พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่าถึงความคืบหน้าในการเชื่อมโยงระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการขนส่งทางบก ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเชื่อมต่อระบบกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยขบ.ได้ตั้งงบประมาณในการทำระบบมาให้สตช.พิจารณา ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการดำเนินการพิจารณา ว่าจะสามารถจัดสรรงบประมาณในการทำระบบให้ได้หรือไม่ โดยจะต้องมีการเจรจากันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามแนวทางการการพัฒนาระบบให้เชื่อมต่อกันนั้น มีระบบเดิมอยู่แล้ว คือระบบเว็ปเซอร์วิส ซึ่งสามารถเชื่อมข้อมูลได้เช่นกัน แต่ทางขบ.แจ้งว่า จำเป็นจะต้องใช้ระบบใหม่ ซึ่งก็จะต้องหารือกันเพิ่มเติม
ส่วนความคืบหน้าในการแก้ไขกฎหมายหลักตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการประกาศบังคับไปก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น สตช.จะต้องเข้าไปดำเนินการชี้แจงต่อคณะกฤษฎีกาในรายละเอียดแต่ละข้อ โดยมีการแก้ไขไปทั้งหมด 12 เรื่องด้วยกัน เนื่องจากขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกา จะต้องพิจารณาว่าแต่ละข้อจะสามารถปรับแก้ได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้นสตช.จึงจำเป็นจะต้องเข้าไปชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลในปลายเดือน มิ.ย.60 คาดว่ากฎหมายใหม่จะประกาศใช้ได้ในเร็วๆ นี้
สำหรับกฎหมายจราจรที่มีการขอเสนอแก้ไขเพิ่มอัตราโทษมี 13 ข้อหา มีดังนี้ 1.ปรับปรุงอัตราโทษสำหรับความผิดลหุโทษ 2.เพิ่มเติมน้ำหนักของรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล จากเดิม 1,600 กิโลกรัม เป็น 2,200 กิโลกรัม 3.ผู้ขับขี่ต้องจัดให้ผู้โดยสารในรถทุกคนทุกที่นั่ง รัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยขณะโดยสารรถยนต์ 4.เพิ่มมาตรการบังคับผู้ขับขี่ที่ไม่มาชำระค่าปรับตามใบสั่งภายใน 15 วัน หากไม่มาชำระค่าปรับมาชะลอการชำระภาษีประจำปีไว้ก่อน 5.กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่พนักงานจราจรพนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้มีการทดสอบลมหายใจ ปัสสาวะ เลือดหรือวิธีการอื่นๆอย่างเคร่งครัด 6.มาตราการยึดรถและเก็บรักษารถที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบางฐานได้แก่ฐานขับรถขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
7.เพิ่มอัตราโทษในความผิดฐานแข่งรถในทางโดยมิได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ปรับ 6,000-20,000 บาท 8.กำหนดความผิดและโทษของการร่วมกลุ่มหรือมั่วสุมหรือมีพฤติกรรมที่จะร่วมเพื่อมั่วสุมที่นำไปสู่ความผิดจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 3,000-10,000 บาท 9.แก้ไขเพิ่มเติมอัตราโทษในความผิดฐานขับรถขณะเมาสุราเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 10,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาขับขี่ชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน 10.ผู้สั่งยึดใบขับขี่อาจบันทึกคะแนนและดำเนินการอบรมหลักสูตรผู้ที่กระทำความผิดซ้ำตั้งแต่ 2 ครั้งใน 1 ปี รวมทั้งสั่งพักใบอนุญาตขับขี่ที่เสียคะแนน 90 วัน 11.ผู้ขับขี่ที่กระทำความผิดซ้ำภายใน 1 ปีให้เพิ่มจำนวนค่าปรับไม่น้อยกว่า 2 เท่าของจำนวนค่าปรับที่ชำระในความผิดหลัก 12.ผู้ประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารโดยรถแท็กซี่ที่ไม่จอดรถ ณ สถานที่ที่กำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท (เดิม 1,000 บาท)
ที่มา – เดลินิวส์
by TVPOOL ONLINE