ลดความอ้วนจาก 76 กิโลกรัม เหลือ 54 กิโลกรัมด้วยวิธีลดน้ำหนักที่ถูกทาง

คุณ Jaikox1st เดินหน้าสู่วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง นั่นก็คือการออกกำลังกายและเลือกทานอาหาร ผลลัพธ์ก็คือ เธอสามารถลดน้ำหนักจาก 76 กิโลกรัม เหลือ 54 กิโลกรัมได้สำเร็จ แถมยังมีสุขภาพดีขึ้นด้วย ใครกำลังมองหาวิธีลดความอ้วนที่ถูกทางอยู่ ลองอ่านประสบการณ์ลดน้ำหนักที่เธอแชร์ให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ

สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวพันทิปค่ะ เนื่องด้วยความขี้เกียจครอบงำเลยคิดอยู่นานว่าจะทำรีวิวดีมั้ย ต้องบอกก่อนเลยว่าในชีวิตไม่เคยได้รู้จักคำว่าผอมเลยยยย แค่ตอนอนุบาล 3 น้ำหนักเราก็ปาไป 45 แล้ว แต่มาพีคสุดคือตอนที่มันไม่โอเคแล้วจริง ๆ คือตอน ม.4 น้ำหนักมันขึ้นมาเป็น 76 กิโลแล้ว มีแต่คนถามว่าไม่คิดจะลดน้ำหนักเหรอ ตอนนั้นเราก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก ไม่รู้สึกว่าตัวเองอ้วนด้วยซ้ำ โอ้มายก็อด มาดูรูปกันค่าาาา


ตามจริงเคยไปหาหมอตอน ม.1 ตอนนั้นหมอบอกว่าคอเลสเตอรอลเกิน ไขมันเกิน หนูต้องลดน้ำหนัก ตอนนั้นคนรอบข้างก็พูดแค่ว่า “เดี๋ยวโตขึ้นก็ผอมเองแหละ” “เดี๋ยวตัวจะค่อย ๆ ยืดเอง”….มันไม่จริงเว้ยยยยยย เพราะได้ยินคำพูดพวกนั้นแหละเลยไม่ทำอะไรเลย น้ำหนักมันก็ขึ้นเรื่อย ๆ ไง นี่คือรูปตอน ม.1

พอเริ่มขึ้น ม.2 เริ่มอยากผอมแล้ว เพราะตอนนั้นรู้สึกว่าเรามีชุดใส่อยู่แค่ชุดเดียว เวลาไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ เขาก็จะแต่งตัวกันสวยมากกก อยากแต่งตัวสวย ๆ บ้าง แต่ด้วยเหตุผลที่เราเรียนอยู่ที่ปีนัง แล้วมันเป็นอพาร์ตเมนต์ เลยตัดเรื่องออกกำลังกายไปได้เลย เคยไปวิ่งอยู่ด้านล่าง 2-3 วัน ก็ล้มเลิกแล้ว นี่คือรูปตอน ม.2
หลังจากนั้นเราย้ายไปอยู่คอนโด คอนโดมีฟิตเนส มีสระว่ายน้ำ เลยทำให้เราเริ่มออกกำลังกายบ้าง เดือนละ 2 ครั้ง 5555555555 ตอนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่หันไปลองด้านยาลดน้ำหนัก แต่จะไม่ได้กินแบบติดต่อกัน จะกินเป็นชุด ๆ พอผอมก็หยุด วนเวียนแบบนี้มาอยู่ประมาณ 2 ปี แต่…มันหยุดไม่ได้ เพราะพอหยุด น้ำหนักเราก็ขึ้นแล้วก็ต้องมากินใหม่ ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันเรียกว่าโยโย่ ก็ทำแบบนั้นไป เพื่อนเดี๋ยวก็ทักผอมลงบ้าง เดี๋ยวก็ทักอ้วนขึ้นบ้าง เราเลยเข้า google หาเรื่องของยาลดน้ำหนัก ถึงจะรู้ว่าอ้อ มันทำให้โยโย่ มันเป็นแบบนี้นี่เอง ตอนนั้นบอกเลยว่าไม่กล้าหยุดกินยาเลยเพราะตอนนั้นผอมลงแล้ว เรากลัวหยุดแล้วจะเด้ง ตอนนั้นเครียดมาก หาว่าทำยังไงไม่ให้เด้ง แต่มันก็เด้งจาก 70 มาเป็น 76 ซึ่งเป็นช่วงตอน ม.4

