เกาะติดข่าวดาราก่อนใคร
กดติดตาม “ทีวีพูล”
เพิ่มเพื่อน

เดินหน้า เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับนักแสดงหนุ่มช่อง 7 อั๋น ชยพล เลิศพุทธิพงศ์พร (บุนนาค) ที่ได้ถือฤกษ์งามยามดีเข้าพิธีอุปสมบทเพื่อทดแทนบุญคุณบุพการี ณ.วัดทุ่งเศรษฐี บางนา-ตราด

ซึ่ง พระอั๋น ได้รับฉายาทางธรรมว่า พระมหาปุญโญ แปลว่า ผู้มีบุญมาก และจะตั้งใจศึกษาธรรมะเป็นเวลา 21 วัน ซึ่งก็มีเหล่าๆ พี่น้องนักแสดงอาทิ มิกค์ ทองระย้า ยุ้ย จีรนันท์ ธันญ์ ธนากร โอ๊ต สุรศักดิ์ บอส ชนกันต์ กลม นพพล  มดดำ คชาภา ฝน ณธิดา กิ๊ฟ ชวนชื่น มาร่วมอนุโมทนาบุญด้วย

โดยมีพระเอกร่วมช่อง มิกค์ ทองระย้า รับหน้าที่กั้นกรด (ร่ม) ให้

 

การทำประทักษิณ(เดินเวียนขวารอบสีมา)

การทำประทักษิณในทางพระพุทธศาสนา คือ การกระทำที่สุจริตถูกต้องชอบธรรมทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ การหมุนไปทางขวาคือการหมุนไปสู่ความดีทั้งทางกาย วาจา และใจ ตรงกันข้ามกับการหมุนไปด้านซ้ายเป็นการหมุนทวนความดี คือ การกระทำที่เป็นทุจริตทางกาย วา และใจ

การทำประทักษิณเวียนขวารอบสีมาก่อนเข้าโบสถ์บวชเป็นพระภิกษุ นอกจากจะเป็นการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมโบราณแล้ว ยังเป็นอุบายที่คนโบราณสอนให้รู้ว่า สิ่งที่จะทำต่อไปนี้เป็นการกระทำที่สุจริตถูกต้องชอบธรรมทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ

นอกจากนั้น การทำประทักษิณก่อนเข้าสู่พิธีอุปสมบท ยังเป็นช่วงเวลาให้นาคได้มีโอกาสทำสมาธิรวบรวมจิตใจไม่ให้ตกประหม่าตื่นเต้นจนเกินเหตุ ญาติของนาคจึงไม่ควรส่งเสียงหรือโห่ร้อง ร้องรำทำเพลง ประโคมดนตรีอันจะเป็นการรบกวนสมาธิของนาค

การทำประทักษิณเวียนขวารอบสีมาเป็นการแสดงความเคารพ เพื่อให้ผู้บวชก้าวไปสู่ความดีงาม จึงไม่ควรให้นาคขี่คอ ขึ้นคานหาม หรือแบกหามซึ่งจะดูไม่เรียบร้อย หากพลัดตกลงมาอาจเป็นอันตรายจนถึงบวชไม่ได้ จึงควรให้นาคเดินตามปกติ

คติเกี่ยวกับการให้นาคขี่คอ สืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่าพระพุทธเจ้าออกผนวชด้วยการขี่ม้ากัณฑกะ จนได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เที่ยวสั่งสอนเวไนยสัตว์ ในสมัยต่อมาผู้ที่จะบวชจึงนิยมขี่ม้าแห่แหนกันอย่างเอิกเกริกก่อนเข้าโบสถ์ประกอบพิธีอุปสมบท

แต่เนื่องจากบางท้องถิ่นหาม้าได้ไม่ง่าย จึงให้นาคขี่คอคนแทนม้า บางแห่งให้นาคนั่งบนเตียงที่มีคนหามแทนการขี่คอ จึงกลายเป็นประเพณีที่ยอมรับสืบทอดกันอย่างกว้างขวาง ว่าผู้ที่จะบวชต้องขี่คอ เสมือนหนึ่งพระพุทธองค์ขี่ม้าออกผนวช

เนื่องจากการเดินเวียนขวารอบสีมาเป็นการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมโบราณ จะใช้เฉพาะกรณีที่ต้องการแสดงความเคารพเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น ผู้บวชจึงต้องให้ความสำคัญอย่างมาก

ข้อปฏิบัติที่เหมาะสมเกี่ยวกับการเดินปทักษิณเวียนขวารอบสีมาควรปฏิบัติ ดังนี้

เมื่อแต่งชุดนาคเสร็จแล้ว ให้นาคประณมมือโดยมีดอกไม้ที่เตรียมไว้อยู่ในมือเดินทำปทักษิณ(1) (เวียนขวา) รอบพระอุโบสถ ๓ รอบ จะมีผู้กั้นสัปทนให้นาคก็ได้ การทำปทักษิณให้เริ่มต้นจากสีมาตรงกลางด้านหน้าอุโบสถ (เริ่มจากสีมาที่จะวันทา) ส่วนญาติๆ ถือบริขารพร้อมทั้งเครื่องไทยทานที่จัดเตรียมไว้

