โครงการดีๆ “Waking up challenge!! ลูกตื่นเมื่อพ่อหลับ” โดย “ครูเงาะ รสสุคนธ์” ที่อยากให้คนทำดีเพื่อพ่อหลวง

เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

อีกหนึ่งโครงการที่ถูกแชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดียที่น่าสนใจควรบอกต่อ สำหรับโปรเจคท์ “Waking up challenge!! ลูกตื่นเมื่อพ่อหลับ” ที่ริเริ่มโดย “ครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ”

แม้ความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ยังไม่จางหายไปไหน แต่ความสูญเสียอันใหญ่หลวงนี้ของคนไทย กลับนำพาความยิ่งใหญ่มากมาย ดังเช่นที่เห็นคนไทยร่วมใจเป็นจิตอาสาทำความดีมากมายตอบแทนสังคม รวมถึงอีกหนึ่งโครงการที่ถูกแชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดียที่น่าสนใจควรบอกต่อ สำหรับโปรเจคท์ “Waking up challenge!! ลูกตื่นเมื่อพ่อหลับ” ที่ริเริ่มโดย “ครูเงาะ-รสสุคนธ์ กองเกตุ” ครูสอนการแสดงชื่อดัง ที่ท้าให้ทุกคนร่วมสัตย์ปฏิญาณทำความดีให้กับประเทศชาติและสังคม โดยถือภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และบอกว่าตั้งใจทำความดีอะไรให้กับสังคมบ้าง ตอนนี้เราเห็นคนดัง อาทิ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, บี้-สุกฤษฎิ์ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ฯลฯ ลุกขึ้นมาอัดคลิปปฏิญาณตนกันมากมาย และส่งต่อให้น้อง ๆ  คนรุ่นหลังได้เข้าใจพระราชกรณียกิจของในหลวง รวมทั้งเดินหน้าทำความดี วันนี้ “ฮันนี่บี” จึงถือโอกาสพูดคุยกับครูเงาะถึงที่มาที่ไปของโครงการดังกล่าว ติดตามกันเลยค่ะ

ที่มาที่ไปของโครงการเป็นยังไงบ้าง?

“โครงการนี้เริ่มจากเมื่อเราทราบข่าวพระองค์ท่านสวรรคตแล้ว ทำให้สื่อได้นำเสนอพระราชกรณียกิจมากมาย ซึ่งครูเชื่อว่าหลายคนเป็นแบบครูนะ เพิ่งมาเห็นว่าท่านทรงงานหนักเพื่อพวกเรามากขนาดนี้เลยหรือ เปรียบเสมือนเราหลับใหลเมื่อตอนท่านมีชีวิตอยู่ จนวันที่ท่านจากไปเหมือนเราถูกปลุกให้ตื่น ก็จี๊ดเข้าไปที่หัวใจ ทำให้เราอยากลุกขึ้นมาทำความดีเหมือนท่าน จนเกิดเป็นโครงการดังกล่าว ร่วมสัตย์ปฏิญาณที่จะทำความดีให้กับประเทศชาติ โดยครูโพสต์เป็นตัวอย่างและท้าต่อไปอีก 3 คน ให้ระบุข้อความว่า “ลูกตื่น..เมื่อพ่อหลับ” #รับคำชวน ร่วมสัตย์ปฏิญาณให้กับองค์พ่อหลวงในการทำความดีให้กับประเทศชาติ ในวันที่พ่อหลับ ลูก (ชื่อ)……ตื่นแล้ว นับจากวันนี้ไปลูกขอให้คำสัตย์ปฏิญาณว่า ลูกจะทำความดี……ตามรอยเท้าพ่อ” ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เชื่อว่าถ้าทุกคนพร้อมใจกันทำ ก็จะทำให้ประเทศมีความเปลี่ยนแปลงได้”

คงดีหากเด็กรุ่นใหม่มีโอกาสเห็นพระราชกรณียกิจแบบที่คนยุคเราได้เห็น?

“ใช่ค่ะ เด็กสมัยนี้จะอ่านอะไรยาว ๆ ก็ไม่ค่อยชอบ ก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวครูเล่าให้ฟังผ่านโครงการนี้ เริ่มจากนักเรียนที่โรงเรียนสอนการแสดงของครูก่อน จนมาถึงดาราและนักแสดงที่เรียนการแสดงกับครู ก็ขอร่วมโครงการนี้ด้วย ครูรู้สึกอยากปฏิญาณให้ในหลวงท่านรู้ว่าเราจะสานต่อสิ่งต่าง ๆ ให้ ตอนแรกแค่เล่าเรื่องให้น้องฟัง จนมาเพิ่มการแชร์เชิญชวนให้คนออกมาปฏิญาณความดี คนแรกคือ ใหม่-ดาวิกา, ซันนี่, เต๋อ-ฉันทวิชช์, แต้ว-ณฐพร, ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ฯลฯ ค่ะ”

การที่นักแสดง ศิลปิน เป็นตัวแทนจะช่วยเชิญชวนได้ผลเพราะคนติดตามเยอะด้วย?

