จากกรณี จากกรณีเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 มีการเผยแพร่เรื่องราวของไฟแนนซ์ที่เข้าไปยึดรถจากลูกหนี้หญิง ซึ่งค้างชำระค่างวดรถมา 24 งวด แต่ฝ่ายลูกหนี้กลับไม่ยินยอมและได้เรียกสามีที่เป็นตำรวจ สน.บางเขน มาเคลียร์ โดยตำรวจนายนี้ได้ยกปืนขึ้นขู่ไม่ยอมให้ยึดรถ ก่อนจะขับรถหนีไป ซึ่งต่อมาเจ้าตัวได้ออกมายอมรับว่าทำไปจริง เพราะไม่พอใจที่ภรรยาโดนล้อมรถ เกรงว่าจะโดนปล้น และยืนยันว่าตนนำเงินให้ภรรยาไปจ่ายค่ารถทุกครั้ง แต่ภรรยาอาจไม่ได้นำไปจ่ายนั้น
ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทราบว่าชายที่ถืออาวุธปืนปรากฏในคลิปคือ ด.ต.เอกฉัตร สมสิริ ผบ.หมู่สืบสวน สน.บางเขน หลังเกิดเหตุได้นำอาวุธปืนพร้อมใบอนุญาตพกพามามอบให้ทางพนักงานสอบสวน จากการสอบสวนให้การในเบื้องต้น วันเกิดเหตุออกเวรจากการปฏิบัติหน้าที่ และนอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ต่อมาน.ส.นพวรรณ จีระ อายุ 34 ปี ภรรยา เรียกและบอกว่ามีคนมาล้อมและปล้นจะเอารถ
พ.ต.อ.สิงห์กล่าวว่า ด.ต.เอกฉัตรให้การว่า ด้วยความตกใจ และไม่รู้ว่าบุคคลที่จะมาเอารถเป็นใคร จึงนำปืนพกติดตัวไปด้วย โดยขณะที่ออกมาไม่ทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นใคร ไม่ทราบว่าเป็นพนักงานจากบริษัทไฟแนนซ์จริงหรือไม่ เนื่องจากไม่มีการแจ้งเอกสารแสดงตัว ด้วยความกลัวจึงนำปืนออกมาด้วย ส่วนเรื่องจ่ายค่าผ่อนรถนั้น ไม่ทราบว่าค่าดอกเบี้ยไฟแนนซ์จะสูงถึงขนาดนี้ และให้เงินภรรยาไปจ่ายทุกเดือน
จนล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นางพัชรินทร์ จันทร์ศิริ อายุ 45 ปี พร้อมด้วย นางดาวรุ่ง สายทองคำ อายุ 39 ปี พนักงานเร่งรัดหนี้สินของบริษัท กรุงไทย ออโต้ลีส จำกัด เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรม ภายหลังจากที่ด.ต.เอกฉัตร สมศิริ ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.บางเขน ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.คันนายาว แล้วนำอาวุธที่มีใบอนุญาตพกพา ให้การว่า หลังออกเวร น.ส.นพวรรณ จีระ อายุ 34 ปี ภรรยาได้บอกว่ามีคนมาล้อมและปล้นจะเอารถจึงนำปืนออกมาป้องกันตัวดังคลิปที่มีการเผยแพร่ไป จึงอยากขอความเป็นธรรม
จนล่าสุด นางพัชรินทร์ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบพบรถยนต์ที่ค้างค่างวดอยู่จึงตามไปทวง โดยแนะนำตัวว่าเป็นพนักงาน แต่ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวดับเครื่องรถนั่งอยู่ภายในรถ และมีการนำปืนออกมา ซึ่งทางคู่กรณีิอ้างว่าไม่ได้คุยกับเรา แต่ยืนยันว่า มีการแจ้งแล้วว่ามาจากบริษัทอะไร คู่กรณียังตอบกลับว่า ดอกแพง และมีการต่อว่าทางเรา ซึ่งเมื่อบอกน้องในทีมให้แจ้ง 191 หญิงคู่กรณีเจ้าของรถ ก็คว้ากระเป๋าวิ่งเข้าบ้าน ส่วนแฟนคือผู้ก่อเหตุ ปิดบ้านแล้วถือปืนออกมา พร้อมกับพูดว่า ใครจะมาปล้นรถกู
นางพัชรินทร์ กล่าวอีกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตนรับหน้าที่ติดตามหนี้สินเพิ่งได้พบกับคู่กรณีเป็นครั้งแรกก็เกิดเรื่องขึ้นแล้ว โดยที่ก่อนหน้านี้พนักงานเร่งรัดหนี้สินคนอื่นก็มาทวง 3 ครั้ง ก็พบกับพฤติกรรมดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งไม่คิดว่าคู่กรณีจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งความ ก็กลับพบว่ามีการแจ้งเพียงข้อหาข่มขู่ ทั้งที่ น่าจะมีการแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ รวมแจ้งข้อหาพยายามฆ่าได้เลย เพราะใช้อาวุธปืนที่มีการใช้นิ้วเหนี่ยวไกปืนไว้ แต่กลายกลับเป็นว่า ตนทำทุกอย่างถูกต้องแต่อาจจะโดนแจ้งความดำเนินคดีกลับ
by TVPOOL ONLINE