5 บุคคลบันเทิงแห่งปี
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์
ในวันที่มีการประมูลทีวีดิจิตอลระหว่างวันที่ 26-27 ธ.ค. 2556 ทั้ง 4 ประเภท คือ ประเภทวาไรตี้คมชัด (HD) ประเภทวาไรตี้ชัดมาตรฐาน (SD) ประเภทสถานีข่าวและสาระ (SD) และประเภทเยาวชนและครอบครัว (SD) 50,862 ล้าน (ห้าหมื่นกว่าล้านบาท) ผู้ที่มีบทบาทสูงสุดในการประมูลครั้งนี้คือ
ช่อง 3 เพราะลงประมูลครบโดส คือ 3 ประเภท (วาไรตี้ HD วาไรตี้ SD และช่องเด็ก เยาวชน-ครอบครัว)
ช่อง 3 คือขาใหญ่ มีเงินมหาศาลลงเวทีแบบต้องชนะทุกคนด้วยตัวเลขอันดับ 1 การเป็นอันดับของผู้ประมูลได้มีสิทธิพิเศษคือ เป็นคนแรกที่ได้เลือกลำดับช่องเพื่อสะดวกแก่การเปิดชมของชาวบ้าน ช่อง 3 เลือกช่อง 33 แค่กดเบิ้ลเลข 3 สองทีก็จะเจอช่อง 3 คือเป็นเลขเฮง คนที่อยู่เบื้องหน้าแทน “มาลีนนท์” ทั้งหมดในการประมูลคือ
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ-(ในฐานะผู้ดูแลงบโฆษณาทั้งหมดของช่อง 3)
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์…เป็นคนปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายโฆษณาของช่อง 3 มาเป็นระบบใหม่ทันสมัยพอใจลูกค้า ทำให้ช่อง 3 มีโฆษณาล้นจอ สามารถตั้งเรทขายโฆษณาแพงเท่าช่อง 7 สี และบางช่วงรายการขายแพงกว่า 7 สี แต่ลูกค้า
เอเยนซี่ก็ยินดีที่จะลงกับเขา เพราะวิธีคิดที่แตกต่างของ
สุรินทร์
ถ้าช่อง 3 มี ประวิทย์ มาลีนนท์ เป็นแม่ทัพนำทีมรบ สุรินทร์ก็เป็นอัศวินที่รอบรู้เชิงรบ นำนโยบายของนายไปปฏิบัติอย่างเฉียบขาด อ่านเกมทะลุ คู่ต่อสู้มาไม้ไหนสุรินทร์เอาอยู่หมด…ในวันที่ช่อง 3 รวยเป็นอันดับ 8 จากการจัดอันดับตระกูลรวยที่สุดของประเทศไทย คนที่มีส่วนทำให้เงินของช่อง 3 เพิ่มขึ้นคือ สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ คนนี้อยู่ด้วยแน่นอน
“สุรินทร์” ทำงานกับเป๊ปซี่ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายตลาด เมื่อปี 2536 แทน อภิรักษ์ โกษะโยธิน ปี 2538 ก้าวอีกขยักใหญ่เบ้อเริ่มเป็นผู้อำนวยการฝ่ายตลาด ดูแลทั้งหมดของเครือคือ เป๊ปซี่-มิรินด้า-เซเว่นอัพ ทำให้ยอดขายของค่ายเป๊ปซี่พุ่งทะยานเหนือคู่แข่ง
นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้บุกเบิกและสร้างแบรนด์ให้เป๊ปซี่ในนาม บริษัท เป๊ปซี่โคฟู้ดส์ อินเตอร์ฯ จำกัด ทำขนมขบเคี้ยว เช่น มันฝรั่งเลย์ ข้าวโพดชีโต๊ส ที่ดังทั้งประเทศ…ฝีมือเขาไม่ธรรมดาเลย
