เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

คนมีชื่อเสียง  หลายครั้งมีเรื่องมีราวข่าวขับรถชน จนมีคนตายเป็นเหตุสยองขวัญ แต่หลายคนพ้นผิด และหลายคนแม้จะไม่พ้นผิดแต่ก็ถูกตั้งคำถามว่าโทษที่ได้รับนั้นสมควรหรือไม่

1. นักร้องหน้าหยก “โดม – ปกรณ์ ลัม” เคยขับรถเบนซ์สปอร์ต ซิ่งประสานงากับแท็กซี่ที่วิ่งมาฝั่งตรงข้าม มีคนตาย 2 ศพ เจ็บ 4 คน หลังเกิดเหตุชัดเจนว่า “เมา” เพราะมีปริมาณ แอลกอฮอล์ถึง 164 มิลลิกรัม

ครั้งนั้นถูกตั้ง 5 ข้อกล่าวหา แต่ศาลกลับพิพากษาให้ลงโทษในข้อหาขับรถป้ายแดงไม่จดทะเบียน 5,000 บาท ฝ่าไฟแดง 1,000 บาท ขับรถขณะเมาสุรา 8,000 บาท ขับรถโดยประมาทชนผู้อื่นจนถึงแก่ความตายปรับ 30,000 บาท และจำคุก 4 ปี แต่โทษจำคุกให้ลดโทษกึ่งหนึ่งเนื่องจากชดใช้ค่าเสียหายจนพอใจ (ครั้งนั้นจ่ายศพละ 470,000 บาทและดูแลผู้บาดเจ็บทั้งหม) จึงเหลือโทษ 2 ปี ปรับ 15,000 บาท ส่วนโทษจำก็ให้รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี และบำเพ็ญประโยชน์อีก 20 ชัวโมง

2. พระเอก “ศรราม เทพพิทักษ์”เคยขับรถปีนฟุตบาธ พุ่งเข้าชนคนเก็บของเก่า ที่กำลังเก็บของเก่าในถังขยะริมทางจนเสียชีวิต และรถยังวิ่งต่ออีก 50 เมตรไปชนตู้โทรศัพท์สาธารณะ และ ต้นไม้ข้างทางจนหักมาทับรถ

หลังเหตุการณ์ “ศรราม” ได้เยียวยาผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ โดยจ่ายให้ผู้เสียชีวิต และบริษัททรูฯ เจ้าของตู้โทรศัพท์สาธารณะ รวมเป็นเงิน 528,248 บาท ที่สุดแม้ศาลจะเห็นว่าผิดจริง แต่เมื่อได้ชดเชยให้ทั้งผู้เสียชีวิตแล้ว จากโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 20,000 บาท จึงเหลือเพียงกึ่งหนึ่ง 1 ปี 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท และเมื่อไม่เคยทำความผิดจึงให้รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี และบำเพ็ญประโยชน์อีก 48 ชั่วโม และถือเป็นตัวอย่างให้อัยการยกมาเรียกให้ “บอส อยู่วิทยา” กลับมาสู่กระบวนการ

3. นักร้องหน้าสวย “แอนนิต้า พงษ์ทรง” เธอคนนี้ก่อนเกิดเหตุมีอนาคนสดใส แต่ก็เกิดเหตุขับรถชน หญิงสองคน ที่กำลังอุ้มลูกข้ามถนน ทำให้ทั้งสามคนบาดเจ็บสาหัส และต่อมาคนหนึ่งเสียชีวิต ซึ่งหลังเกิดเหตุเธอไม่ได้ลงมาช่วยเหลือผู้เสียชีวิต จนพักใหญ่ถึงออกมาปรากฏตัว

ที่สุดเธอยอมจ่ายค่าเสียหายในคดีแพ่งให้ผู้เสียหายทั้งหมดเป็นเงิน 8 แสนบาท ส่วนคดีอาญาศาลเห็นกว่ากระทำความผิดจริง จึงสั่งลงโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 20,000 บาท แต่เมื่อสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 1 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท นอกจากนี้ศาลระบุว่าเธอได้ชดใช้ค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาลให้ผู้ตาย และผู้บาดเจ็บและยังได้ไปร่วมงานศพ และบวชชีพราหมณ์อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ผู้ตาย ถือว่ามีความสำนึกผิด จึงให้รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 2 ปี และบริการสังคม 36 ชั่วโมง

4. หมูแฮม – “กัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์” บุตรชายอดีตนางสาวไทย และนักธุรกิจคนดัง ก่อเหตุที่เรียกว่าทอล์กออฟเดอะทาวน์ หลังถูกรถเมล์ปาดหน้า จากนั้นเข้าใช้ก้อนหินทุบหน้าคนขับรถเมล์ และกลับเข้าไปนั่งในรถเบนซ์ก่อนจะขับรถชนและเหยียบคนบนทางเท้าจนบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ก็ไม่ยอมลงจากรถโดยแสดงท่าชักเกร็งมือหงิกงอ จนมีภาพติดตาว่า “หงิก”

