข่าว ก็จะมีคนคอมเมนต์ได้ง่ายๆ มีคนเข้าใจไม่ถูกต้อง เขาบอกคนเอามาโพสต์เสียผลประโยชน์ในการเลิกจ้างหรือเปล่า ถึงเอาข้อมูลที่ยังเป็นความลับบริษัทมาโพสต์ก่อนใครเพื่อน?
“เขาคงคิดแบบนั้นแหละ แต่พอทุกคนอ่านหรือเห็นจะรู้ว่าเขาได้ทุกอย่างเต็มตามกฎหมายหมด แล้วไม่ได้หมายความว่าเขาเลิกจ้างแล้วจะเลิกตลอดไป เขาเลิกตอนนี้เท่านั้น เอาเงินไปก่อนเท่านั้นเอง”
เขาบอกสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องเอกสารหลุด เป็นเหมือนตั้งใจทำให้หลุด เพื่อโปรโมตในการเลิกทำทีวี และย้ายแพลตฟอร์ม?
“ไม่รู้สึกเลย ฟังแล้วส่วนตัวขำนิดๆ ด้วยซ้ำ ถ้าทำแบบนั้นจริง ใครจะโง่ทำเอกสารไม่สมบูรณ์แบบ อันนั้นเขียนว่าปิดบริษัทด้วย มันปิดไม่ได้นะครับ บริษัทตั้งมา 40 กว่าปี ไม่ได้มีอะไรเสียหาย สลึงบาทยังไม่เคยขาดทุน อยู่ดีๆ จะไปปิดบริษัทเพื่ออะไร แล้วบริษัทยังดำเนินกิจการอย่างอื่นต่อ บอร์นไม่ได้ทำงานอย่างเดียวนะครับ บอร์นทำไม่รู้กี่กิจการ โดยส่วนตัวผมเป็นคนไม่พูดเรื่องตัวเองด้วยซ้ำไป เลยคิดว่าถ้าใครคิดแบบนั้นคงขำ นั่นขำที่หนึ่ง ขำที่สอง ใครจะมาเป็นเหยื่อให้ผมเหรอ มาร่วมมือกันนะแกล้งปล่อยออกไป ไม่มีทางครับ ไม่ใช่เรื่องนั้นแน่นอน”
พนักงานพนักงานอายุขั้นต่ำ 51 ปี?
“ในบอร์น ออพฯ และบอร์น แอสโซซิเอทด์ นะ แต่บอร์นอื่นๆ 20 – 30 มีหมดนะ คุณต้องเข้าใจก่อนผมมีหลายบริษัท แต่ละบริษัทโครงงานและเครือข่ายในการทำงาน มันแตกต่างกันหมด แต่บริษัทนี้เป็นบริษัทที่น่าห่วงตรงที่ว่า เฮ้ย คุณอายุขนาดนี้แล้ว คุณควรจะอย่างนี้ๆ ก่อน ต้องเบรก เอาเงินให้เขาก่อน ก็ทำไปทั้งบริษัท ดีกว่า เงินออกไปตู้มก้อนเบ้อเริ่ม แต่ถ้าบางคนได้ บางคนไม่ได้ ไม่ต้องดีกวา ก็เลยเอาทั้งหมดเลย ทีเดียว”

อีกหนึ่งสาเหตุย้ายแพลตฟอร์มไปออนไลน์ เรื่องรายได้ต้นทุนขาดทุนต่อเนื่องกี่ปี?
“มันไม่ได้ขาดทุนต่อเนื่อง แต่มันจะต้องขาดทุน เวลาคนบอกเราทำฉุกละหุกหรือเปล่า เราคิดเรื่องนี้มา 3 ปีแล้วนะครับ แล้วระบบการทำงานต่างๆ ที่ค่อยๆ ไล่ขึ้นไป จะมีอเคเดมี่ จะทำงานอื่นๆ เต็มไปหมด เรามองว่าถ้าเราปล่อยไปเรื่อยๆ เดี๋ยวปัญหาจะเกิดกับพวกเขา อย่าให้เกิด ถ้าให้เกิด เกิดกันเอง เกิดกับเจ้าของไปสิ ผมคิดงั้น เรื่องไรให้ไปเกิดกับลูกน้อง ถ้าผมทำงานต่ออีกปี แล้วเงินก้อนนึงมันหายไปเลย ผมก็บอกเขาว่าจริงๆ พวกคุณต้องได้เท่านี้ แต่มันได้แค่นี้ พวกคุณต้องเฉลี่ยกันแล้วนะ เหลือเท่านี้ๆ ผมว่ามันไม่ถูกต้อง แค่นั้นจริงๆ ทำแบบนี้ถูกต้องกว่า ก็แค่นั้นเอง”
3 ปีที่เริ่มคิด ได้ปรับอย่างอื่นมั้ย?
