สำหรับประเทศไทยแล้วถือว่าได้เหรียญจากโอลิมปิกไม่มากนัก และกีฬาที่ได้ลุ้นมากที่สุดนั้นก็คือ มวยสากล ซึ่งเราได้เหรียญมานักต่อนักแล้ว ต้องถือว่าเป็นกีฬาความหวังของชาวไทยเลยก็ว่าได้ และทุกครั้งที่นักกีฬาไทยได้เหรียญกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญอะไร รางวัลที่เท่าไหร่ก็ตาม ผู้นั้นจะได้รับการต้อนรับอย่างดี จากทุกหน่วยงานในประเทศ เพราะถือว่าพวกเขาเหล่านี้คือฮีโร่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศของเรา และสำหรับกีฬามวยสากล แน่นอนว่าเป็นกีฬาที่ทุกคนหวังผลให้มีเหรียญสักเหรียญ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญอะไรก็ตาม เพราะถือว่ากีฬานี้เป็นกีฬาที่เรามีความสามารถไม่แพ้ชาติอื่น วันนี้เราได้รวบรวม 10 นักมวยสากลชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวไทยได้อย่างชัดเจน มาร่วมย้อยรอยไปกับเราว่าจะมีใครบ้าง มาดู?
1.พเยาว์ พูนธรัตน์

ผู้ใหญ่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ “พเยาว์ พูนธรัตน์” หลังจากชกมวยไทยอย่างมาโชกโชนแล้ว จึงเบนเข็มหันไปชกมวยสากลสมัครเล่น ติดทีมชาติ ได้ชกและได้รางวัลในหลายรายการอย่างมากมาย เช่น แชมป์มวยคิงส์คัพ, แชมป์โกลเด้นคัพ ที่ประเทศเคนยา, เหรียญเงินมวยสมัครเล่นชิงแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกา จากนั้นจึงติดทีมชาติไปชกในโอลิมปิคครั้งที่ 21 พ.ศ. 2519 ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา โดยชนะยียอง ยีเยโด นักมวยชาวฮังการี ก่อนจะไปแพ้นักมวยชาวเกาหลีเหนือในรอบตัดเชือก ได้เหรียญทองแดง ในรุ่นไลท์ฟลายเวท นับเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค โดยขณะนั้น พเยาว์มีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น
2.ทวี อัมพรมหา

เป็นที่รู้จักกันจนถึงปัจจุบันสำหรับ “ทวี อัมพรมหา” หรือ “ขาวผ่อง สิทธิชูชัย” ต้องบอกเลยว่าเป็นนักมวยชาวไทยคนแรกที่ได้เหรียญเงินจากการแข่งขันชกมวยในโอลิมปิก ครั้งที่ 23 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2527 เมื่อแพ้ต่อ “เจอร์รี่ เพจ” นักมวยชาวอเมริกันเจ้าถิ่น ในการชกรอบชิงชนะเลิศ สุดท้ายได้เหรียญเงินมาฝากชาวไทย
3.ผจญ มูลสัน

สำหรับ “ผจญ มูลสัน” เดิมมีว่าชื่อ “รำพัน” เกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2511 ขึ้นชกมวยสากลสมัครเล่นนักเรียนให้โรงเรียนบางกะปิ และชนะเลิศมา จึงอาสาขึ้นชกมวยสากลสมัครเล่นในนามทีมโอสถสภา จนติดทีมชาติ รุ่นแบนตั้มเวท ขึ้นชกในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่อินโดนีเซีย ได้เหรียญทองแดง เช่นเดียวกับในคิงส์คัพ ครั้งที่ 14 ปีเดียวกัน จึงถูกจัดให้เก็บตัวเพื่อเข้าแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ผจญจึงกลายเป็นนักกีฬาไทยเพียงคนเดียวที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่ผจญไม่ได้เป็นนักมวยที่เป็นตัวเต็งหรือมีความหวังเลย เพราะนักมวยที่ได้รับการจับตามองนั้น คือ “วิชัย ขัดโพธิ์” และ “ฉัตรชัย สาสกุล” เท่านั้น
4.อาคม เฉ่งไล่

จากที่ทราบมาสำหรับ “อาคม เฉ่งไล่” เป็นคนที่ชอบเล่นฟุตบอลมากกว่าชกมวย แต่เริ่มต้นการชกมวยจากการที่ได้ดูพี่ชายซ้อมมวย ขณะฝนตก ไม่สามารถเตะฟุตบอลได้ เมื่อหัวหน้าค่ายเห็นจึงจับมาลองชก และหลังจากฝึกได้ไม่นาน จึงขึ้นชื่อในชื่อ “อิสระ เกียรติอินทรีดำ” และเอาชนะได้ พร้อมรับค่าตัวครั้งแรก 50 บาท ในเวลาต่อมาเปลี่ยนมาชกมวยสากลสมัคร เล่นเมื่อไม่มีคู่ชกในแบบมวยไทยแล้ว สามารถคว้าเหรียญทองมาได้จากการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่จังหวัดอยุธยา ในปี พ.ศ. 2534 จนกระทั่งได้ติดทีมชาติได้เป็นตัวแทนในรุ่นเวลเตอร์เวท แข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดยอาคมเป็นฝ่ายแพ้ ไมเคิล คาร์รูท นักมวยชาวไอร์แลนด์ 11-4 หมัด ไปในรอบรองชนะเลิศ ได้ครองเหรียญทองแดง และคาร์รูทก็ได้เหรียญทองในที่สุด ซึ่งอาคมเป็นนักกีฬาไทยเพียงคนเดียวที่ได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ ต้องถือว่าเป็นผู้สร้างชื่อให้ประเทศไทยอีกคน
5.สมรักษ์ คำสิงห์