“ใช่ค่ะ คนตามโซเชียลของครูแค่ 1 แสน แต่ตามน้อง ๆ นักแสดง ศิลปินหลักล้าน ครูเลยบอกน้อง ๆ ว่าการที่พวกหนูมีชื่อเสียง เขาไม่ได้ให้ชื่อเสียงหนูมาเปล่า ๆ นะลูก เขาให้มาเพื่อให้หนูเป็นกระบอกเสียงสื่อสารกับคนอื่น  ซึ่งคนจำนวนมากจะได้ยินเสียงของหนู มันมีเด็กที่ไม่ชอบอ่าน แต่เขาจะได้ฟังจากสิ่งที่พวกหนูเล่าและรู้สึกได้ เพราะหนูคือไอดอลของ
เด็ก ๆ เหล่านี้ หนูใช้ความเป็นไอดอลเราให้เกิดประโยชน์แบบนี้คือสิ่งที่ดี นี่คือเวลาของคนบันเทิงที่จะใช้เสียงของเราเป็นประโยชน์จริง ๆ ค่ะ”

เห็นว่าหลังจากนี้จะมีเวิร์กช็อปกับลูกศิษย์ดาราของครูด้วย?

“ใช่ค่ะ พอวันที่ 5 ธ.ค. 59 โครงการแรกที่ทำคือ “ร่วมรักษ์น้ำให้พ่อ ด้วยการเก็บกวาดขยะในคลอง” ถ้าใครที่ร่วมโครงการนี้ ก็แชร์ในเฟซบุ๊กครูออกไปเยอะ ๆ เราจะเลือกมาร่วมเก็บขยะด้วยกันกับศิลปิน ดารา นักแสดงที่ร่วมโครงการ มันดีที่ทำให้เกิดเป็นรูปธรรมลงมือกันจริง ๆ ครูมองว่าถ้าเรานอนอยู่เฉย ๆ เพราะความเสียใจว่าเราไม่ได้ตอบแทนคุณในหลวงตอนพระองค์มีชีวิตอยู่ก็ไม่ช่วยอะไรแล้ว ตอนนี้เราทำอะไรได้ก็ควรลงมือทำ เรามีกระบอกเสียง เราก็ใช้กระบอกเสียงของเรา เล่าเรื่อง ช่วยสรุปความให้เด็ก ๆ มันอาจจะไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงแบบยิ่งใหญ่ แต่มันคือการสะกิด คือการโยนหินลงน้ำ ที่รัศมีจะกระจายแผ่ออกไปได้ครูเชื่ออย่างนั้นค่ะ”

ถามถึงความรู้สึกของครูเงาะที่มีต่อในหลวงเป็นอย่างไร?

“เป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยายนะคะ ครูรู้สึกว่าเรารักท่านมากอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้เศษเสี้ยวที่พระองค์รักเราเลยพระองค์ท่านเป็นต้นแบบของทุกสิ่ง ในอดีตครูเองก็เคยพูดว่า ท่านคือไอดอลของเรา แล้วก็มีฝรั่งอีก 2-3 คนที่เรายึดถือในความเก่ง จนพอวันที่เราได้รู้จักพระองค์ท่านมากขึ้นเมื่อพระองค์จากเราไป เราไม่ต้องไปหาไอดอลที่ไหนอีกแล้วในโลกนี้ ทุกมุมในชีวิตของพระองค์ท่านเป็นไอดอลให้เราได้หมด พระองค์ทำเพื่อคนอื่นโดยไม่มีคำว่าท้อถอย แม้แต่ในแง่การเป็นอัครศิลปินวิศวกร เกษตรกรพระองค์เก่งหมดทุกด้าน ครูเลยไม่มีใจไปมองหาไอดอลอื่นบนโลกนี้แล้วค่ะ”

หลักคำสอนไหนที่ปรับใช้ในชีวิตตามในหลวงบ้าง?