“โหย เต็มไปหมดเลยครับ ทุกคนในองค์กรก็รู้อยู่ แผนกนั้นเกิด แผนกนี้เกิด เกิดมาคุณเคยคิดหรือเปล่าว่าจะมีเรื่องราวในบริษัทนึงที่จะมาพูดเรื่อง Foundation of Life พูดเรื่อง เวิลด์ ออฟวิสดอม มาพูดเรื่อง Gastronomy มาพูดเรื่องการตลาด เรามีเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นแผนกใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งบริษัทรู้อยู่แล้ว ทุกคนรู้ว่ากำลังจะทำอะไร ก้าวต่อไปจะเป็นยังไง การที่เราบอกว่าเลิก เราเลิกในแพลตฟอร์มนี้เฉยๆ ตอนนี้ด้วยนะ แล้วพูดชัดเจนว่าถ้าคลื่นลมสงบเมื่อไหร่ มันน่าลง ก็ลงอีกได้ แต่ตอนนี้เราแค่ย้ายแพลตฟอร์มไปทำในออนไลน์ พอทำในออนไลน์ก็ต้องเปลี่ยนไง จะทำแบบเดิมๆ ไม่ได้ ออนไลน์โลกมันแตกต่าง ก็ต้องทำในออนไลน์ที่แตกต่าง พูดตรงๆ ว่ามันจะพัฒนาขึ้น แล้วจะยิ่งแตกต่างมากขึ้น เพราะเวลาในออนไลน์มันฟรีครับ มันออกยาวแค่ไหน ทำอะไรก็ได้ เวลาออกอากาศครัวคุณต๋อยทุกครั้งที่ท่านดูอยู่ เนื้อรายการต่อตอน 18 – 20 นาทีเท่านั้น แต่ถ้าออนไลน์มันมากกว่านั้นเยอะ จริงๆ มีเรื่องราวเยอะมากในทีวี เหมือนกันทุกช่องนะ”
อะไรรู้สึกว่าต้องเคลียร์ตรงนี้ อะไรคือสุดท้ายความคิดที่ตกผลึกว่าต้องรีเซ็ตตรงนี้และให้เงินเดือนเขาไป?
“มันเห็นสถานการณ์โลกมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้วว่าเป็นอย่างนี้ และคิดว่าถ้าบริษัทยังเป็นแบบนี้ แล้วจะอยู่ยังไงกับคนรุ่นใหม่ คนที่ต้องมาทำต่อ ไม่ว่าจะลูกผม หรือคนทั้งหมดที่เข้ามาใหม่ ทุกคนก็มองว่าบริษัทรูปร่างหน้าตาควรเป็นยังไง เราควรนำเสนออะไรสู่สังคม มันเกิดมานานแล้วครับ ถ้าถามว่าเกิดเพราะอะไร เพราะเรามองเห็นจริงๆ ว่ามันจะเป็นอย่างนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้วเราเห็นก่อนแล้ว พูดแล้วพูดอีกนะครับ ถึงได้เกิดเรื่อง และไล่ไปๆ”
เป็นอันดับหนึ่งในการทำรายการทีวี 40 กว่าปี อยู่ดีๆ วันนึงต้องย้ายจากหน้าจอทีวีมาสู่ออนไลน์ มีความกังวลมั้ย?