เป็นอีกหนึ่งคนที่คนรุ่นหลังรู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับ “เรือเอก สมรักษ์ คำสิงห์” ร.น. (ราชนาวี) เป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรก ที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2539 ภายหลังจากได้เหรียญทองแล้ว “สมรักษ์” กลายเป็นบุคคลชื่อดังไปในทันที กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ในเวลาไม่นาน ด้วยความเป็นคนมีบุคลิกเฮฮา มีสีสัน น่าสนใจ ภายหลังจากกลับมาจากโอลิมปิคที่แอตแลนต้าแล้ว สมรักษ์ก็มีงานในวงการบันเทิงเข้ามา เริ่มจาก ละครเรื่อง “นายขนมต้ม” ทางช่อง 7 ที่รับบทเป็นนายขนมต้มพระเอกเอง โดยประกบคู่กับ “กุลณัฐ ปรียะวัฒน์” นางเอก และเพื่อน ๆ นักมวยรุ่นพี่อีกหลายคน และนับแต่นั้นมา “สมรักษ์” ก็มีสถานะเหมือนเป็นดาราคนหนึ่ง มีงานต่าง ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้สมรักษ์เอาใจใส่ในการชกมวยน้อยลง จนมีข่าวว่าซ้อมน้อยลงบ้าง หนีซ้อมบ้าง แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าฝีมือของตัวเองยังคงเหมือนเดิม ถึงขนาดกล้าทำนายผลการชกล่วงหน้า ซึ่งก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง จนได้ฉายาว่า “โม้อมตะ” แต่หลังจากได้รับเหรียญทองกีฬาเอเชียนเกมส์ใน ปี พ.ศ. 2541 แล้ว การชกครั้งหลังจากนี้ สมรักษ์ไม่ประสบความสำเร็จเลย โดยตกรอบสาม ในการแข่งขันโอลิมปิกที่ซิดนีย์ ปี พ.ศ. 2543 และตกรอบแรกในโอลิมปิก ที่กรุงเอเธนส์ ปี พ.ศ. 2547 ต้องยกให้เป็นนักมวยในความทรงจำของชาวไทยเลยก็ว่าได้
6.วิชัย ราชานนท์

อีกหนึ่งนักมวยในตำนาน “นาวาอากาศโท วิชัย ราชานนท์” เดิมใช้ชื่อว่า “วิชัย ขัดโพธิ์” เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นคนหนึ่งที่ได้เหรียญทองแดงจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เคยได้เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ด้วย ปัจจุบัน เป็นเจ้าของค่ายมวยราชานนท์ และเป็นผู้จัดการให้กับ เอฟ 16 ราชานนท์ ซึ่งเป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นอีกคนที่ชาวไทยต้องจดจำ
7.วิจารณ์ พลฤทธิ์

เป็นอีกหนึ่งคนที่คนรุ่นหลังอาจจะเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างสำหรับ “พันตำรวจตรี วิจารณ์ พลฤทธิ์” นักมวยเหรียญทองโอลิมปิกชาวไทยคนที่ 2 ต่อจาก “สมรักษ์ คำสิงห์” โดยชนะการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในโอลิมปิกครั้งที่ 27 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งครั้งนั้นถือว่าเป็นวันที่น่าจดจำสำหรับชาวไทยอีกวันเลยก็ว่าได้
8.มนัส บุญจำนงค์

เป็นอีกหนึ่งคนที่นำเหรียญทองกลับมาฝากคนไทย “มนัส บุญจำนงค์” เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก จากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ที่ประเทศกรีซ นับเป็นชาวไทยคนที่ 5 ที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก และเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นคนที่ 3 ต่อจาก “สมรักษ์ คำสิงห์” และ “วิจารณ์ พลฤทธิ์” มนัสมีสถิติได้เหรียญจากกีฬาโอลิมปิก 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน, เอเชียนเกมส์ 1 เหรียญทอง, ซีเกมส์ 2 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดงจากการแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2546 นับเป็นอีกหนึ่งนักมวยที่น่าจดจำ
9.สมจิตร จงจอหอ

คนนี้เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี “ร้อยเอก สมจิตร จงจอหอ” เป็นนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นชาวไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัย เหรียญทองซีเกมส์ 3 สมัย และได้รับเกียรติให้เป็นผู้เชิญธงชาติไทย นำคณะนักกีฬาทีมชาติไทย ในพิธีปิดโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ซึ่งปัจจุบัน “สมจิตร” ก็ยังมีผลงานเป็นทั้งนักแสดงและพิธีกรรายการต่างๆมากมายในวงการบันเทิงบ้านเรา
10.แก้ว พงษ์ประยูร

มาถึงคนสุดท้ายนั้นก็คือ “ร้อยตรี แก้ว พงษ์ประยูร” เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยในรุ่นพินเวท (45 กิโลกรัม) และไลท์ฟลายเวท (49 กิโลกรัม) ถือได้ว่าเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทยที่มีประสบการณ์โชกโชน เคยผ่านการชกในหลายระดับมาแล้ว ด้วยการผ่านการแข่งขันซีเกมส์มาถึง 6 สมัย ซึ่งได้เหรียญทอง 4 ครั้ง, เหรียญเงิน 1 ครั้ง และเหรียญทองแดง 1 ครั้ง ต้องถือว่าเป็นนักมวยอีกคนที่สร้างชื่อให้ชาวไทยได้อย่างชัดเจน
by TVPOOL ONLINE