7 ดาราไทย ที่ตกเป็นเหยื่อโรคซึมเศร้า

เริ่มต้นกันที่ปี 2017 ข่าวการตายของ “เชสเตอร์ เบนนิงตัน” นักร้องวง“LINKINPARK”  ก็ทำเอาช็อควงการเพลงระดับโลก เชสเตอร์ ได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายในสภาพแขวนคอ ที่บ้านพักในนครลอสแองเจลีส เชสเตอร์ เป็นคนในวงการบันเทิงอเมริกันอีกรายที่จบชีวิตตัวเองจาก ภาวะโรคซึมเศร้า เขาเคยเปิดเผยชีวิตขมขื่นในวัยเด็กที่นำไปสู่การใช้สารเสพติดของเขา เขาเริ่มสูบกัญชาหลังการหย่าร้างของพ่อแม่เมื่ออายุ 11 ปี ลุกลามถึงขั้นเสพโคเคนและยาบ้า รวมทั้งเขายังยอมรับว่าถูกทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศเมื่อครั้งยังเด็ก วันนี้ทีมข่าวทีวีพูลจึงได้รวบรวมดาราไทยที่ตกเป็นเหยื่อของโรคซึมเศร้าภัยร้ายที่น่ากลัว บทสรุปสุดท้ายของแต่ละบุคคลก็ยังขึ้นอยู่กับการรักษา หากไม่หายก็มีสิทธ์ตาย

1.ทราย อินทิรา เจริญปุระ

ต้องเป็นคนแรกที่พูดถึงโรคซึมเศร้า เพราะเธอได้บอกเรื่องราวของตนเองเปิดเผยอยู่เสมอ ทรายเป็นโรคซึมเศร้าหลังจากเกิดอุบัติเหตุรถชน ทำให้เกิดภาวะช็อคจนเกิดเป็นโรคซึมเศร้า ประกอบกับการที่ต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเช่นเดียวกัน เธอโดนคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆในแง่ลบ เธอจึงตัดสินใจไปพบแพทย์และกินยาอย่างสม่ำเสมอ เธอยังบอกว่าเธอไม่ได้ก้าวผ่าน โรคนี้ แต่เธอตัดสินใจเดินไปพร้อมกับมัน ด้วยกันนึกถึงเรื่องเล็กๆในน้อยๆที่ทำแล้วมีความสุข เช่น ยังตายไม่ได้เพราะยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้เลย ซึ่งมันก็ทำให้ชีวิตเธอมีความสุข

 

2.พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์

หลังจากข่าวที่เธอหายเงียบไปนาน 2 ปี ปัจจุบันเธอก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จริงๆแล้วเธอนั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า อาการนี้พลอยเคยเป็นตั้งแต่อายุ 19 ซึ่งรุนแรง แล้วก็หายไป แต่สาวพลอยกลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เริ่มโดนแบนทรมานเหมือนกัน แต่เราคิดว่าเราจะพยายามรักษาตัวเองให้ได้ ถ้าล้มก็ต้องยืนขึ้นมาให้ได้ ยืนไม่ไหวก็ต้องคลาน คลานไปที่ใดที่หนึ่ง หาอะไรเกาะ แล้วดึงตัวเองขึ้นมาให้ได้ นี่คือวิธีการที่พลอยสู้กับตัวเอง พลอยรักษาตัวเองด้วยการไม่ให้สัมภาษณ์อะไรเลย และ พูดกับตัวเองอยู่เสมอว่า“ผ่านไปได้เธอจะเก่ง ผ่านไปได้เธอจะเก่ง”

 

3.แวร์ โซว

ล่าสุดเธอได้ให้สัมภาษณ์รายการหนึ่งว่า ตนเป็นโรคซึมเศร้าหนักมาก เป็นมา 5 ปี ถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย และยังเอามีดแทงตนเองและลูกสาว อยากให้ลูกตายพร้อมกัน เธอบอกว่าล่าสุดไม่มีทางออกไม่รู้จะทำยังไง ก็เอามีดมาสับๆ ขา มาสับตัวเอง เคยกินยานอนหลับเยอะๆ แต่ยามันเอาไม่อยู่ ก็ตื่นมาเหมือนเดิม ตอนนั้นก็นึกถึงหน้าลูกนะ แต่ตัวเองไม่ไหวแล้ว มันรู้สึกว่ารับกับอะไรไม่ได้แล้ว ไม่อยากอยู่แล้ว  แต่ลูกช่วยเตือนสติ จึงตัดสินใจไปพบจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา

 

4.ทีเจ จิรายุทธ ผโลประการ

ไม่น่าเชื่อหนุ่มฮิพฮอพสุดคูลที่ปล่อยซิงเกิ้ลส่วนตัวออกมากี่ครั้งก็โด่งดัง จะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าซึ่งรักษาอาการมานานถึง 2 ปี ตอนนี้ยังไม่หาย ช่วงพักก่อนเขาก็จะชอบลงภาพดำๆในไอจีบ่อยๆ นั่นก็จะเป็นอาการ ที่มีอารมณ์ดาร์ค แต่ทุกวันนี้ก็พยายามใช้ชีวิตโดยไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง และมีช่วงหนึ่งที่เขาคล้ายกับเป็นไบโพล่า ถ้าจะมีความสุขก็มีความสุขมาก ถ้าดาวน์ก็จะดาวน์แบบดำดิ่งไปเลย และยังเคยคิดฆ่าตัวตายแต่ก็รอดมาได้ หลังจากนั้นเจ้าตัวก็คิดว่าโรคนี้มันร้ายแรงจึงไปพบจิตแพทย์ พอไปหาก็ดีขึ้นเรื่อยๆบวกกับเพื่อนที่สนิทก็คอยมาดูแล

 

5.แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์

เธอมีอาการซึมเศร้าสะสมมานาน เธอบอกว่าเป็นเรื้อรังมาตั้งแต่เด็ก หลังจากที่เจ้าตัวนั้นคิดสั้นฆ่าตัวตายด้วยการรับประทานยานอนหลับไปเกินขนาด โชคดีที่เพื่อนไปเจอรีบส่งไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นเธอก็พยายามใช้ชีวิตให้มีความสุขอยู่เสมอและยึดเอาพระเจ้าเป็นที่ยึดเหนี่ยว เจ้าตัวยังได้ไปปรึกษาแพทย์และยังไปพบแพทย์อยู่เสมอ ตอนนี้สภาพจิตก็ดีขึ้นตามลำดับ

 

6.นาวิน ต้าร์

ใครจะเชื่อว่าหนุ่มดีกรีด็อกเตอร์ อย่างนาวิน ต้าร์ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนักขนาดที่ว่าขังตัวเองอยู่ในห้องถึง 3 เดือนเพราะโดนกระแสสังคมโจมตีกับคำถามที่ว่าทำไมเรียนไม่จบสักที? ที่ได้รับทุนเรียนฟรีเพราะเป็นดาราหรือเปล่า?

 

7.หวาย ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

นักร้องสาวสุดเซ็กซี่ เธอได้เปิดใจว่าเครียดจนเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่อายุ 14 ปี ไม่สบายเพราะคิดมาก พักผ่อนไม่เพียงพอ โดยที่ผ่านมาต้องดูแลตัวเอง รับประทานยาเเละไปพบเเพทย์ เธอได้บอกว่าสำหรับการเป็นโรคนี้ต้องหาอะไรทำอยู่ตลอดอยู่คนเดียวไม่ได้ อย่าพยายามคิดมากและอยู่กับตัวเองเยอะ ตนจึงอยู่กับเพื่อนๆพ่อแม่ แต่ก็แอบกังวลว่าโรคนี้จะกระทบต่องาน เพราะเคยกระทบมาแล้ว แต่ก็พลิกกลับมาสู้จนผ่านไปได้

 

เห็นแบบนี้แล้ว “โรคซึมเศร้า” ก็มีจุดที่สังเกตได้ง่ายๆ ให้ดูจากหน้าตาหรือพฤติกรรมของผู้ป่วย จากคนที่ยิ้มแย้ม จากคนที่สนุก จะเปลี่ยนเป็นเศร้า ดูเบื่ออาหาร ผอมซูบลงไป หรือมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้น การรักษาโรคนี้ ด้วยการฟังเพลง สร้างเสียงหัวเราะให้ตนเองมองโลกในแง่บวก และออกกำลังกายให้เหมาะสม

 

แสดงความคิดเห็น