“ไม่มีเลย การเปลี่ยนแปลงมันเป็นนิรันดร์ อยู่ที่คุณจะอยู่ที่ไหนแล้วต้องทำอะไร ถ้าสังเกตดีๆ ผมปล่อยคิดเช่นต๋อยออกมาก่อน สัก 2-3 เดือน เป็นรายการออนไลน์ให้ความรู้ระดับสุดๆ ของประเทศ คนมาร่วมงานก็เป็นคนสุดๆ อย่างพี่เตามารายการผม คนก็จะบอกว่าพี่เตาเนี่ยนะ เขาอยู่เรื่องเศรษฐกิจสังคมระดับชาติเลยนะ แล้วเราเป็นบันเทิง มันจะคุยกันรู้เรื่องเหรอ คุณไปดูเทปนี้ ผมกับพี่เตาคุยกันเรียกว่ามันมากๆ คุณบรรยง พงษ์พานิช ผมปล่อยเรื่องอย่างนี้ออกมาตั้งเยอะแล้วนะครับ แล้วก็พบกับตัวเองว่าในเทปตั้งแต่เทปแรกจนถึงตอนนี้ คนดูผมไม่ได้เป็นคนดู 100 คน 10 คน มันเป็นแสนนะครับ ผมรู้แล้วว่าผมสามารถเดินเส้นทางนี้ได้หรือเปล่า รู้ตัวครับไม่ใช่ไม่รู้ตัว แต่เส้นทางนี้ทำเพื่อให้ประโยชน์สูงสุดกับผู้ชมนะครับ ผมไม่ได้อะไรเลย ผมจะเอาคนที่ชำนาญในแต่ละด้านแล้วมาคุยอย่างลึกๆ ลึกจริงๆ ครับ ชนิดที่ว่าเฮ้ย อันนี้เอามาบอก”

หาดูยากมาก?
“คุณก็เห็นโลกออนไลน์ ผมไม่ได้ว่าเขาเลย ผมยังดู บางรายการที่สนุกสนานเฮฮาผมก็ชอบ แต่ถ้าจะหาอะไรที่เป็นประโยชน์กับชีวิตผมจริงๆ ดำเนินชีวิตและสร้างชีวิตต่อไป สำหรับผมบางที บางอย่างก็หาได้จำกัด สองแรงเกินไป หรือไม่ก็อ่อนเกินไป เราพยายามหาช่องว่างตรงนี้แล้วทำ”
มีสักแว้บในที่ประชุมเรามาทำคอนเทนต์ที่อาจไม่ได้ให้คุณค่า แต่ให้ความบันเทิง?
“ไม่มีครับ เพราะมันไม่ใช่เวลาของผมอีกต่อไปแล้ว ปีนี้ผมอายุ 72 ย่าง 73 ปีหน้า ต้องนึกด้วยนะ ผมทำมาหมด มีตั้งกี่คนที่ดูฝันที่เป็นจริง แล้วไปเล่าให้ลูกหลานผม แม้แต่สถานีบอกให้ผมเอามาทำอีก ผมไม่ทำครับ ผมไม่มีวันเดินกลับไปหาสิ่งที่ผมทำแล้ว เพราะมันไม่ใช่ครับ ผมต้องรู้ตัวสิครับ ถ้าไม่รู้ตัวจะอยู่มาถึงป่านนี้ได้ยังไง หรือคนบอกว่าเกมเศรษฐีดี๊ดี เอามาทำอีกสิ เอามาทำเลย ถามว่าผมทำได้มั้ย สบายมากครับ ขนมเลยสำหรับผม เพราะเดี๋ยวนี้ผมมีความรู้ ความเข้าใจโลก มากกว่าตอนที่ผมทำในครั้งนั้นเท่าไหร่ แต่ถ้าผมเอากลับมาทำอีก มันก็ย้อนทางกลับไปเส้นเดิม ผมไม่ทำครับ ในชีวิตผมไม่เคยย้อนเส้นทาง ผมพยายามสร้างสิ่งใหม่ๆ”
แต่ละอันก็มาสเตอร์พีชทั้งนั้น ฝันที่เป็นจริงที่แจกรถเข็น เด็กมากยังจำได้ถึงทุกวันนี้?
