เปิด 7เหตุผล! คู่จิ้น ณเดชน์-ญาญ่า ที่มีโอกาสได้แต่งงานกัน VS ไม่มีโอกาสได้แต่งงานกัน

กำลังเป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก ถึงกรณีรักร้าว! ของพระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และนางเอกสาว “ญาญ่า อุรัสยา”  ที่กำลังมีข่าวลือให้แซ่ดว่า  “ทั้งคู่ได้เลิกลากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”   เพราะแหล่งข่าววงในรายงานว่า…

เรื่องราวเกิดขึ้นที่สตูดิโอแห่งหนึ่ง!ที่  สาวญาญ่า  ต้องไปถ่ายโฆษณา  ซึ่งเธอได้มากับหนุ่มหล่อหุ่นบึ้ก  ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็น  หนุ่มณเดชน์  แต่พามองไปมองมากลับไม่ใช่หนุ่มณเดชน์ซะงั้น  แต่เป็นหนุ่มหล่อมีนามว่า “ไฮโซพอร์ช” ดีกรีหนุ่มนักเรียนนอก และเป็นนักกีฬาฟันดาบทีมชาติ   โดยแหล่งข่าววงอีกรายซึ่งเป็น  ผู้จัดการดารานางเอกดังยังเอ่ยปากต่อหน้าทีมงานในสตูดิโอว่า “หนุ่มพอร์ชคนนี้แหละคือ แฟนใหม่ ของ สาวญาญ่า”

 

 

วันนี้! เจ๊จึงขอเปิดเหตุผลที่  “ณเดชน์-ญาญ่า”  คู่จิ้นNY  ต้องแต่งงานกัน  และไม่แต่งงานกัน  มาให้ดูกัน  ซึ่งมีเหตุผลที่เหมือนและแตกต่างกัน  ดังต่อไปนี้

1. เหตุผลคู่จิ้น   “ณเดชน์-ญาญ่า”   มีโอกาสได้แต่งงานกัน

   1.1  คุณแม่แก้ว และคุณแม่ปลา  ทำหน้าที่เหมือนกัน  ในการติดตามและประกบลูกไปทำงานในทุกที่  จึงทำให้สนิทสนมและรู้ใจกัน

   1.2  คุณแม่แก้ว และคุณแม่ปลา  เข้าใจหัวอกลูกผู้หญิงที่มีสามีเป็นชาวต่างชาติเหมือนกัน  เพราะผู้หญิงไทยที่มีสามีเป็นชาวต่างชาติ  ส่วนใหญ่มักมีคนดูถูกว่า  จับสามีฝรั่งเพื่อหวังรวยทางลัด  จะได้มีชีวิตที่สบาย  หรือผู้หญิงที่ทำงานกลางคืน  ตามผับตามบาร์

   1.3  คุณแม่ปลา  มีความรู้สึกที่ดีต่อ  ณเดชน์  เพราะเป็นคนที่มีความกตัญญูสูง  ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัว  คอยดูแลและช่วยเหลือทุกคนในบ้าน ทั้ง 2ครอบครัว  ชอบเข้าวัดทำบุญเหมือนกัน

  1.4  ญาญ่า  มีพื้นฐานฐานะครอบครัวที่ดีมาก  แต่ไม่เคยคาดหวังหรือคิดว่า  จะต้องมีคู่ครองที่มีฐานะรวยล้นฟ้า

  1.5  ณเดชน์  เป็นพระเอกหนุ่มที่ติดดิน  ไม่หวือหวาฟุ่มเฟือย  ซึ่งถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนไทย  อีกทั้งยังดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

1.6  ณเดชน์  ไม่มีความฝัน  โกอินเตอร์  และทะเยอทะยานในเรื่องของงาน  จึงมีแนวโน้มในการใช้ชีวิตตั้งหลักปักฐานที่ ประเทศไทย

