3 เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หวานน้อยแต่อร่อย กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน

เดี๋ยวนี้หันไปทางไหน ผู้คนก็จริงจังกับดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของการลดน้ำหนัก ที่มาจากภาวะน้ำหนักเกิน อันเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรคได้ เช่น โรคหัวใจ ,โรคหลอดเลือดสมอง ,โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ทั้งนี้ 1 ในเรื่องที่สำคัญ และกำลังปัญหาสุขภาพของคนไทย คือ พฤติกรรมการบริโภคหวาน แม้ว่าความหวานจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ใช้ในร่างกาย ซึ่งคนปกติทั่วไป ควรได้น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัม ใน 1 วัน แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ดังนั้น การบริโภคน้ำตาลมากๆ ส่งผลให้มีน้ำหนักเกิน อ้วน และทำให้เกิดโรคหรือปัญหาทางสุขภาพตามมาได้

1. น้ำมะตูม
มะตูมเป็นสมุนไพรที่ดีอย่างหนึ่ง ที่รู้จักกันแพร่หลาย สามารถหาซื้อลูกมะตูมอ่อนที่หั่นเป็นแว่นๆ ตากแห้งขายอยู่ตามร้านขายยาแผนโบราณ หรือตามตลาด โดยสรรพคุณทางยาของมะตูมนั้น สามารถขับลม บรรเทาอาการท้องผูก บรรเทาอาการอ่อนเพลีย และจุกเสียด

.2. น้ำผลไม้รวม ส่วนประกอบ ได้แก่ แครอท เสาวรส มะม่วง และสับปะรด (สามารถดัดแปลงนำผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้)
แครอท มีสรรพคุณมากมาย ช่วยบำรุงสายตา อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง ขับปัสสาวะ และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย
มะม่วง มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เริ่มจากวิตามินซีที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ช่วยป้องกันหวัด และเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งในผลดิบส่วนใหญ่จะมีวิตามินซีสูงกว่าผลสุก เบตาแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ จะพบมากในมะม่วงสุกช่วยบำรุงสายตา และป้องกันโรคตาบอดกลางคืน รวมทั้งวิตามินอีที่ไม่ค่อยพบในผลไม้ แต่มะม่วงก็เป็นหนึ่งในสิบอันดับผลไม้ที่มีวิตามินอีที่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
สับปะรด มีวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ ต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงช่วยในการย่อยอาหาร และควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด
3. น้ำตะไคร้
ตะไคร้ มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดี ลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย

แสดงความคิดเห็น