บุคคลบันเทิงแห่งปี
(คนที่ 4) สรยุทธ สุทัศนะจินดา
ผู้สร้างสถิตินักข่าวรวยที่สุดตลอดกาล
เขาคือผู้สร้างปรากฏการณ์ให้เกิดขึ้นในวงการโทรทัศน์ โดยเฉพาะวงการข่าวโทรทัศน์ สามารถพลิกความน่าเบื่อของข่าวมาเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องดู ด้วยลีลาดุเด็ดเผ็ดมัน ถามชัด เข้าใจง่าย และแทงใจผู้ชมทางบ้าน ถือเป็นรูปแบบใหม่ที่วงการข่าวไม่กล้าทำ แต่ “สรยุทธ” ทำสำเร็จ…ด้วยการ “เล่าข่าว” ที่ทุกช่องต้องทำตามเขา ทำให้ช่อง 3 ในคอนเซ็ปต์ “ครอบครัวข่าว 3” เรทติ้งทะลุทะลวง
วันที่ช่อง 3 ร่ำรวยติดอันดับประเทศ กับวันที่นักข่าวคนหนึ่งจัดรายการด้วยผลตอบแทนมหาศาล ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีหลายพันล้าน กระแสแรงริษยาผุดขึ้นมายังกะถั่วงอก ไม่เว้นแม้แต่ชายคาเดียวกัน อย่าว่าแต่มีมาจากบ้านเก่า “เนชั่น” ที่แทะและแซะอยู่เรื่อยเลย ความเป็น “สรยุทธ” ยังต้องดำเนินต่อไป ถ้าจบคดีไร่ส้ม…ไม่ว่าจะจบลงอย่างไร ชีวิตเขาจะสุขขึ้นและอาจเบรกการทำงานให้น้อยลง เสวยสุขให้มากกว่านี้
“สรยุทธ” จบ ม.6 อำนวยศิลป์ เข้าเรียนต่อคณะนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ จบด้วยเกรดเกียรตินิยม (อันดับ 1)…เริ่มทำงานข่าวเมื่อปี 2531 ที่ The Nation รูปแบบการทำงานข่าวทีวี วิเคราะห์ข่าว จึงถอดแบบมาจาก “สุทธิชัย หยุ่น” เมื่อปี 2537 ขยับขึ้นเป็นหัวหน้าข่าวการเมืองและได้เป็นคนจัดรายการและวิเคราะห์ข่าวในปี 2540 เรียกว่า The Nation คือผู้ให้ชีวิตเขาในเชิงการทำงานข่าวหนังสือพิมพ์ และข่าวทีวี ดุดัน กร้าว ชี้หน้าแขกรับเชิญ มันคือการถอดแบบมาจาก “สุทธิชัย หยุ่น”
คนเนชั่นไม่ว่าจะเป็น สุทธิชัย หยุ่น, อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ หรือแม้แต่คนอื่นๆ ก็รู้สึกเสียดาย เมื่อเขาออกจากเนชั่น ขณะที่เนชั่นกำลังสร้างตัวจากการที่ออกจากทรู มาสู้อยู่บนเคเบิ้ลทีวี และลุยข่าวกับไอทีวี ไม่ว่ารายการฟังความรอบข้างเวทีไอที และการวิเคราะห์ข่าว เขาเป็นคนมีรูปแบบการนำเสนอที่ไม่เหมือนใคร เนชั่นสร้างเด็กไว้ใช้ สร้างแล้วยังไม่ได้ใช้ ช่อง 3 ดึงไป เป็นใคร-ใครก็โกรธ
วันที่เขาออกจากเนชั่นมาอยู่ช่อง 3 ทำให้คนเนชั่นเจ็บใจช่อง 3 มากๆ การแย่งชิงลูกหม้อเขาไป…มองลึกๆ ถึงความจริงแล้ว ช่อง 3 ไม่ผิดหรอกกับการดึงคน เพราะเขาทำธุรกิจ ใครที่ทำรายได้ให้และคนเขาเต็มใจมา เพราะรายได้ที่สมเนื้อก็ต้องปล่อยไป จะไปว่าเนรคุณก็ไม่ได้ เพราะคนไม่ใช่บอนไซ เกิดแล้วต้องโต สรยุทธเลือกที่จะมาอยู่กับ “ประวิทย์” และทิ้ง “สุทธิชัย”
วันนี้ สรยุทธ ก็เติบโตมีเงินสดไม่น้อยกว่า 3 พันล้านบาท ไม่มีเหตุผลที่เขาจะไม่มาช่อง 3 เพราะ “มาลีนนท์” ให้เอกสิทธิ์เขามากมาย เขาไม่ขวางทางรวยตัวเองแน่นอน แม้เนชั่นจะมองเขาอย่างไรก็ตาม พรหมลิขิตขีดเส้นให้เดินก็ต้องเดิน ช่อง 3 เอง ก็นิยมช้อปปิ้งคนดังมาอยู่ในอ้อมอกตัวเองและไม่ให้ราคาลูกหม้อตัวเองอยู่แล้ว