1.7  คุณแม่ปลา  คอยดูแลและตามประกบ  ญาญ่า  ตลอดเวลา  เวลาที่น้องมีงานไม่ว่าจะเป็นการถ่ายละคร  หรืองานอีเว้นท์  จึงมีโอกาสที่  ญาญ่า  จะได้เจอหนุ่มๆ หรือหนุ่มๆเข้ามาขายขนมจีบน้อยมาก  หรือไม่มีโอกาสเลย

2. เหตุผลคู่จิ้น   “ณเดชน์-ญาญ่า”   ไม่มีโอกาสได้แต่งงานกัน

2.1 ณเดชน์ – ญาญ่า  มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน  ทางณเดชน์  จะเป็นคนใช้ชีวิตชิลๆ สบายๆ  ง่ายๆ อะไรก็ได้  ซึ่งเราได้เห็นภาพที่แชร์ในโลกโซเชียล  ขณะที่ณเดชน์แต่งตัวสุดชิลหิ้วถุงมะขามขึ้นรถไฟฟ้า  และมักใช้ชีวิตในวันหยุด โดยการอยู่กับครอบครัว และทำงานบ้าน   ส่วนญาญ่า  เธอเป็นสายลุยและแก่นแก้ว  ส่วนเวลาว่างหรือวันหยุด  เธอมักจะหมกตัวอยู่อกับหนังสือ  เรียกได้ว่าเป็นหนอนหนังสือเลยก็ว่าได้

2.2  ณเดชน์ – ญาญ่า  มีไลฟ์สไตล์การแต่งตัวที่แตกต่างกัน  ณเดชน์มักจะใส่เสื้อผ้าสบายๆ เสื้อกล้าม  ชุดกีฬา  คาดผ้าขาวม้า   ส่วนญาญ่า  ก็จะมีเรียบหรู  และดูดี  เพราะด้วยความที่เป็นผู้หญิงต้องให้ดูดี  อีกทั้งเป็นถึงระดับนางเอกเบอร์ต้นๆ

2.3  ณเดชน์ – ญาญ่า  มีไลฟ์สไตล์การรับประทานอาหารที่แตกต่างกัน   หนุ่มณเดชน์  เป็นคนที่กินง่ายมาก  เพราะเป็นเด็กขอนแก่น  ซึ่งส้มตำ ปลาร้า  ไม่ต้องพูดถึงณเดชน์ฟาดเรียบจ้า  ซึ่งต่างกับ สาวญาญ่า ที่เกิดต่างประเทศไม่คุ้นเคยกับอาหารพื้นเมืองบ้านเราสักเท่าไหร่

2.4  คุณแม่ปลา  วางแผนให้  ญาญ่า  ไปเรียนต่อต่างประเทศ  ซึ่งสวนทางกับ  ณเดชน์  ที่ตอนนี้เรียนต่อปริญญาโทอยู่ที่ปรเทศไทย  เพื่อที่จะได้อยู่กับครอบครัวที่แสนอบอุ่น

2.5  ญาญ่า  มีความฝันและได้มีงานโกอินเตอร์  ซึ่งต่างจาก ณเดชน์ ที่ไม่คิดจะคิดโกอินเตอร์

2.6  ฐานะทางบ้านของ ญาญ่า-ณเดชน์  แตกต่างกัน  เพราะครอบครัวญาญ่ารวยมาก  มีธุรกิจด้านการค้าอยู่ที่ต่างประเทศ   ส่วนครอบครัวณเดชน์  ก็มีฐานะที่ร่ำรวย  มีธุรกิจเหมือนกันแต่ไม่เทียบเท่าครอบครัวญาญ่า

2.7 ประวัติการศึกษาของ ณเดชน์-ญาญ่า แตกต่างกัน

  2.7.1  ญาญ่า  อุรัสยา

ญาญ่า  เข้าเรียนในระดับประถมศึกษา-มัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจนท์พัทยาจนถึงเกรด 11 (ม. 5) จึงได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนบางกอกพัฒนา  เมื่ออายุ 12 ปี อุรัสยาได้เจอกับโมเดลลิ่งที่สวนจตุจักรซึ่งเธอได้รับเลือกให้แสดงโฆษณาระงับกลิ่นกายของจีนี่ ยังแคร์ โคโลญ หลังจากนั้นอุรัสยาก็มีงานเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ด้วยความที่บ้านเกิดอยู่ไกลถึงพัทยาจึงลำบากต่อการไปแคสงานในกรุงเทพ จึงหายไปจากวงการระยะหนึ่ง