ก่อนจะมาอยู่เป๊ปซี่ สุรินทร์เคยอยู่ที่ยูนิลิเวอร์มาก่อน ศึกษากลยุทธ์การตลาดจากลิเวอร์ โดยเฉพาะไอศกรีมวอลล์ โด่งดังก็เพราะเขา จนถูกดึงตัวไปอยู่เป๊ปซี่
จบป.ตรี เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จบป.โท เศรษฐศาสตร์ จากเทนเนสซี่ อเมริกา วิธีคิดของเขาจึงไม่ธรรมดา ที่เขามาอยู่ช่อง 3 เพราะ
ตอนอยู่เป๊ปซี่เขาเป็นคนเทงบโฆษณาให้กับเทโร สนับสนุนคอนเสิร์ตต่างประเทศจนมักคุ้นกับช่อง 3
ปี 2542 เขาถูกทาบทามให้มานั่งในตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ดูแลเรื่องการตลาดและโฆษณาให้ช่อง 3 ทั้งหมด ในปัจจุบันเขาได้ขยับตำแหน่งขึ้นเป็นรองกรรมการผู้จัดการ BEC.World และเป็นหนึ่งในทีมที่ผลักดัน และนำช่อง 3 เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จน “มาลีนนท์” รวยอู้ฟู่
และเป็นหนึ่งในบอร์ดต่อการปรับผังโปรแกรมรายการช่อง 3 เพื่อชน 7 สี แชร์ตลาดช่อง 7 สี แบบไม่มีใครคาดถึง จากช่อง 3 เป็น “รองแชมป์” ตลอดมาก็ขยับขึ้นมาเป็น “แชมป์ประเทศไทย” อย่างภาคภูมิในช่วงหลังๆ
ประมูลทีวีดิจิตอล -สุรินทร์ ก็เป็นอีกหัวหอกที่เสนอวิธีคิดและวิธีทำงานเพื่อจะทำให้ช่อง 3 เป็นหนึ่งนิรันดร์ในเวที
ทีวีดิจิตอลที่กำลังเริ่มต้น เพราะช่อง 3 ได้มา 3 ช่อง เป้าหมายคือต้องเป็นอันดับ 1 ทั้ง 3 ประเภทสถานี โดยใช้จุดได้เปรียบคือฐานลูกค้าเก่าช่อง 3 และคอนเทนส์ที่แข็งแรง
“สุรินทร์” เป็นคนทำงานตลอดเวลา เป็นนักการตลาดมืออาชีพที่ต้องยอมรับ ในบรรดาขุนพลทางการตลาดที่ช่อง 3 มีตั้งแต่อดีตยันปัจจุบัน สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ คือว่า เจ๋งสุด มีวิสัยทัศน์สุด ทำให้รายการใหม่ๆ ในผังช่องพรึ่บ ล้วนแต่เรียกเรทติ้งทั้งสิ้น โดยเฉพาะรายการนำเข้าจากต่างประเทศ
ช่อง 3 -มาลีนนท์ โชคดีที่ได้นักการตลาดมือเซียนเช่น “สุรินทร์” มาคุมบังเหียน ทำให้หุ้นในตลาดถีบตัวสูงขึ้นตลอด เพราะรายรับสถานีเพิ่มทุกปี ซึ่งเป็นเรื่องที่บริษัทในตลาดควรทำ
ที่สำคัญ สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์…เป็นคนไม่กร่าง ให้เกียรติคน ไม่เพ้อฝันกับตำแหน่งในอดีต ไม่หลงระเริงกับหัวโขนที่ครอบหัวอยู่ เขาเป็นเขาเอง 15 ปีในชายคาช่อง 3 ถึงไม่นานระดับลูกหม้อ แต่เป็น 15 ปีที่ช่อง 3 อู้ฟู่ และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดมา…เขาเหมาะกับตำแหน่ง “บุคคลบันเทิงแห่งปี 2557” หนึ่งในห้า ในความรู้สึกของผมประจำปี 2557 ครับผม
Tony Aigner
by TVPOOL ONLINE