พอเห็นรูปนี้เท่านั้นแหละ เรารู้สึกว่ามันไม่โอเคแล้ว ตอนนั้นก็เครียดว่าจะลดน้ำหนักยังไง ยาหยุดเดี๋ยวก็โยโย่ เครียดแบบเครียดมาก ๆ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะหยุดกินจริง ๆ หลังจากนั้นเลยหันมาฟิตเนส ปั่นจักรยาน 300 แคลทุกวัน แต่ไม่ควบคุมเรื่องอาหารเพราะตอนนั้นไม่มีกระแสเรื่องอาหารคลีน ก็รู้สึกว่าออกกำลังกายแล้วกินได้ กินแบบเพื่อนชวนไปกินที่ไหนก็กิน เพราะคิดว่าก็ออกกำลังกายแล้วอะ คนอื่นก็พูดว่า “ออกกำลังกายแล้วทำไมไม่เห็นผอมลงเลย” ก็เลยคิดว่า เออก็จริง ออกแค่ 300 แต่ไปกินอาหารญี่ปุ่นชุดเบนโตะชุดนึงก็ 900 แคลละ
หลังจากนั้นเลยเริ่มเปลี่ยนเรื่องการกิน ตอนเช้ากินขนมปังบ้าง ซีเรียลบ้าง กินอาหารปรกติบ้าง แต่บอกก่อนเลยว่าตอนนั้นความรู้เรื่องอาหารคือ 0 มาก ๆ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พอมื้อเที่ยงก็จะกินข้าวร้านมังสวิรัติแล้วก็จะสั่งข้าวกล้อง แต่หารู้ไม่ว่าที่ตักกับอย่างอื่นนั้นแป้งทั้งนั้น พอเป็นมื้อเย็นก็จะกินปรกติ แต่ด้วยเพราะเลิกเรียนตอนบ่าย 3 คนที่ดูแลหอเขาก็จะทำข้าวเย็นให้กินตอน 4 โมง หลังจากนั้น 6 โมงเราก็ไปฟิตเนส บางคืนก็หิวบ้างไม่หิวบ้าง แต่พยายามไม่กินมื้อดึก
ตอนนั้นการออกกำลังกายก็เปลี่ยนไปเพราะเราเข้าชมรมบาสของโรงเรียน ก็จะหากิจกรรมหลาย ๆ อย่างเล่นควบคู่ไปด้วย จากที่ปั่นจักรยานก็จะเปลี่ยนไปวิ่งบ้าง แล้วก็เพราะว่าได้เจอเพื่อนที่ฟิตเนส เขาก็ทำให้เรารู้จักกับคำว่า “สควอท” OMG มันเจ็บมากกกกกกก หลังจากนั้นก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง ไม่ได้เน้นสควอท ทำอยู่ 1 ปีกว่า ๆ น้ำหนักมันก็ลงมาอยู่ที่ 65-67

หลังจากนั้นกลับมาอยู่ไทยรอเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ได้รู้จักกับ “อาหารคลีน” เนื่องจากพ่อกับแม่เริ่มหันมาออกกำลังกายและรักสุขภาพมากขึ้นเลยได้เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เรื่องเวทเทรนนิ่งเราก็ไม่ได้มีความรู้มาก เราเลยวิ่งอย่างเดียว วิ่งแบบเป็นชั่วโมง วิ่งเอาเป็นเอาตาย ผอมลงจริงแต่เวลาจับที่เนื้อคือเนื้อมันเหลวอะ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร ในรูปคือน้ำหนักอยู่ที่ 60

หลังจากนั้นช่วงที่มาอยู่เซี่ยงไฮ้คือช่วงที่มหาวิทยาลัยเปิด ตอนนั้นก็คิดว่าพอใจแล้วไม่ลดแล้ว ใช้ชีวิตลั้ลลาเลยค่ะ ไม่ได้ออกกำลังกาย ใครชวนไปไหนไป กินไหนไปตลอด ไม่อิ่มไม่หยุด แล้วคืออาหารจีนมันมากกกกกกก เพื่อนนัด 4 ทุ่มกินเนื้อย่างก็ไป หลังจากนั้นภายในเดือนเดียวน้ำหนักขึ้นมาอยู่ที่ 64 คือแบบบบบ เครียดมากกกก เพื่อนที่ชวนกินตอนชวนก็ชวนดี พออ้วนขึ้นมันก็ล้อ ล้อแบบกดดันมาก ๆ คำพูดมันทำให้เราแบบแย่มาก ๆ
หลังจากนั้นเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน คือพยายามกินแค่ 3 มื้อ จากปรกติกิน 4-5 มื้อ แล้วก็ไปสมัครฟิตเนสเลยจ้าาาตอนไปเล่นฟิตเนสก็ยังทำแค่คาร์ดิโอ วิ่งกับปั่นจักรยานอย่างเดียว เทรนเนอร์ก็เข้ามาบอกว่าวิ่งอย่างเดียวไม่ได้นะ หลังจากนั้นเลยดูว่าฟิตเนสมีคลาสอะไรบ้าง มันก็มีพวกบอดี้ คอมแบท เราชอบมาก มันเป็นแบบแนวมวย ๆ เราเลยเข้า 1 อาทิตย์มีคลาส 4 วัน ก็พยายามไปให้ได้ทุกวัน ตอนนั้นใช้เวลา 2 เดือน น้ำหนักก็ลงไปประมาณ 3 กิโล เทรนเนอร์ก็ทักว่าผอมลง แต่รู้สึกว่ายังไม่ได้กินคลีนแล้วก็ยังกินมากอยู่ น้ำหนักเลยลงช้า
หลังจากนั้นก็กลับไทยเพราะปิดเทอม หันมาเล่นเวทมากขึ้น แล้วก็ประกอบกับกินอาหารดีขึ้น เราจะเล่นเน้นเวทช่วงขา เพราะเป็นคนช่วงขาใหญ่ ก็จะทำสควอท, lunge, กระโดดตบ, sumo squats แล้วก็ตามด้วย cardio 45-60 นาที 1 เดือนน้ำหนักก็ลงไปอยู่ที่ 59-60


