เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร

กดติดตาม “ทีวีพูล”

banner
 จากกรณี ที่เพจ Social Hunter  ได้แชร์เรื่องราวของ โจรกระชากสร้อยแล้วบิดหนีขึ้นสะพานยูเทิร์น ก่อนแหกโค้งกระแทกขอบสะพานร่วงตกทั้ง 2 ราย ต่อมาทราบชื่อ 2 คนร้าย คือนายวีรพงษ์ เนธิบุตร อายุ 20 ปี และนายบริสุทธิ์ สุขเพีย อายุ 22 ปี ที่ขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วเพื่อหนีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ขณะก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ประกบพยายามกระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายชายรายหนึ่ง

จากการสอบถาม นายอภิชาติ แซ่อุ้น อายุ 57 ปี พลเมืองดีที่ขี่รถจยย.ตามหลังผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายมา กล่าวว่า มีอาชีพขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่ที่วินวัดไทร ถนนเอกชัย ก่อนเกิดเหตุขี่รถ จยย.มาทำธุระที่ตลาดร่วมมิตร ถนนวุฒากาศ ปากซอย 13 ท้องที่ สน.ตลาดพลู พบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน ขี่รถเข้าไปพยายามกระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายชาย รายหนึ่ง อายุประมาณ 60 ปี ที่เดินอยู่หน้าตลาดดังกล่าวแต่กระชากไม่สำเร็จ เพราะมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์อยู่เยอะผู้ต้องหาทั้ง 2 รายจึงละความพยายาม

จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 2 รายก็พากันเร่งเครื่องหลบหนีจากถนนวุฒากาศ เข้าสู่ถนนจอมทอง ถนนสุขสวัสดิ์ และเข้าสู่ถนนพระราม 2 ขาออก ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรโดยมีตนขับขี่ รถ จยย.ไล่ตามมาแบบติดๆ กระทั่ง นายวีรพงษ์ ผู้ขับขี่ตัดสินใจเร่งเครื่องพา นายบริสุทธิ์ ขึ้นสะพานกลับรถบริเวณหน้าหมู่บ้านชิชา ด้วยความเร็วสูง ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนขอบสะพาน ร่างของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ร่วงตกลงมากระแทกพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนตนก็รีบโทรศัพท์แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

ต่อมา เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ส.ค. พ.ต.ท.อดุลย์ ดอกพวง รอง ผกก.สส.สน.บางมด พร้อมด้วยพ.ต.ต.พัฐกร ปิยธิติภูวดล สว.สส.สน.บางมด และร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บางมด ได้นำกำลังออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้ายตามคำให้การของ นายอภิชาติ แซ่อุ้น อายุ 57 ปี พลเมืองดี พบว่าคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนีจาก ถ.วุฒากาศมุ่งหน้า ถ.จอมทอง ถ.สุขสวัสดิ์ เข้าสู่ถ.พระราม 2 ก่อนประสบอุบัติเหตุรถชนขอบสะพานจริง แต่ขัดแย้งเพียงคำให้การของพยานที่จำผิดระหว่างคนขับขี่กับคนซ้อนท้ายเท่านั้น

เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเป็นหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ขับขี่ คือ นายบริสุทธิ์ ซึ่งสวมเสื้อคลุมสีขาว หลังเกิดเหตุถูกส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางมด ส่วนคนซ้อนท้ายคือนายวีรพงษ์ ซึ่งหลังเกิดเหตุถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และล่าสุดนายบริสุทธิ์ได้เสียชีวิตแล้วเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว พนักงานสอบสวนจึงมอบศพให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลศิริราช เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวว่า คดีนี้ทางตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวผู้เสียหายได้ เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้สูญเสียทรัพย์สินแต่อย่างใด จึงยังไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ตลาดพลู ท้องที่ที่รับผิดชอบคดีพยายามชิงทรัพย์เพื่อให้การประกอบสำนวนคดี สำหรับในส่วนของสน.บางมดนั้นจะติดตามนายอภิชาติซึ่งเป็นพลเมืองดีเข้ามาให้การอีกครั้ง ให้สอดคล้องกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ส่วนคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.บางมด หลังพิจารณาแล้ว นายบริสุทธิ์ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ขับขี่จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ฐานใช้รถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เพราะนอกจากจะยืมรถผู้อื่นมาใช้แล้วยังนำแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งมาสลับติดอำพรางตาเจ้าหน้าที่