ต่อมาอุรัสยาก็หวนกลับเข้าวงการอีกครั้งหนึ่งในอาชีพนางแบบด้วยการเข้าร่วมโครงการเซนโมเดลเสิร์ช (Zen Model Search) โดยคำชักชวนของ สมบัษร ถิระสาโรช ในปี พ.ศ. 2551 อุรัสยาได้เดินแบบเป็นครั้งแรกในงานเซนแฟชั่นวีค และถ่ายนิตยสารอีกหลายฉบับ รวมถึงมีผลงานถ่ายมิวสิกวิดีโอ  ครอบครัวให้การสนับสนุนอาชีพของเธอจึงย้ายไปอยู่ในกรุงเทพ  ถึงแม้อุรัสยาจะตัดสินใจเข้าสู่วงการนางแบบ แต่เธอบอกว่าเป็นงานที่ไม่ค่อยถนัดนักเพราะกังวลเรื่องความสูงและรูปร่างของตนเอง เธอยังพูดว่า “เธอชอบงานถ่ายแบบมากกว่า” และการทำงานในวงการทำให้เธอเปลี่ยนไปและต้องปรับตัว

ในปี พ.ศ. 2554 อุรัสยาสอบเทียบเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาษาอิตาลี  แต่ต่อมาย้ายเรียนในเอกภาษาสเปน หลังจากศึกษาที่มหาวิทยาลัยเป็นเวลาสี่ปีครึ่ง อุรัสยาได้จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2558

  2.7.2  ณเดชน์  คูกิมิยะ

ณเดชน์  เรียนอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลพิมานเด็ก ต่อชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาชาย (ปัจจุบันเป็น โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)  กระทั่ง ป.5 ได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา จังหวัดขอนแก่น  จนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายวิทย์-คณิต) ระหว่างศึกษาได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันหลายครั้ง เมื่อเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาณเดชน์ได้คัดเลือกเข้าศึกษาต่อใน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลหลักสูตรนานาชาติ แต่ไม่ผ่านการสอบคัดเลือก ณเดชน์จึงได้เลือกเรียนสาขาใหม่ในมหาวิทยาลัยเอกชน เนื่องจากขณะที่ศึกษาอยู่ชั้น ม.4 เขาเริ่มสนใจการผลิตภาพยนตร์สั้น รายการโทรทัศน์  จึงต้องการเรียนรู้การทำงานเบื้องหลัง เช่น กำกับการแสดง และสนใจศึกษาทฤษฎีต่าง ๆ เกี่ยวกับการถ่ายภาพนิ่ง  จึงเลือกเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต   และสำเร็จการศึกษาและได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.31  ปัจจุบัน ณเดชน์กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

 

นี่คือ เหตุผลหลักที่กูรูวงการบันเทิงให้ข้อคิด  งานนี้! ทำให้แฟนคลับ NY ใจสลาย และคงต้องร้องไห้หนักมาก

เพราะพ่อแม่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาทั่วไป หรือดารา ต่างก็อยากให้ลูกสาวได้แต่งงานกับคนที่ฐานะมั่นคง  จะได้มีชีวิตที่สุขสบาย  ส่วนณเดชน์ เพราะความเป็นสุดยอดลูกกตัญญู เลยต้องแบกรับภาระ และดูแลครอบครัวทั้งหมดไว้เพียงคนเดียว  คิดว่าพ่อแม่ญาญ่าจะคิดหนักมั้ย? ถ้าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน จะต้องไปแบกภาระของณเดชน์ด้วย

แสดงความคิดเห็น