5 บุคคลบันเทิงแห่งปี 57
ในทุกปีก่อนจะถึงสิ้นปี ผมจะจัดอันดับ 10 อันดับ “บุคคลบันเทิงแห่งปี” แต่สำหรับปีนี้มองดูสถานการณ์แล้ว ควรจะจัดแค่ 5 อันดับก็พอ เพราะปีนี้วงการบันเทิง โดยเฉพาะวงการโทรทัศน์ดูวุ่นวาย แบ่งแยกและอิงผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าจะมองถึงส่วนรวม
คนแรกที่ถือเป็น “บุคคลแห่งปี” คือ “พลากร สมสุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือช่อง 7 สี ที่เปิดดำเนินกิจการตั้ง แต่ 27 พฤศจิกายน 2509 48 ปีผ่านมาแล้ว
ยุคที่ 7 สี เฟื่องฟูที่สุดในระหว่างปี 2530 ถึง 2550 เป็นสถานีโทรทัศน์อันดับ 1 ของประเทศไทย ด้วยปัจจัยสำคัญคือ เครือข่ายออกอากาศที่คมชัดครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศ ทำเลที่ตั้ง เสาอากาศยิ่งโดดเด่นแค่ไหนแรงส่งก็ยังชัดเท่านั้น (ตอนนั้นยังเป็นระบบอนาล็อค) …รายรับของช่อง 7 สี ในช่วงพีคสุดมีรายได้ตกปีละหลายหมื่นล้านบาท
กำลังสำคัญสุดมี 3 คน คือ “กฤตย์ รัตนรักษ์” (ประธานกรรมการ), “สุรางค์ เปรมปรีดิ์” (กรรมการผู้จัดการระหว่าง ปี 2541-2554) และ “พลากร สมสุวรรณ”
(ผู้จัดการฝ่ายรายการและประธานกรรมการพิจารณาการผลิตละครโทรทัศน์ช่อง 7 สี)
ยุคที่ช่อง 7 สี เริ่มฟื้นตัวจากขาดทุนมาเป็นกำไร เป็นยุคที่ “สุรางค์ เปรมปรีดิ์” บริหารก็จริงอยู่ แต่จุดที่ 7 สี ทำกำไรมากเป็นกอบเป็นกำมากขึ้นอีก 30% คือประมาณปี 2554 เพราะเป็นช่องที่ช่อง 7 สี ปรับอัตราโฆษณาสูงขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ แต่ลูกค้าไม่ปฏิเสธเลย เพราะเนื้อหารายการ ภาคข่าว และละครเข้มข้นขึ้น
ครั้งแรกทุกคนคิดว่าไม่มี “สุรางค์ เปรมปรีดิ์” เรทติ้งช่อง 7 สี ต้องตกลงแน่นอน กลายเป็นว่าไม่เป็นเช่นนั้น เพราะฝีมือการดำเนินการของ “พลากร สมสุวรรณ” ที่บริหารงานแบบอยู่กับความเป็นจริงไม่หวือหวาฟู่ฟ่า แต่รักษาคุณภาพและมาตรฐานเดิมไว้ จากการสนับสนุนของ “กฤตย์ รัตนรักษ์”
7 สี ไม่ได้ดิ้นรนเข้าตลาดหลักทรัพย์เพราะรายรับมหาศาลอยู่แล้ว วิธีคิดของ “พลากร สมสุวรรณ” ที่คนมองเห็นเด่นชัดว่าเขาแน่จริงในวันที่ กสทช. เปิดประมูลทีวีดิจิตอล “พลากร” เลือกที่จะเอาแค่ 1 สถานี HD เพื่อสานต่อ 7 สีเดิม-ที่มีแฟนกลุ่มเดิมให้อยู่และไม่สับสน
“พลากร” เลือกที่จะให้ช่อง 7 สี ออกคู่ขนาน (Simul Cast) อย่างที่ กสทช. แนะนำ…ในวันที่ดิจิตอลออกอากาศ ช่อง 7 สี กวาดคะแนนนิยมจากผู้ชมล้นหลาม ราคาโฆษณานาทีละ 5 แสนบาท ก็ยังขายราคาเดิมและเต็มตลอดมา