ล่าสุดมีญาติของนายบริสุทธิ์ สุขเพีย อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้ขับขี่ และญาติของนายวีรพงษ์ เนธิบุตร อายุ 20 ปี บุคคลซ้อนท้ายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยตั้งขอสังเกตว่า พฤติกรรมเป็นอย่างไร มีบุคคลใดจับทั้ง 2 รายโยนลงจากสะพานกลับรถหรือไม่ เรื่องนี้จึงต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนไปจนกว่าจะได้รับความยุติธรรมทุกฝ่าย

ทั้งนี้ เท่าที่พูดคุยกับนายอภิชาติ พลเมืองดี ตั้งแต่หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 6 ส.ค.รวมทั้งเรียกมาสอบปากคำซ้ำในวันนี้ พบว่าข้อเท็จจริงยังตรงกัน ในฐานะพยานบุคคลอาจจะมองได้ว่าเป็นการให้ปากคำของนายอภิชาติ เพียงคนเดียว ที่สำคัญเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บขี่หลบหนีมานั้น ยังพบว่ามีพยานบุคคลอีก 1 ราย ที่ทางพนักงานสอบสวนต้องการสอบปากคำ เชื่อว่าพยานดังกล่าวน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนอกเครื่องแบบ สวมเสื้อสีส้ม ใส่หมวกตำรวจจราจร และใช้รถจักรยานยนต์สีขาวคล้ายกับรถที่ใช้ในราชการ ไล่กวดรถของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมาด้วย ตั้งแต่ช่วงแยกดาวคะนองตัดจอมทองจนถึงถนนพระราม 2 แต่กล้องที่จับภาพได้ไม่เห็นเลขหมวกและเลขทะเบียนรถ ดังนั้น จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจจราจรโรงพักต่างๆ ช่วยสอบถามลูกน้องและพาเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางมด เพื่อเล่าเหตุการณ์ด้วย

ขณะที่ นายอภิชาติ กล่าวว่า ขณะประสบเหตุตนเห็นรถของผู้ต้องหาขี่เข้าไปเทียบกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย มีชายอายุประมาณ 60 ปี สวมเสื้อยืดสีขาวเป็นคนขี่ พาหญิงสูงอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน น่าจะเป็นภรรยา ซ้อนท้ายมาตามถนนวุฒากาศ จากนั้นผู้ต้องหาที่เป็นคนซ้อนท้ายพยายามดึงสร้อยคอทองคำของชายผู้เสียหาย โดยสร้อยนั้นถูกดึงจนขาดแต่ไม่หลุดติดมือมา เพราะสร้อยได้หล่นลงบนหน้าอกของชายผู้เสียหายทำให้คว้าสร้อยกลับคืนไปได้ จากนั้นตนขี่ตามรถของผู้ต้องหามาเรื่อยๆ จนสังเกตเห็นชายพลเมืองดีอีกคนหนึ่งน่าจะเป็นตำรวจจราจรนอกเครื่อง แบบขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมากลางทาง ตนจึงแจ้งให้ขับตามรถผู้ต้องหามาด้วยกัน กระทั่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวขอบสะพาน ชายคนนั้นก็หายจากจุดเกิดเหตุไป

“ผมทำความดีครั้งนี้ ทำด้วยความสุจริตใจ อยากช่วยเหลือสังคม เพราะเป็นอาสาสมัครแจ้งข่าวของ สน.บางขุนเทียน และเพิ่งไปลงชื่อเป็นพลเรือนจิตอาสาหมาดๆ ในช่วงที่เห็นผู้ต้องหาก่อเหตุกับเหยื่อ หวังเพียงว่าจะขี่รถตามไปเพื่อบอกตำรวจในเครื่องแบบที่อาจเจอระหว่างทางเข้าทำการจับกุมทั้ง 2 ราย ก็เท่านั้น แต่ในภายหลังกลับมีเพื่อนๆ วินรถจักรยานยนต์บอกข้อมูลว่า มีญาติผู้ต้องหากล่าวหาว่าผมจับทั้ง 2 ราย โยนลงมาจากสะพานกลับรถ รู้สึกน้อยใจ อยากให้ผู้เสียหายตัวจริงและตำรวจนอกเครื่องแบบที่ขี่รถไล่กวดอยู่ด้วยกันมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้การตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย เพราะตอนนี้รู้สึกไม่สบายใจ” นายอภิชาติ กล่าว

 

 

 

โจรแว้นกระชากสร้อยแล้วบิดหนีขึ้นสะพานยูเทิร์น แหกโค้งกระแทกขอบสะพานร่วงตกทั้ง 2 ราย !!!!ถนนพระรามสอง#ปรายฟ้าCR.srichanhom

โพสต์โดย Social Hunter บน 6 สิงหาคม 2017

by TVPOOL ONLINE