อนาคตทีวีดิจิตอล
กับความอยู่รอดในยุคเศรษฐกิจฝืด
มีคำถามให้ได้ยินเสมอๆ ว่า ทีวีดิจิตอลจะไปรอดสักกี่ช่องในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างในปัจจุบัน เพราะเจ้าของสินค้าก็เลือกลงโฆษณาช่องที่มีเรทติ้งดีคือ ช่อง 7-ช่อง 3 ที่ครองตลาดอยู่ เพราะความเคยชินจากอนาล็อกเดิมหรือคำถามว่าทีวีดิจิตอลเพิ่มขึ้น 24 ช่อง ฟรีทีวีเหล่านี้เยอะเกินไปหรือเปล่า ประชาชนผู้บริโภคจะเลือกชมอย่างไร คิดหรือเปล่าว่ามันเกินความต้อง การของประชาชน
บทบาทของกสทช.กับการบริหารจัด การเรื่องทีวีดิจิตอลถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ที่สามารถสร้างตัวเงินจากการประมูลเกินเป้าร่วม 5 หมื่นล้านบาท แสดงว่าสิ่งที่กสทช. คิดและทำย่อมถูกต้อง…ใช่หรือไม่
ทุกคำถามมีคำตอบทั้งหมด ในฐานะที่ผมติดตามเรื่องดิจิตอลตลอดมาตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ จนเห็นทีวีดิจิตอลเกิดก็พอรู้ว่าทำไมราคาประมูลจึงสูงกว่าที่ควรจะเป็น
คำตอบนี้เอาแบบกระชับโดยสังเขปคือ ธุรกิจทีวีก่อนจะเปิดประมูลคือเป็นธุรกิจสร้างเงินมหาศาล บารมีอเนกอนันต์ ทำให้เจ้าของช่อง 3- ช่อง 7 คือผู้ทรงอิทธิพลในวงการสื่อ และในแวดวงธุรกิจแขนงนี้ เมื่อกสทช. มี นโยบายจะเปลี่ยนผ่านระบบทีวีอนาล็อกมาเป็นดิจิตอล โดยเปิดเสรีให้ผู้ที่สนใจมาร่วมประมูล เพราะทุกเจ้ามีแนวคิดธุรกิจจะทำอย่างไรถึงจะอยู่ได้
ผู้ที่คาดหวังทางธุรกิจ ในการจะเข้ามาแชร์ธุรกิจทีวีจาก 2 เจ้าเดิมคือ ช่อง 7-ช่อง 3 มั่นใจในเนื้อหารายการที่ตัวเองมีเพราะ 2 เจ้าเดิมก็มีจุดอ่อน-จุดแข็งให้เห็นอยู่ว่ามีอะไรบ้าง-นี่คือสาเหตุแห่งการเกกันจนหมดหน้าตัก ทุกเจ้ามั่นใจว่าถ้าประมูลได้แล้วสามารถสร้างเรทติ้งและทำกำไรแน่นอน
ในความเป็นจริงทางธุรกิจ ผู้ร่วมประมูลคาดการณ์ไม่มีผิดเพี้ยนเพราะธุรกิจทีวี สภาวะเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไรก็อยู่ได้ จะแตกต่างกันแค่ใครช่องไหนจะทำกำไรต่อเดือนได้มากกว่าเท่านั้น คืนทุนช้าคืนทุนเร็วเท่านั้น
ธุรกิจสื่อทีวี คือ สื่อทางเลือกของเจ้าของสินค้า ใครเงินมากก็เทงบไปช่องเรทติ้งดีๆ เงินเยอะก็สามารถทำรายการทุนสูงๆ ได้ รายการลงทุนสูงไม่ได้ตอบโจทย์ว่าจะเป็นรายการดี หรือรายการเรทติ้งดี ช่องที่ลงทุนต่ำ ช่องที่มีรายการธรรมดาๆ ก็มีลูกค้าเช่นกัน ทุกสินค้ามีทาร์เกตตัวเอง
คำตอบสำหรับคำถาม ทีวีดิจิตอลในยุคเศรษฐกิจฝืดเช่นทุกวันนี้จะอยู่รอดหรือไม่ จากทีวีดิจิตอล 24 ช่อง จะอยู่ได้กี่ช่อง คำตอบเดิมคืออยู่ได้และอยู่ได้ทุกช่องด้วย เพียงแค่ใครจะคืนทุนเร็วกว่ากันเท่านั้น ถ้ากสทช…..