ตามความนิยมโดยทั่วไปบิดาสะพายบาตรถือตาลปัตร ส่วนมารดาถือพานแว่นฟ้าสำหรับใส่ผ้าไตรครองเดินตามหลังนาค แถวถัดมาเป็นธูปเทียนแพ เครื่องไทยทานสำหรับพระอุปัชฌาย์และพระคู่สวด และเครื่องบริขารอย่างอื่นโดยลำดับ ในขณะเดินให้นาคสวดบทพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ดังนี้ “อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ ฯลฯ” หรือจะภาวนา “พุทโธๆ” ตามจังหวะเท้าที่ก้าวย่างก็ได้

การเดินเวียนขวารอบอุโบสถเป็นการแสดงความเคารพตามธรรมเนียมโบราณ ญาติที่มาร่วมพิธีจึงไม่ควรโห่ หรือส่งเสียงเอิกเกริกเฮฮา เหมือนงานรื่นเริงอื่นๆ ควรอยู่ในอาการสำรวมกาย วาจา และใจ ไม่ควรมีการแสดงการละเล่นใดๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่แล้ว ยังไม่เป็นการรบกวนสมาธิของนาคอีกด้วย

เมื่อเดินครบ ๓ รอบแล้ว นาคต้องวันทาสีมาหน้าอุโบสถก่อนเข้าไปในเขตสีมา โดยเริ่มต้นตามขั้นตอนการวันทา ต่อไปนี้

นาควางดอกไม้เครื่องสักการะไว้บนพานที่เตรียมไว้ บางแห่งให้จุดธูปเทียนด้วย แต่โดยมากนิยมให้ดอกไม้ธูปเทียนไว้บนพานหรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่จัดเตรียมไว้ โดยมากไม่จุดธูปเทียน นาคกราบสีมา ๓ หน แล้วยืนขึ้นว่า

คำวันทาสีมา

อุกาสะ วันทามิ ภันเต // สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต// มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อนุโมทิตัพพัง// สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง// สาธุ/ สาธุ/ อนุโมทามิ ฯ

คำแปล
ขอโอกาสขอรับ กระผมขอกราบไหว้ ท่านขอรับ ขอท่าน จงยกโทษที่ได้ล่วงเกินทั้งปวงให้กระผมด้วย ขอท่านโปรดอนุโมทนาบุญที่กระผมได้กระทำ และขอท่านโปรดให้บุญที่ท่านได้ทำแก่กระผมด้วย สาธุ สาธุ กระผมขออนุโมทนา

นั่งคุกเข่าประณมมือว่า

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต // อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง / สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต ฯ

คำแปล

ท่านขอรับ ขอท่านโปรดยกโทษที่ได้ล่วงเกินทั้งปวงให้กระผมด้วย ท่านขอรับ ขอท่านโปรดยกโทษที่ได้ล่วงเกินทั้งปวง ที่กระผมได้ทำทางทวารทั้ง ๓ ทาง (คือ กาย วาจา และใจ)

กราบ ๑ หน แล้วยืนขึ้นว่า

วันทามิ ภันเต // สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต // มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อนุโมทิตัพพัง// สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง// สาธุ / สาธุ/ อนุโมทามิ ฯ

คำแปล

ท่านขอรับ กระผมขอกราบไหว้ ขอท่านโปรดยกโทษที่ได้ล่วงเกินทั้งปวงให้กระผมด้วย ขอท่านโปรดอนุโมทนาบุญที่กระผมได้กระทำ และขอท่านโปรดให้บุญที่ท่านได้ทำแก่กระผมด้วย สาธุ สาธุ กระผมขออนุโมทนา

นาคนั่งคุกเข่ากราบ ๓ หน จากนั้นเข้าไปภายในพระอุโบสถ ในขณะเข้าประตูโบสถ์ไม่ควรยกนาคข้ามธรณีประตู หรือยกขึ้นเพื่อเอามือแตะคานประตู ตามที่นิยมปฏิบัติกันโดยขาดความเข้าใจ เพราะอาจพลัดตกลงมาแขนขาหักได้ ให้นาคเดินเข้าโบสถ์ตามปกติ โดยบิดามารดาและญาติจะแตะที่ตัวนาคตามเข้าไปก็ได้

สำหรับนักแสดงหนุ่มอั๋นนั้นก็มีผลงานละครมามากมายเช่น ลูกไม้หลากสี เรือนกาหลง คมพยาบาท แม่ค้า ลูกผู้ชายพันธ์ุดี ลูกหลง คู่วุ่นลุ้นแผนรัก บ้านทรายทอง หงส์เหนือมังกร ถิ่นผู้ดี ทายาททองหยิบ และที่กำลังถ่ายทำอยู่ก็เรื่อง นางร้าย

อั๋น ชยพล บวช ดาราคนนี้เลยจัดเต็มให้ !! อั๋น ชยพล บวช ดาราคนนี้เลยจัดเต็มให้ !! อั๋น ชยพล บวช ดาราคนนี้เลยจัดเต็มให้ !!
[fbcomments width="100%" count="off" num="5" countmsg="wonderful comments!"]