“ลองนึกภาพ อยากบอกว่าถ้าคุณเอาฝันที่เป็นจริงมารวมกับเศรษฐี คุณจะเห็นว่าสิ่งที่ผมกำลังทำใหม่คือใช่ ผมกำลังทำให้คนมีฝันเป็นจริงด้วยความรู้ ด้วยวิสดอม นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำใหม่ อยากบอกว่าอย่าอยู่กับโลกแบบนี้ อย่าอยู่กับสถานการณ์แบบนี้ โดยที่ไม่รู้อะไรนะ โดยขาดความรู้ในอาชีพตัวเอง ในความเป็นตัวเอง ถ้าตัวเองขาดสิ่งเหล่านี้ตายแน่นอน ผมเลยคิดว่าถ้าฝันที่เป็นจริงจะมีได้คุณต้องมีความรู้ นี่ข้อหนึ่งนะ ข้อสองเกมเศรษฐี คุณอยากเป็นเศรษฐีทุกคน แต่เกมเปลี่ยนแล้ว คุณจะเป็นเศรษฐีได้ต้องวิธีนี้ ต้องเดินอย่างนี้ ก้าวอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่ผมกำลังจะทำใหม่”
มีคนมีความหวังว่าวันนึงทีวีจะกลับมาเฟื่องฟูและรุ่งเรืองอีกครั้ง?
“ผมไม่เชื่อครับ คุณต้องเข้าใจนะ ที่ไม่เชื่อเพราะผมเดินออกมาแล้ว อย่าเข้าใจผิดนะ ผมรักเพื่อนพ้องทุกคน ผมรักลูกน้อง รักเพื่อนพ้อง พี่น้องผมแค่ไหน แต่โลกเปลี่ยนแปลง จะมานั่งอยู่ตรงนี้แล้วนั่งเกาะกันอยู่ ไม่หรอก เราต้องอย่างนั้นอย่างนี้โดยที่โลกเปลี่ยนแปลง แล้วคุณบอกว่าคุณจะไม่เปลี่ยนแปลง คุณบ้าแล้ว แล้วให้ผมไปบอกคนที่อยู่ในโลกที่ผมอยู่ด้วยว่าไม่ต้องกลัวเดี๋ยวจะดี ผมไม่พูด ผมพูดว่าคุณจะทำยังไงให้ชีวิตคุณดีขึ้นต่างหาก ผมคิดแบบนี้”
ในฐานะที่อยู่กับทีวีมาแล้วกำลังจะย้ายไปออนไลน์เต็มตัว ทีวีในอนาคตเป็นยังไง?
“คุณเข้าใจคำว่า Disruption คลื่นลูกใหม่จะมาแทนที่คลื่นลูกเก่าไปเรื่อยๆ มันเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แต่เวลามาแทนที่ คนทำทีวีอยู่ตอนนี้จะมีความฉลาดหลักแหลมขนาดไหนที่ว่าเมื่อมันจะ Disrupฯ เรา เราจะเป็นพวกเกมเชนเจอร์ได้หรือเปล่า เราจะเป็นคนเปลี่ยนเกมได้หรือเปล่า อันนั้นต่างหากที่สำคัญ ต้องเข้าใจด้วยนะว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้จะขึ้นอยู่กับรัฐ ประชาชน สื่อ ถ้าสามพลังนี้ผนวกกันได้ ผมไม่พูดเรื่องอื่นนะ อย่าเอาผมไปเกี่ยวกับเรื่องอื่นของชาตินะ ผมพูดแต่ตรงนี้ก่อน ยังไงมันเกิดได้ แต่เกิดด้วยวิธีไหนเท่านั้นเอง ถ้าจะให้พูดถึงตรงนี้ ขอเวลาสัก 7 วันได้มั้ยจะเล่าให้ฟังทั้งหมดเลย แต่ผมจะบอกเลยว่าโลกเปลี่ยน คุณไม่เปลี่ยนไม่ได้ คุณต้องเข้าใจมัน ถามคำเดียว คนอย่างคุณ (พุฒ-เป็กกี้) หาง่ายเหรอ คุณจำไว้นะ ถ้าอยู่ในวงการนี้จริงๆ ต้องทำให้ตัวเองเป็นคนหาไม่ง่าย ให้เป็นคนมีค่า ทำให้ตัวคุณเองโดดเด่น ไม่ว่าจะบิสิเนสไหนก็ตาม ถ้าคุณเป็นคนๆ นั้นในโลกของผม ผมต้องการคนสองคนนี้ เป็นทั้งอินฟลูฯ เป็นทั้ง MCหาไม่ง่าย ถ้าในยุทธจักรอาหารของผม ผมพยายามบอกทุกคนว่าต้องทำให้ตัวเองเป็นคนหาไม่ง่าย”
ครัวคุณต๋อยยังไง?