พอกลับมาจีนเนื่องด้วยต้องทำอาหารเอง มันเลยทำให้เราเลือกได้ว่าเราจะปรุงอะไรใส่ลงไปบ้าง แต่เพราะลิ้นชินกับรสจืด เราเลยมีแค่น้ำมันหอยอะ 55555555 บวกกับการออกกำลังกายตามภาพนี้


เราว่าตารางนี้มันท้าทายมาก มันทำให้เราไม่เบื่อ เราอยากออกกำลังกายทุกวันเลย เราทำควบคู่กับการคาร์ดิโอ 45-60 นาที

ตอนนี้ผ่านมาประมาณ 1 เดือนกว่า ๆ น้ำหนักเราก็ลดลงมาอยู่ที่ 54 


การลดน้ำหนักมันจะทำให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมการกินไปเลย เราจะเลือกมากขึ้น เราจะคิดมากขึ้นว่าอะไรควรกินไม่ควรกิน กินอาหารดี ๆ ก็มีผลต่อจิตใจมาก มันทำให้เรารู้สึกแฮปปี้ว่าเราเอาของดีเข้าร่างกาย แต่เราก็ยังมีกินไอติมบ้าง กินของหวานบ้างอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

นอกจากเคล็ดลับความสวย  ขาว-ผอมหุ่นดีข้างต้นแล้ว วันนี้! เจ๊ยังมีวิธี ในการลดความอ้วน พร้อมผิวขาวออร่ามาฝากกันอีกคะ  จะมีอะไรบ้างมาดูกันคะ

 1. ออกกำลังกายวันละ 10 นาที  รู้มั้ยคะสาวๆ ว่าแค่ออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ เพียงวันละ 10 นาที ให้เหงื่อได้ออกพอประมาณ ก็ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้เป็นชั่วโมงแล้ว!

2. ดื่มน้ำก่อนกินอาหาร  การดื่มน้ำจะช่วยให้สาวๆ รู้สึกอิ่มและลดอาการอยากอาหารได้ดีเลยล่ะค่ะ แถมยังเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันไม่ให้สาวๆ กินอาหารมากเกินขนาดอีกด้วย!

3. คอลลาเจน  ซึ่งคอลลาเจนที่เห็นผลดีและปลอดภัยที่สุด  เราขอแนะนำ Shogu Collagen  ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกดีๆ ของญี่ปุ่น ที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน จนได้คอลลาเจนเข้มข้น ประสิทธิภาพเยี่ยมที่สาวๆ ญี่ปุ่นหลายคน ให้ความสนใจ  อีกทั้งยังอยู่ในรูปแบบเม็ด ทานง่าย เคี้ยวอร่อย ไม่ต้องชงดื่มให้เสียเวลาอีกต่อไป

และที่พิเศษไปกว่านั้น  จากโปรโมชั่นสุดพิเศษ!!จาก SHOGU คื  ตอนนี้ SHOGU โปรโมชั่นสุดพิเศษ!!?  กับโปรแรงเสริ์ฟความขาว-หุ่นเป๊ะ

เพียงคุณซื้อโชกุ 1 กล่องแถมฟรี 1 กล่องทันที ตั้งแต่วันนี้!  ถึงสิ้นเดือนหน้า 31 สิงหาคม 2561!!  พร้อม เสิร์ฟความขาว-หุ่นเป๊ะ เม็ดเดียวครบแบบ 4 in 1 / ทั้ง Gluta, Collagen, Q10 และ L-Carnitine
ช้าหมดอดขาวสวยหุ่นเป๊ะนะจ๊ะ   ช้าหมดอดขาวสวยหุ่นเป๊ะนะจ๊ะ #ผิวขาวกระจ่างใส #หุ่นเป๊ะปัง #สวยครบสูตรx2 #shogujapan ?

ติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่ :

 

สาวๆคนไหนสนใจจะดูแลตัวเองเวอร์ชั่นถูกและดี มีคุณภาพแต่ประหยัด ราคาสบายกระเป๋า

ติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อได้ที่ :

(ID : @shogujapan )

โทร. 095 280 2217

แสดงความคิดเห็น