ผู้ว่าฯ เมืองตรัง ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังสาวโรงงานร้องเรียนเหตุเพื่อนบ้านสร้างกำแพงสูงปิดกั้นทางเข้า-ออก ทำลูกน้อย 2 คน ต้องเสี่ยงปีนข้าม เพื่อไปเรียน
วันที่ 8 มิถุนายน 2560 นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายสมเกียรติ ดวงมณี นายอำเภอสิเกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักเลขที่ 38 หมู่ 4 บ้านนาเมืองเพชร ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา ของนางสาวอัญธิษฐา ชูชีพ อายุ 38 ปี อาชีพพนักงานโรงงาน หลังทำหนังสือเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องด้วยตนเองและครอบครัวได้รับความเดือดร้อน ถูกเพื่อนบ้านสร้างรั้วและกำแพงปิดกั้นทางเข้า-ออก ลูกฝาแฝด 2 คน เรียนอยู่ชั้น ป.1 ต้องปีนข้ามกำแพงเพื่อเดินทางไปเรียนหนังสือ
โดย นางสาวอัญธิษฐา เผยว่า เพื่อนบ้านทั้งด้านหน้าและด้านข้างมีการสร้างรั้วและกำแพงปิดกั้นไม่ให้ใช้เส้นทางออก ทำให้ครอบครัวตนเองได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จะออกจากบ้านทีก็ต้องปีนกำแพง ซ้ำเมื่อไม่นานก็มีการกั้นรั้วลวดหนามเพิ่มสูงขึ้นมาอีก ทำให้ไม่สามารถปีนข้ามได้ จึงต้องใช้เส้นทางออกทางด้านหลังบ้านที่เป็นสวนปาล์มน้ำมัน แต่ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ทำให้น้ำท่วมจึงเกิดความยากลำบากซ้ำไปอีก เพราะต้องเดินลุยน้ำออกไป อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางออกด้านหน้าบ้าน ทางเจ้าของได้มอบให้เป็นทางสาธารณะ แต่อยู่ ๆ กลับมาสร้างกำแพงกั้น โดยให้เหตุผลว่าเป็นถนนที่สร้างขึ้นเอง
ขณะที่ นางนงเยาว์ บุญชู อายุ 68 ปี เจ้าของบ้านที่ปิดเส้นทางเข้า-ออก เผยว่า สาเหตุที่ตนปิดเส้นทาง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนเคยอาศัยทางในที่ดินของนางสาวอัญธิษฐา เพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินเข้า-ออกบ้าน แต่ทางนางสาวอัญธิษฐา กลับมาปิดเส้นทางไม่ให้ตนเดินก่อน ตนต้องลงทุนซื้อที่ดินและทำทางเข้า-ออกของตนแทน พร้อมกับทำรั้วปิดเส้นทางด้วย เนื่องจากเป็นที่ของตน ตนเองมีสิทธิในที่ดินของตน แม้จะมอบถนนสายดังกล่าวเป็นถนนสาธารณะก็ตาม
ด้าน นางแพร้ว คีรีรัตน์ อายุ 78 ปี เจ้าของบ้านที่สร้างกำแพง เผยว่า สาเหตุที่ตนต้องสร้างกำแพงสูง เนื่องจากบ้านเป็นโรงเก็บแผ่นยางพารา มีโจรเข้ามาขโมยยางพารา 650 แผ่น สายไฟ และทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 800,000 บาท ตนจึงต้องสร้างกำแพงเพื่อป้องกันขโมย เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของตน ตนได้รับความเดือดร้อน จึงจำเป็นต้องทำ แต่ใครจะเดือดร้อนอย่างไร ตนเองไม่ทราบ
ทั้งนี้ นายศิริพัฒ กล่าวว่า ตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนก็ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งปัญหานี้บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นหลังที่ตั้งอยู่ตรงกลาง ซึ่งเจ้าของบ้านนั้นไม่ถูกกับเพื่อนบ้านที่อยู่ทั้งด้านหน้าและด้านข้างซ้าย-ขวา และทางบ้านผู้เดือดร้อนได้ดำเนินการฟ้องศาลเรียบร้อยแล้ว โดยจากการสอบถามทราบว่า บ้านทางด้านหน้ายืนยันว่า ไม่เคยมีส่วนได้ส่วนเสียต่อกัน ต่างคนต่างอยู่ ส่วนทางด้านขวานั้น เจ้าของบ้านยอมรับว่าเคยมีความขัดแย้ง และมีปากมีเสียงกันมานานกับบ้านผู้เดือดร้อน ไม่ต่ำกว่า 5 ปี
อย่างไรก็ตาม ได้มีการสั่งการให้นายอำเภอสิเกา ประสานทางเทศบาลตำบลนาเมืองเพชร เพื่อตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินจังหวัดตรัง ว่าโฉนดแปลงดังกล่าวเป็นทางสาธารณะหรือไม่ ถ้าเป็นทางสาธารณะก็ให้ทางเทศบาลซึ่งมีหน้าที่ดูแลทางสาธารณประโยชน์ดำเนินการเปิดทันที เนื่องจากปัญหาดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนแก่เด็ก 2 คน ที่มีความยากลำบาก แต่เบื้องต้นได้มีการแนะนำว่าให้นำเด็ก ๆ ย้ายออกไปอยู่บ้านของญาติที่อยู่นอกพื้นที่นี้ชั่วคราวก่อน
by TVPOOL ONLINE