“หลายข้อมากค่ะ แต่ที่กระตุกใจเราคือเรื่องความไม่ท้อค่ะ บางสิ่งที่พระองค์ท่านคิด บางคนบอกเป็นไปไม่ได้ คนปฏิเสธ  แต่พระองค์ไม่เคยท้อเพราะพระองค์เชื่อมั่น ที่เห็นได้ชัดคือพื้นที่บนดอยอ่างขาง ที่เกือบจะเป็นทะเลทราย เป็นแหล่งปลูกยาเสพติด พระองค์ก็พัฒนาพลิกฟื้นพื้นที่เกือบเป็นทะเลทรายให้กลายเป็นพื้นที่เขียวชอุ่ม ครูใช้สอนดาราด้วยนะ เวลานักเรียนโดนข่าวในวงการที่ไม่ดี โดนคนโจมตี ให้มองพระองค์เป็นตัวอย่าง ถ้าเราตั้งใจทำดี เจตนาเราสวยงาม ใครก็ด่าเราก็ไม่ถึงใจหรอก เด็ก ๆ ก็มีกำลังใจในการทำหน้าที่ตัวเอง เพราะมีคนทำให้เราเห็นว่าทำดีต้องได้ดี  อย่างโครงการที่ครูจะไปเก็บขยะ ถ้ามีคนมาบอกว่าขยะไม่มีวันหมดหรอกเก็บยังไงก็ตาม ถ้าเราท้อโครงการนี้คงไม่เกิดค่ะ”

พลังความดีที่ในหลวงท่านทำไว้ เข้าถึงคนไทยทุกคนจริง ๆ ?

“ครูเชื่อว่าพระองค์ท่านไม่ได้จากไปเฉย ๆ นะคะ การจากไปของพระองค์ทิ้งพลังให้แผ่นดินมหาศาล มนุษย์เรามีหลากหลายเปรียบเสมือนบัวหลายเหล่า ซึ่งบัวเหล่าที่ 1 และ 2 ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเขาแน่ ๆ คนดี ๆ หลายคนลุกขึ้นมาทำความดีมากมาย เพื่อนครูยังเลิกกินเหล้าไปเลย เขาบอกว่าไม่สามารถกินเหล้าได้เพราะรู้สึกผิด อีกคนก็เคยซื้อรองเท้ามาเก็บเต็มบ้าน ตอนนี้เอารองเท้าออกมาขายเพราะรู้สึกมันเกินพอเพียง ถ้าเราขยับหนึ่งคนก็จะเกิดการลงมือทำเป็นโดมิโน่ได้ ทุกคนมองกลับมาดูตัวเองว่าเราดีได้อีกไหม หรือทำอะไรผิดพลาดไปเราก็ปรับปรุง”

สุดท้ายฝากถึงคนที่สนใจอยากร่วมโครงการนี้ ใครยังเขินอาย ไม่กล้าแชร์?

“ถ้าใครเขินจะอัดคลิปปฏิญาณเหมือนพี่ ๆ ดาราทำ ก็เปลี่ยนเป็นขึ้นภาพนิ่งของเราแล้วเขียนบรรยาว่าเราจะทำความดีอะไรก็ได้ค่ะ เพราะคำปฏิญาณตอนแรกซันนี่ก็ไม่เข้าใจนะทำไมต้องบอกคนอื่นว่าเราจะทำดี ครูก็มองว่าการที่เราเปล่งออกไปให้คนอื่นรับรู้มันคือการทำสัจจะบารมี พูดออกไปแล้วมีคนอื่นเป็นประจักษ์พยาน จะมีคนคอยเห็น ตรวจสอบเรา นั่นจะทำให้เราตรวจสอบตัวเองมากยิ่งขึ้น เหมือนที่ในหลวงเคยลั่นสัจจะวาจาว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งพระองค์ก็ทำแบบนั้นได้จริง ๆ การออกมาประกาศว่าจะทำความดี คนอาจสงสัยจะทำได้แค่ไหน ใน 100 คนที่ออกมาปฏิญาณตน มีแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ที่ยังคงรักษาคำพูด ก็ยังทำให้โลกหรือสังคมเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน ฉะนั้นอยากเชิญชวนทุกคนออกมาปฏิญาณทำความดี หรือจะช่วยเข้าไปเฟซบุ๊กของครูเงาะ-รสสุคนธ์ แชร์สิ่งที่ดารามาเล่าให้ไปถึงเด็กรุ่นใหม่ให้รับรู้ก็ได้ค่ะ”

จากการพูดคุยกับครูเงาะ เราได้เห็นถึงความตั้งใจในการลุกขึ้นมาทำความดีต่อตนเอง และสังคม ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดี และน่าสนับสนุน ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ กันได้เลยค่า.

ที่มา – เดลินิวส์

[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]