เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner

ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลนัดไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย คดีหมายเลขดำ กล.142/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ น็อต อายุ 29 ปี อดีตพิธีกรดัง และนายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล อายุ 29 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, ร่วมกันข่มขืนใจ ผู้อื่นให้กระทำการใดฯ โดยใช้กำลังประทุษ ร้ายจนต้องกระทำการนั้น มาตรา 309, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นฯ มาตรา 310 และกระทำการอันเป็นการรังแกหรือข่มเหงผู้อื่นให้ได้รับความอับอายหรือความเดือดร้อนรำคาญ มาตรา 397

กรณีดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ปี 2559 จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย ดึงกระชากคอเสื้อของนายกิตติศักดิ์ หรือ บอย สิงห์โต พนักงานคัดกรองเอกสาร สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตลิ่งชัน ซึ่งเป็นผู้เสียหายและคู่กรณีที่ขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถเก๋ง “มินิคูเปอร์” สีเหลือง-ดำ ทะเบียน ญย 8585 กรุงเทพฯ บริเวณปากซอยเจริญกรุง 44 แขวงและเขตบางรัก นายอัครณัฐ ทำร้ายและบังคับให้กราบรถยนต์มินิของนายอัครณัฐ

ในวันนี้นายอัครณัฐ หรือ น็อต เดินทางมาพร้อมกับครอบครัว ทักทายผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งอดีตพิธีกรดังเดินขึ้นไปยังศูนย์ไกล่เกลี่ยทันทีโดยยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ขณะที่นายกิตติศักดิ์ คู่กรณีเดินทางมาพร้อมกับมารดาและนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ

“วันนี้เราจะยื่นคำร้องต่อศาลรวม 2 ส่วน คือ การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม และคำร้องขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ทั้งนี้ ในส่วนของนายกิตติศักดิ์ก็ถูกดำเนินคดีด้วย ซึ่งจะเดินทางไปรายงานตัวอัยการศาลแขวงพระนคร เพื่อฟังผลคดีที่ขับรถเฉี่ยวชนน็อต ในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ หลังจากที่นายกิตติศักดิ์เคยเข้าพบพนักงานอัยการและร้องขอความเป็นธรรมไว้เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมาจากที่พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา มีคำสั่งควรให้ฟ้องนายกิตติศักดิ์ด้วย” ทนายสงกานต์กล่าว

หลังจากการไกล่เกลี่ยเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงเสร็จสิ้น เวลาประมาณ 12 น.เศษ นาย อัครณัฐ, นายกิตติศักดิ์ และนายสงกานต์ได้เดินลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนร่วมกัน โดยนายสงกานต์เปิดเผยว่านายอัครณัฐและเพื่อนได้แสดงสปิริตที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำลงไป พร้อมให้เงินเยียวยาแก่นาย กิตติศักดิ์ที่จะต้องไปผ่าตัดใหม่อีกครั้ง รวม 180,000 บาท และศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ต้องขอบคุณ ที่นาย อัครณัฐและเพื่อนที่แสดงสปิริตรับผิดชอบให้เงินเยียวยาในวันนี้ จึงขอโอกาสให้กับนายอัครณัฐด้วย เมื่อเขากล้าทำก็กล้ารับถือเป็นลูกผู้ชาย ส่วนคดีของนายกิตติศักดิ์ที่เฉี่ยวชนนั้นก็ต้องไปฟังกันอีกครั้งว่าพนักงานอัยการจะมีความเห็นแย้งพนักงานสอบสวนหรือไม่ เพราะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ยอมความไม่ได้

ด้าน “น็อต อัครณัฐ” กล่าวว่า ตนขอขอบคุณศาล ผู้ไกล่เกลี่ย และสื่อมวลชนทุกคนที่ทำให้มีโอกาสได้ไกล่เกลี่ยพูดคุยกับนายกิตติศักดิ์อย่างเป็นรูปธรรม รู้สึกดีใจที่วันนี้มาถึง เป็นเรื่องที่ดีมากที่มีกระบวนการไกล่เกลี่ย อย่างน้อยเราทะเลาะกันเป็นเรื่องอดีต ปัจจุบันเมื่อเราได้พูดคุยกันแล้วจบก็ดีกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัจจุบันเรื่องงานได้ทำอะไรหรือไม่ นายอัครณัฐกล่าวว่า ขณะนี้ไม่ได้ทำอะไรเลย อยู่บ้านเปิดซีรีส์ให้แม่ดูอย่างเดียว ส่วนธุรกิจร้านอาหารก็ถือว่าแย่ ฝากทุกคนว่าร้านอาหารนั้นมีหลายคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อถามต่อไปว่าหากมีผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสกลับไปวงการบันเทิง นายอัครณัฐกล่าวว่า ถ้าผู้ใหญ่เอ็นดูและยินดีก็ขอกราบขอบพระคุณ

“ตั้งแต่เกิดเรื่องของผมมา จริงๆ เรื่องแบบนี้มีทุกวัน การทะเลาะกัน ต่อไปนี้เกิดอะไรขึ้น ชนปั๊บจอด อีกคนหนึ่งก็ลงมาดูแลกัน ไม่ทะเลาะกัน จบ คุยกันด้วยดีดีกว่าครับ อย่าให้มันยืดเยื้อเสียเวลา ไม่ใช่เรื่องแค่สองคนแล้ว แต่กลายเป็นเรื่องของคนในครอบครัว มันไปไกลเกินไป ทำขึ้นมาจากสองคนให้มันจบกันที่สองคนก็จบดีกว่า สติสำคัญที่สุด ถ้ามีรถคันใหม่จะตั้งชื่อว่าสติครับ” น็อต อัครณัฐกล่าว

ขณะที่นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า “อยากให้สังคมให้อภัยพี่เขา เพราะคนเราทำผิดกันได้ แม้แต่ตนก็ทำผิดได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการให้สัมภาษณ์ เสร็จสิ้น นายอัครณัฐและนายกิตติศักดิ์ได้จับมือกันให้สื่อมวลชนถ่ายภาพด้วย ทั้งนี้ สำหรับข้อกล่าวหาคดีอาญานั้นศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันจันทร์ที่ 29 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

 

cr.khaosod

by TVPOOL ONLINE