จากการสำรวจของ “Ac nielsen” ระบุว่าช่อง 7 สี เป็นสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลอันดับ 1 แบบทิ้งอันดับ 2 เป็นเท่าตัวจนปัจจุบัน ถ้าสังเกตในการปรับตัวให้เข้ากับดิจิตอล ทุกรายการของช่อง 7 สี ปรับตัวดีขึ้นกว่าทุกสถานี ที่สำคัญคือช่อง 7 สี วางตัวสมถะ ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับหน่วยงานภาครัฐ
ที่วงการยกนิ้วให้ “พลากร สมสุวรรณ” คือนโยบายที่มีกับดารานักแสดงในสังกัด 7 สี ทุกคนต้องอยู่ด้วยใจไม่ใช่อยู่ด้วยการบังคับ ใครไม่อยากอยู่ต่อขอเลิกสัญญายินดีเสมอ ถ้าสัญญาอยู่ ใจไม่อยู่ อยู่ไปก็ทุกข์ทรมาน ยินดีให้ไปเลย สถานีก็ปั้นดารารุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาเสริมตลอด ดาราแม่เหล็กอย่าง “อั้ม-พัชราภา, วี-วีรภาพ, เวียร์-ศุกลวัฒน์, ใหม่-ดาวิกา, ขวัญ-อุษามณี, ซี-ศิวัฒน์” ฯลฯ และอื่นๆ ยังปักหลักที่นี่ไม่เคยคิดปันใจไปที่อื่น… หรือแม้แต่คนจากแผนกอื่นๆ ก็ไม่เคยคลอนแคลน
จากการจัด 100 อันดับยอดนิยม รายการทีวีในประเทศ ไทยของเอ.ซี เนลสัน ช่อง 7 สี ครองแชมป์ถึง 60 อันดับ 20 อันดับแรกเป็นของ 7 สี ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข่าวภาคค่ำ ละครก่อนข่าว ละครหลังข่าว และรายการหลังข่าว…. เครดิตนี้ต้องยกให้เขา
“พลากร สมสุวรรณ” ไม่เคยคิดว่าสถานการณ์ทีวีดิจิตอลที่มี 20 กว่าสถานีจะมาแชร์คนดู แต่ว่าวันนี้ต้องบริหาร 7 สี ให้ตรงใจแฟนๆ มากที่สุด แข่งกับตัวเองมากกว่าที่จะแข่งกับช่อง อื่นๆ… ทำให้ช่อง 7 สี คือผู้นำของทีวีดิจิตอลในขณะนี้ คาดว่านับจากนี้อีก 15 ปี (จนกว่าจะหมดอายุสัมปทาน) 7 สี จะยังคงรักษาฐานเดิมของตัวเองไว้ได้
การก้าวหน้าขององค์กร “หัวหน้างาน” มีความสำคัญยิ่ง ในยุคที่ธุรกิจมีการแข่งขันสูง กลยุทธ์เพื่อเอาชนะคู่แข่งจึงจำเป็นที่ผู้นำองค์กรต้องใส่ใจ ทีวีดิจิตอล คือสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ว่า “พลากร สมสุวรรณ” ปรับตัวได้เก่งและรวดเร็ว ไม่มีการคิดเกินตัว ทำให้ 7 สี ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย แม้จะมีคู่แข่งมากมาย… “1 ใน 5 ของบุคคลบันเทิงแห่งปี” เรามอบให้ “พลากร สมสุวรรณ” กรรมการ
ผู้จัดการ BBTV. หรือช่อง 7 สี
Tony Aigner
by TVPOOL ONLINE


