แนะเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้ผ้าหอมติดทนนาน ช่วงหน้าฝน

แนะเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้ผ้าหอมติดทนนาน ช่วงหน้าฝน

เพราะช่วงนี้เป็นช่วงของหน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้ว เชื่อว่ามีเพื่อนๆหลายคนเลยทีเดียวล่ะ ที่ประสบปัญหาผ้าเหม็นอับ ใครอยากรู้เคล็ดลับดีๆ กับวิธีการซักเสื้อผ้าให้หอมติดทนนานช่วงหน้าฝนนี้ ก็ตามมากันเลยค่ะ

ก่อนซักให้แยกผ้าก่อน
หากคุณมีผ้าที่เปียกชื้น เสื้อผ้าเหม็นอับ หรือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหลังจากเล่นกีฬา ให้แยกไปซักออกกองหนึ่งนะคะ เพราะหากเราซักรวมกับผ้าปกติ จะทำให้กลิ่นอับ และแบคทีเรีย อาจกระจายไปติดผ้าชุดอื่นๆ ได้ อาจส่งผลให้ผ้าเกิดกลิ่นอับทั้งหมด ทีนี้หล่ะงานเข้าแน่ๆ

เลือกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น
ตัวแปรหลักที่ช่วยทำให้การซักผ้าของเราหอมนั้น ก็คือน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เราใช้กันนั่นเอง และตามท้องตลาดหรือในร้านค้าต่างๆ ก็มีน้ำยาปรับผ้านุ่มให้เราได้เลือกใช้กันมากมาย และสูตรเฉพาะที่เน้นให้ความหอมติดทนนานก็มีเยอะ น้ำยาจะมีความเข้มข้นสูง แต่ราคาอาจจะแพงมากกว่าแบบธรรมดาไปอีกนิดหน่อย

ซักด้วยมือ หอมนานกว่าเครื่อง
หากเรามีเวลาในวันหยุด ก็อาจจะซักชุดโปรดของเราด้วยตัวเองก็ได้นะคะ เพราะเราจะได้สัมผัสดูแลเนื้อผ้าได้อย่างทั่วถึง เป็นการตรวจสอบรอยขาด และความเสียหายบนเนื้อผ้าได้ด้วย อีกอย่างการซักผ้าด้วยมือ เวลาเราแช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม เราจะแช่ได้นานเท่าไหร่ก็ได้ และเวลาที่เราบิดผ้านั้น ผ้าจะแห้งน้อยกว่าการปั่นด้วยเครื่อง ทำให้ไม่สูญเสียน้ำยาปรับผ้านุ่มมากเกินไป กลิ่นจึงหอมฟุ้งมากกว่า วิธีนี้อาจจะเลือกซักเฉพาะชุดที่เราต้องการความหอมจริงๆ ก็ได้ค่ะ ส่วนชุดอื่นๆ ก็เอาซักเครื่องตามปกติ เพราะหากซักด้วยมือทั้งหมด อาจเหนื่อยจนเกินไป

ซักด้วยเครื่อง แต่แช่ทีหลัง
ด้วยหน้าที่การงานของเราในปัจจุบัน มักหาเวลาว่างไม่ค่อยได้ และเพื่อความสะดวกเราก็ซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าเลยค่ะ เมื่อซักเสร็จแล้วเอามาแช่ในน้ำยาปรับผ้านุ่มอีกรอบ โดยเอาอ่างใส่น้ำแล้วเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปตามความต้องการของเรา ทีนี้เราจะแช่ไว้นานเท่าไหร่ก็ได้ และบิดพอหมาดๆ แล้วเอาไปตากเลยค่ะ กลิ่นหอมของเสื้อผ้าจะติดทนนานแน่นอน

ไม่ควรตากผ้ากลางแดดแรงจัดนานเกินไป
การตากผ้าไว้กลางแดดนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะเป็นการขจัดเชื้อโรคต่างๆ บนผ้าและทำให้ผ้ามีกลิ่นไอแดดติดหน่อยๆ แต่การถนอมกลิ่นหอมของผ้านั้น หากเราตากผ้าไว้กลางแดดนานๆ กลิ่นอาจจะจางหายไปไม่ติดคงทน ดังนั้นควรตากผ้าไว้กลางแดดประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง ผ้าก็จะแห้งแล้วหล่ะ จากนั้นก็เก็บมาแขวนไว้ในร่ม หรืออาจจะเก็บเข้าตู้เสื้อผ้าเลยก็ได้ค่ะ