ซึ่งต่อมาได้สู้คดีว่า เป็นโรคชักเกร็ง มีอารมณ์แปรปรวน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุก 10 ปี 1 เดือน ริบรถยนต์ของกลาง และให้ชำระค่าเสียหายแก่ผู้เสียหาย แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์แก้โทษโดยให้เหตุผลว่า ทำผิดขณะไม่สามารถบังคับผู้อื่นเพราะมีจิตบกพร่องให้จำคุก 2 ปี 1 เดือน และให้รอลงอาญา 2 ปี จนมาถึงศาลฎีกา ศาลก็ได้แก้โทษอีกครั้งเป็นการให้จำคุก 2 ปี 1 เดือน เนื่องจากขณะก่อเหตุสามารถรู้จักผิดชอบ และมีประวัติเสพยาเสพติดอีกด้วย โดยในปีนี้ “หมูแฮม” กำลังจะพ้นโทษออกมาแล้ว

5. พีรพล ทักษิณวีทรัพย์ทายาทนักธุรกิจชื่อดัง ขับรถสปอร์ตปอร์เช่ ทะยานพุ่งชน ชาวลาวจนร่างขาดสองท่อน โดยจากคำรับสารภาพ ระบุว่าขับด้วยความเร็ว 120 กม. ต่อชั่วโมง

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ชนแล้วหนี แต่ก็ได้รับการประกันตัวเมื่อมามอบตัว และต่อมาได้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียชีวิต 50,000 บาท และสินไหมทดแทน 200,000 บาทและเงินช่วยเหลืออีกจำนวนหนึ่ง ญาติผู้ตายจึงไม่เอาความ สิ้นสุดคดีไปแบบงงๆ

6. “สาวซีวิค” ทายาทนามสกุลดังซิ่งรถพุ่งชนรถตู้บนโทลล์เวย์ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ หลังเกิดเหตุหายคนตั้งข้อสังเกตว่าเธอไม่ได้รู้สึกสำนักผิดจากภาพที่กำลังกดโทรศัพท์

ที่สุดศาลพิพากษาให้จำคุก 3 ปี ฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย แต่คำให้การในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 3 ปี คุมประพฤติจำเลย 3 ปี และให้รายงานตัวทุกๆ 3 เดือน ให้ทำงานบริการสังคมโดยการดูแลผู้ป่วยจากอุบัติเหตุเป็นเวลา 48 ช.ม. และห้ามจำเลยขับรถยนต์จนกว่าจะมีอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ส่วนความผิดฐานใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ศาลยกฟ้อง แต่ต่อมาก็มีข่าวว่าเธอไม่ได้ไปทำงานบริการสังคมจริงจนต้องเริ่มใหม่ และล่าสุดเธออุทธรณ์เรื่องค่าเสียหายสำเร็จ จากศาลชั้นต้นที่ให้่จ่ายค่าเสียหาย 30 ล้าน เหลือเพียง 19 ล้านบาท ยังลุ้นว่าจะมีการฎีกาหรือไม่ คดีแพ่งยังไม่จบ พอๆ กับคดีอาญาที่คนยังคาใจ

7. “เจนภพ วีรพร” ทายาทนักธุรกิจ ซิ่งรถเบนซ์พุ่งชนสองนักศึกษาปริญญาโท มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยถูกไฟคลอกเสียชีวิต ซึ่งมีรายงานว่ามีอาการมึนเมาในขณะเกิดเหตุ

ทั้งนี้ศาลให้ประกันไปรักษาตัวโดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ ห้ามขับรถ ยึดใบขับขี่ และ ต้องมารายงานตัวเมื่อมีหมายศาล แม้จะรับสารภาพในคดีอื่น แต่สู้ในคดีขับรถขณะมึนเมา จนถึงขณะนี้เรื่องยังอยู่ในชั้นศาล

 

8. “บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา”ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ซิ่งเฟอร์รารี ชนตำรวจจนเสียชีวิต พร้อมขับเข้าไปหลบในบ้าน ตอนแรกเขาไม่ยอมออกมารับ โดยให้คนในบ้านออกมารับว่าเป็นคนขับ แต่ตำรวจไม่เชื่อจนสุดท้ายต้องยอมรับและมอบตัว แม้หลายคนสงสัยเรื่องเมา แต่ทนายอ้างว่า เพราะเครียดจากเหตุที่เกิดขึ้นจึงดื่มเหล้าเข้าไปภายหลังเกิดเหตุ หลุดข้อกล่าวหานี้ไปอย่างเรียบร้อย

แต่ต่อมาปรากฏว่าคดีเกิดล่าช้า “บอส – วรยุทธ” ใช้กลเม็ดทางกฎหมายเลื่อนคดีไปเรื่อยๆ จนคดีขับรถเร็วหมดอายุความ ยังเหลือเพียง คดีขับรถโดยประมาทจนผู้อื่นเสียชีวิตและคดีไม่จอดรถช่วยเหลือ แต่เขาก็ยังไม่เข้าพบอัยการเพื่อนำตัวส่งฟ้องศาล แม้คดีจะผ่านมาร่วม 5 ปี ล่าสุดศาลได้ออกหมายจับแล้ว ต้องลุ้นคดีนี้จะเดินหน้าไปสิ้นสุดที่ไหน

cr.http://workpointtv.com

by TVPOOL ONLINE