ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษา ของตายายเก็บเห็ด จากคำคัดค้านที่บอกว่าหลงเชื่อบุคคลภายนอกให้รับสารภาพ และอ้างว่าได้ประสบอุบัติเหตุมีอาการลมออกหู และประสาทไม่ดี พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างนั้น ศาลได้พินิจว่า ฟังไม่ขึ้นเนื่องจากพิจารณาประกอบตั้งแต่ต้นที่ตำรวจแจ้งข้อหาตัดไม้บุกรุกทำลายป่าให้ตายายฟังจนครบถ้วน ซึ่งตายายก็ยืนยันปฏิเสธในข้อหาดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งฟ้องศาลให้ไปสู้คดี ศาลจึงพิจารณาว่าฟังไม่ขึ้นว่าตายายจะไม่รู้ว่ารับสารภาพในคดีอะไรอย่างนั้นหรือ โดยทางเพจได้แสดงความคิดเหตุว่า คาดว่าคนแนะนำให้ตายายรับสารภาพคงบอกว่าจะมีแค่โทษปรับเท่านั้น แต่พอรู้ว่าเป็นโทษจำคุกจึงเปลี่ยนคำให้การ ซึ่งนี่เป็นความผิดของคนแนะนำ ซึ่งกรณีที่กล่าวมานี้ศาลลงความเห็นว่าคำค้านฟังไม่ขึ้น
การขอลดหย่อนโทษนั้น ศาลพินิจว่าความผิดของจำเลยทั้งสองส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติ ยากแก่การฟื้นฟูถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงประกอบกับจำเลยสมัครใจรับสารภาพตามฟ้องตั้งแต่ต้น และคำค้านข้างต้นตกไป จึงไม่สามารถรอลงอาญาได้
แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้นบางส่วน จึงใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะที่กระทำความผิดบังคับแก่จำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานร่วมกันทำไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุกคนละ 6 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอบคนละ 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4
อย่างไรก็ดีตอนนี้สำนักยุติธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ และทนายสงกรานต์กำลังรอทำเรื่องขอยื่นประกันตัวหลังการตรวจคำพิพากษาอย่างละเอียด เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดีใหม่อีกครั้ง
by TVPOOL ONLINE