“ยังอยู่ แต่อยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ วิธีการทำงาน วิธีการนำเสนอต่างๆ อาจแตกต่างออกไป ให้ผู้ชมได้เข้าถึงมากขึ้น เมื่อก่อนเราพูดตรงๆ ว่าเราเสนอเกี่ยวกับการทำอาหาร วิธีการ ซึ่งตอนนี้เต็มออนไลน์ไปหมด เราอาจไม่ได้เน้นขนาดนั้น แต่ที่คนอยากรู้จริงๆ อย่างร้านนี้อร่อยจริงมั้ย เรื่องราวหน้าตามันน่าสนใจยังไงบ้าง ทำไมต้องไปนี่ ไปนั่น ต้องทำนั่น มีแน่นอน”
คอนเทนต์โลกโซเชียลหลากหลาย การลงไปสู้กับคอนเทนต์อื่นๆ จะเอาแนวทางอะไรไปสู้?
“เอาคอนเทนต์สู้ อย่าเอาคำพูดสู้ ไม่ทำอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว ไม่พูดคำหยาบอยู่แล้วครับ พูดไม่เป็นด้วยครับ”
นอกจากคิดเช่นต๋อย มีรายการอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นมั้ย?
“ครัวคุณต๋อย มีแน่นอน แล้วก็เรื่องราวที่ไม่เคยทำไม่เคยออนสเตท ก็จะออนสเตท จะเป็นทอล์กโชว์ออนสเตท นี่ไม่เคยเลย บอกตรงๆ เรามีแน่นอน ปีหน้าครับ จริงๆ แผนที่จะต้องบอกคือธ.ค. จะมีทอล์กโชว์ ออนสเตท และมีเรื่องอคาเดมี่ คิดเช่นต๋อยอคาเดมี่ วิธีคิด คุณต้องคิดยังไง ทำไงให้ชีวิตมันได้ในวงการอาหาร ย้อนหลังไปดูได้เลยครับที่เราพูดเรื่อง Gastronomy”
พอประกาศจะเลิกทำทีวีปุ๊บ มีงานภาพยนตร์ติดต่อมา?
“เป็นปกติอยู่แล้ว เขาติดต่อมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่เล่นหรอกครับ ตอบได้เลยสบายใจได้ เวลาจะหายใจยังลำบาก ให้ไปเล่นหนังอีก คงลำบาก ขอบคุณจริงๆ ที่กรุณา บางคนก็น่ารักมาก เอาบทมาให้ดู เอาโน่นเอานี่มาตลอด มันเหมาะสมจริงๆ ตัวนี้ตัวเดียวเลย ไม่เล่นจริงๆ”
ทุกวงการเหนื่อยกับการหาเงิน เหนื่อยกับเอาชีวิตรอด เหนื่อยกับการต้องหาเงิน ขอกำลังใจ?
“พูดง่ายๆ ใช้ชีวิตให้มันถูกต้องก็พอ ทุกวันนี้เราตื่นเช้ามาก็ท้อแล้ว ก็ถอย ก่อนนอนก็ท้อ แล้วถอยอีกที มันผิดจริงๆ นะครับ ตื่นเช้ามาท่านต้องมีพลัง ท่านต้องบอกว่าวันนี้ท่านจะทำอะไร แล้วทำให้ดีที่สุดได้อย่างไร แล้วมนุษย์ถ้าทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ตอนนอนจะนอนได้นะครับ ว่าวันนี้ทำมาดีหมดแล้ว แล้วพรุ่งนี้จะทำอะไรใหม่ สำคัญมากข้อที่หนึ่ง ข้อที่สองต้องเพิ่มพลังไปเรื่อยๆ ในยุคนี้ อย่าลดพลังครับ ตอนนี้ผมเจอแต่คนลดพลัง ไม่ไหวแล้ว อย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ไหวตรงนั้นไม่เป็นไร แต่ต้องมีเส้นทางใหม่ที่จะเดิน ไม่ไหวตรงนั้นแล้วหาใหม่ เดินใหม่ถึงจะถูก ไม่ใช่ไม่ไหวแล้วเลิก เลิกไม่ได้ครับชีวิตนี้ ชีวิตนี้ต้องสู้ครับ”
by TVPOOL ONLINE