ครับ…ถ้ากสทช. เข้าใจระบบบริหารจัดการธุรกิจสื่อแบบคนที่รู้จักว่า การเปลี่ยนผ่านระบบของทีวีจากอนาล็อกมาเป็นดิจิตอลเพราะหากกสทช. เข้าใจโครงสร้างของธุรกิจโทรทัศน์อย่างคนรู้จริง-ไม่ใช่แค่คิดเองว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เรื่องราวจะไม่เป็นอย่างนี้
“เป็นอย่างนี้” คือเป็นอย่างไร ทุกคนก็แคลงใจว่าทำไมทีวีดิจิตอลประมูลกันราคาช่องละหลายพันล้าน แต่ความนิยมบางช่องแพ้ทีวีดาวเทียมด้วยซ้ำไป
นี่คือการขาดความรอบคอบของกสทช. จุดพลาดที่กสทช. มีอย่างใหญ่หลวงคือ มีอำนาจแต่ใช้อำนาจไม่เป็นเสมือนมีปืนแต่ไม่มีกระสุน เห็นปืนที่น่ากลัว แต่ใส่กระสุนไม่เป็น ก็ไม่เกิดประโยชน์
กสทช. ปล่อยให้เจ้าของสัมปทานเดิมในระบบอนาล็อก-มาอยู่ในกล่องดิจิตอล-ดาวเทียมด้วยเรียกว่า Mustcarry (มัสแครี่) โดยที่กสทช. คิดเองว่าประชาชนที่เคยดูอนาล็อกจะต้องแห่มาดูทีวีดิจิตอลด้วย
แม้กฎเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญในพรบ. จัดสรรคลื่นความถี่จะระบุว่า ผู้ที่ถือสัญญาสัมปทาน (อนาล็อก) ให้อยู่จนครบอายุสัญญาสัมปทาน ซึ่งหมาย ความว่า ไม่ได้ยุบอนาล็อกแต่ให้คนที่อยากดูช่องอนาล็อกเดิมต้องดูทางหนวดกุ้ง-ก้างปลา เพราะการออนแอร์ต่างระบบกัน
แต่กสทช.ให้อนาล็อกมามัสแครี่-คือที่ไหนมีกล้องที่นั่นดูอนาล็อกเดิมได้ด้วย ทีวีดิจิตอลซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ เป็นทีวีที่ไม่มีฐานคนดู ความเคยชินของคนดูก็ต้องดูช่องที่เคยดูประจำ ยังไงทีวีดิจิตอลไม่ว่าเจ้าไหนๆ ลงทุนแค่ไหน รายการดีแค่ไหน ไม่มีทางกระแซะคนดูจากช่องที่ชาวบ้านเคยชินได้
ลองอนาล็อกอยู่ในโลกตัวเองจนกว่าจะหมดสัมปทาน-ดิจิตอลอยู่ในส่วนของกล่องดิจิตอล-และเคเบิ้ลดาวเทียม (ซึ่งเป็นระบบดิจิตอลเหมือนกัน) ให้ 24 ช่องทำแข่งกัน เชื่อว่า
อนาล็อกก็ไปแข่งกันในเวทีเสาหนวดกุ้ง-ก้างปลา ที่มีฐานคนดูอยู่แล้วตรงนี้ไม่ผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และพรบ.คลื่นความถี่ เพราะให้ออกจนครบอายุสัมปทาน เพียงแค่ออกอากาศต่างระบบเท่านั้นเอง
เพราะโทรทัศน์์คือ ธุรกิจโรงพิมพ์แบงค์-รายรับต่อเดือนต่อปีมากเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจที่ทำเงินในประเทศไทย นักธุรกิจทุกคนรู้ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีการแห่ประมูลเช่นนี้
ในโมเดลธุรกิจสื่อโทรทัศน์ นักธุรกิจทุกคนที่เข้าประมูลมั่นใจว่า ไม่ได้บริหารงานไม่เก่ง เท่าเจ้าของอนาล็อกเดิมที่ทำเรทติ้งได้ไม่เท่าช่องเก่าๆ เพราะนักธุรกิจทีวีดิจิตอลเขาพ่ายแพ้ระบบลองผิด-ลองถูกของกสทช. จนสร้างความเสียหายมาสู่โครงสร้างโดยรวม จนกลายมาเป็นคดีความกันอย่างที่เป็นข่าว
ถามว่า ถ้ากสทช. เดินตามกติกา มีความเข้าใจว่า “การเปลี่ยนผ่าน อนาล็อกสู่ดิจิตอล” ควรทำอย่างไรที่จะยังประโยชน์ให้คนลงทุน 5 หมื่นล้านได้สู้กันในเวทีดิจิตอลอย่างสมบูรณ์
เงินตกใส่เหล็ก เหล็กก็งอ ตกใส่หญ้า หญ้าก็ตาย ตกใส่หน้า หน้าก็มืดมองไม่เห็น…อ่านมาถึงตรงนี้พอจะเข้าใจมั้ยครับว่า อนาคตทีวีดิจิตอลจะเป็นเช่นไรในอนาคต
Tony Aigner
by TVPOOL ONLINE