น้ำยาฉีดผ้าช่วยได้
เพื่อนๆ จะสังเกตุได้ว่าเวลาเราเอาผ้าไปซักที่ร้านซักรีด ผ้าจะมีกลิ่นหอมติดทนนานมากๆ ยิ่งเป็นผ้านวมแล้วกลิ่นฟุ้งนานหลายเดือนเลยหล่ะ เพราะหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการซักผ้าจนพร้อมส่งแล้ว ร้านซักรีดเค้าจะใช้น้ำหอมฉีดผ้ามาฉีด และบางร้านจะใช้วิธีการอบผ้า ทำให้กลิ่นหอมยิ่งติดทนนานขึ้นอีกค่ะ

การอบผ้าช่วยคงความหอมได้
ที่บ้านใครที่มีเครื่องอบผ้า ให้ใช้การอบแทนการตากแดดเลยก็ได้ค่ะ เพราะกลิ่นหอมจะไม่เจือจางลงจากแดดและลม การอบผ้าจะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมซึมลึกเข้าสู่เนื้อใยผ้าได้ดีขึ้น ช่วยคงความหอมให้ยาวนานค่ะ

ใช้ผงซักฟอกสูตรพิเศษ
ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกหลายยี่ห้อ ที่เค้าได้มีการผสมกลิ่นน้ำหอมลงไปแล้ว ทำให้บางครั้งเค้าไม่ต้องเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปอีก เป็นการรวม 2 อย่างไว้ใน 1 เดียว กลิ่นก็จะหอมอ่อนๆ ไม่เข้มข้นเหมือนกับการแช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม แต่ก็ช่วยลดขั้นตอน และประหยัดเงินลงได้อีกนิดหน่อย

เพิ่มน้ำหอมลงไป
น้ำหอมที่คุณใช้ฉีดพ่นตัว ก็สามารถใช้เพิ่มความหอมให้ผ้าได้ โดยในการปั่นผ้ารอบสุดท้ายก่อนจะตาก ให้คุณเอาน้ำหอมของคุณมาฉีดลงไปในถังซักผ้า แล้วกดเดินเครื่องให้ปั่นได้เลย กลิ่นน้ำหอมจะกระจายติดเนื้อผ้าอย่างทั่วถึง หากคุณใช้น้ำหอมราคาแพงก็อาจจะน่าเสียดาย ก็เลือกใช้วิธีซักผ้าให้หอมในแบบอื่นก็ได้ค่ะ

ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรขยับแล้วหอม
ตามร้านซักรีดเวลาซื้อผงซักฟอก หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม เค้าจะซื้อมาแบบถังใหญ่ๆ มาใช้จะคุ้มกว่า ซึ่งเพื่อนๆ สามารถไปซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรขยับแล้วหอมจากร้านเคมีภัณฑ์ทั่วไปมาใช้ก็ได้ค่ะ ใช้ได้นานกว่าจะหมด และกลิ่หอมติดทนนานอีกด้วย

ไม่ควรใส่ผ้าเยอะเกินไป
ในการซักผ้าแต่ละถัง หากเราใส่ผ้าลงไปมากเกินไป จะทำให้ผ้าอัดแน่นกันอยู่ ทำให้การทำความสะอาดเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง กลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มก็จะกระจายได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ผ้ามีกลิ่นไม่ค่อยหอม กลิ่นไม่ค่อยชัดเจน ฉะนั้นแยกผ้าออกซักหลายๆ กองจะดีกว่าค่ะ

คงความหอมให้ผ้าห่ม ผ้านวม
สำหรับผ้าห่ม ผ้านวมของเรา เวลาที่เราซักเสร็จแต่ยังไม่ใช้ อย่าเพิ่งเอาเก็บไว้ในตู้ ให้คุณหาถุงมาใส่ก่อน ยิ่งเป็นผ้านวมด้วยแล้ว เค้าจะมีถุงพลาสติกใส่ให้มาตอนซื้อเลยค่ะ ให้คุณเก็บผ้าใส่ถุงไว้แล้วปิดปากถุงให้มิดชิด เพื่อรักษากลิ่นหอมให้อบอวลอยู่ในนั้น ไม่ว่าเราจะเก็บไว้นานกี่เดือน เวลาจะเอาออกมาใช้ กลิ่นก็จะยังคงหอมฟุ้งอยู่ค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างล่ะค่ะเพื่อนๆเคล็ดลับดีๆที่เรานำมาฝากกัน เพียงแค่นี้ปัญหารังควาญใจในการใช้เสื้อผ้าของท่านก็จะหมดไป

แสดงความคิดเห็น