สรยุทธ สุทัศนะจินดา, กิตติ สิงหาปัด, กรุณา บัวคำศรี, บัญชา ชุมชัยเวทย์, วราภรณ์ สมพงษ์, ภาษิต อภิญญาวาท, ฐปณีย์ เอียดศรีไชย, มินดา นิตยวรรธนะ, จาตุรงค์ สุขเอียด ฯลฯ ล้วนไม่ใช่คนช่อง 3 แต่ช่อง 3 “ให้ราคา” มากเกินที่เจ้าตัวมีด้วยซ้ำในปัจจุบัน
น่าเสียดายที่ลูกหม้อช่อง 3 -100% ไม่ว่าจะเป็น นลธวัช พรหมจินดา, จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ, ปราย ธนาอัมพุช, พรหมพร ยูวะเวส, ชาญชัย กายสิทธิ์, พิมลวรรณ ศุภยางค์ ฯลฯ คนเหล่านี้คือคนข่าวคุณภาพที่ทุ่มเทให้ช่อง 3 แต่วันหนึ่งก็ถูกกดดันด้วยการมองคุณค่าคนจากที่อื่นมากกว่า เหมือนถูกบีบให้ออกโดยปริยาย…เพราะพวกเขาถูกมองไม่มีราคา ก็ออกไป
วันประมูลดิจิตอลทีวี ช่อง 3 ไม่ทำตามกติกา กสทช. เหมือนช่อง 9 – ช่อง 7 ทำ “เนชั่น” คือหัวหอกในการนำเสนอข้อมูลเป็นชิ้นเป็นอันที่สุด ชี้ความจริงว่าช่อง 3 อิงประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม อย่างที่เป็นข่าวฮือฮา ถ้าไม่มี “เนชั่น” ประชาชนก็คงไม่รู้ว่าทำไมช่อง 3 ถึงไม่อยากออกคู่ขนาน…ส่วนหนึ่งเนชั่นก็ได้ระบายความในใจที่ค้างคา เมื่อครั้งช่อง 3 ดึง “สรยุทธ” ไป แต่ไม่มีจังหวะที่พูดอะไรได้ ครั้งนี้เลยกระทุ้งเต็มเป้า
ข่าวเรื่อง “สรยุทธ” ถูกฟ้องคดีไร่ส้ม…เครือเนชั่น คือข้อมูลที่เชื่อถือได้ที่สุด นำเสนออย่างละเอียดยิบ รวมทั้งการเหน็บว่าช่อง 3 ตกข่าว เพราะไม่นำเสนอข่าวนี้เลย ทั้งๆ ที่เป็นข่าวที่คนสนใจมากล้น–เกมเนชั่นกับช่อง 3 ถือเป็นเกมคลาสสิค มีจังหวะเมื่อไรก็จะออกมาขย่มเสมอๆ
สำหรับผม…อย่างไรก็มองว่า สรยุทธ สุทัศนะจินดา คือแบบอย่างของคนข่าวผู้ทรงอิทธิพล มีบารมีในการสร้างฐานคนดูได้มากล้น อะไรต่อมิอะไรสร้างเป็นเงินเป็นทองได้หมด ถ้วยกาแฟบนโต๊ะอ่านข่าวก็แปรสภาพเป็นเงินได้…นั่นคือเทคนิคการตลาดทีวีทั่วโลกก็ทำกัน
ในปี 2557 นี้ เรื่องช่อง 3 จอดำ สรยุทธก็เป็นสื่อช่อง 3 คนเดียว ออกมาตอบข้อสงสัยของทุกคนผ่านรายการ ได้ความรักจาก “นาย” ไปมหาศาล แม้สาระแห่งคำตอบผ่านจอจะไม่ตรงประเด็น จนนำพาให้ช่อง 3 ต้องแพ้กสทช. และยอมออนแอร์คู่ขนาน เมื่อ 11 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา… แต่คำถาม
“สรยุทธ” ก็เฉียบและกล้ามาก…ปี 2557 ในแวดวงสื่อ ไม่มีใครโดดเด่นเท่าเขาเลย
ผมยกให้ สรยุทธ เป็น “บุคคลแห่งปี 2557” ซึ่งยากที่จะหาคน เช่นนี้ได้ ประวัติการณ์ที่พลิกวงการข่าวโทรทัศน์ คือปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ มองเขาด้วยใจเป็นธรรม ปราศจากอคติ อย่าอิจฉาความรวย ความดัง ความบารมีของเขาเลย แล้วจะเข้าใจว่า เขาคือคนทำงานที่ประสบผลสำเร็จมาก ที่สุดในแวดวงสื่อ…สรยุทธ สุทัศนะจินดา เขาเหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากที่สุด
Tony Aigner
by TVPOOL ONLINE