บทบาทคนข่าวในวันนี้
ของสรยุทธ สุทัศนะจินดา
แม้ทีวีดิจิตอลเกิดขึ้นมาแชร์เรทติ้งช่อง7-ช่อง 3 ลงไปบ้าง แต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับคือ แม่เหล็กที่ดึงเอเยนชี่โฆษณาอยู่เวลานี้ยังคงเป็น ช่อง 7-ช่อง 3 แม้จะไม่ร้อนแรงอย่างเมื่อก่อนก็ตาม ละครเรทติ้งอันดับ 1 ยังคงเป็นช่อง 7 สี แต่ภาคข่าวยังไม่มีใครตีช่อง 3 ลงได้
คิดว่าจากนี้อีกประมาณ 2-3 ปีวันที่ทีวีดิจิตอลเกิดเต็มตัวโดยไม่มีกรอบของทีวีอนาล็อก ที่มีสัมปทานผูกติดอยู่มาเป็นเงื่อนไขทางโฆษณา-จนทีวีดิจิตอลไปไม่เป็น 2563 สัมปทานจบลง เมื่อนั้นเชื่อว่าช่อง 3–ช่อง 7 ก็จะพบศึกหนัก
ศึกหนักยกแรกคือ ดาราดังๆ ที่มีอยู่จะไม่ต่อสัญญากับสถานีเป็นดาราอิสระรับงานเอง ช่องไหนให้ค่าตัวมากก็ไป ใครจ้างแบบไม่มีพันธะเยอะก็ยินดี มันเป็นบวกกับดารามากกว่า
ปีนี้–ปีหน้า ยังคงจะเห็นดาราเก่าๆ ที่มีชื่อเสียง หันมาเป็นผู้จัดเยอะมากขึ้น ถือว่าเป็นการผูกมัดทางการแสดงอีกทาง ยังไงๆ ก็คงจะมีบุญคุณต่อกันแน่นอน-วีธีคิดของคนเป็นดาราจะเปลี่ยนไป
วันนี้ผมจะพูดถึง “พ่อมด” ในวงการสื่อ อีก 2-3 ปีนี้ผมก็ยังเชื่อว่าเขาคนนี้จะยังคงทรงพลังในวงการสื่อ ในสื่อคนอื่นๆ ที่ดังไม่เท่าหรือรายได้น้อยกว่าเสมือนฟ้ากับเหว และนำเขาไปสับ-ไปแขวะ ไปถากถางเขายังเป็นสินค้าเกรดเอในวงการสื่อ สรยุทธ สุทัศนะจินดา..เรามาย้อนช่วงเวลาหนึ่งของเขา
ปี 2535 เขาได้ประจำในกองบรรณาธิการ ตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าข่าวการเมือง และในปี 2537 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าข่าวการเมือง
ก่อนที่ปี 2540 “สรยุทธ” จะได้มาเป็นบรรณาธิการข่าวและการจัดราย การวิเคราะห์ข่าวให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ โดยตำแหน่งล่าสุดก่อนจะออกจากเครือเนชั่น คือรองบรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่น
“สรยุทธ” ใช้เวลาในทำงานสั่งสมประสบการณ์มานานหลายปี ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท ไร่ส้ม จำกัด เพื่อผลิตรายการโทรทัศน์ และบริษัท ชัดถ้อยชัดคำ จำกัด เพื่อให้บริการจัดงานและจัดกิจกรรม
ความสำเร็จจากการทำงานของผู้ชายคนนี้นอกจากจะวัดด้วยชื่อเสียง “สรยุทธ” แล้ว เชื่อว่าเงินสดและทรัพย์สินไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านบาทที่หามาได้จากการทำงาน พิสูจน์ได้ว่า “สรยุทธ” ประสบความสำเร็จในเส้นทางข่าวได้มากแค่ไหน
แนวคิดในทางทำงานของ “สรยุทธ” เรียกได้ว่าสามารถนำไปเป็นต้นแบบได้ในหลากหลายอาชีพตรงที่ว่าเขามีมุมมองกับงานที่ทำว่าเป็นสิ่งที่สนุก สนาน และมีความสุขเมื่อได้ลงมือทำ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำไปวันๆ เพื่อแลกกับเงินเดือน
ใครที่ยึดหลักการทำงานนี้เชื่อว่าประสบความสำเร็จทุกคน เพราะความสนุกกับงานที่ทำย่อมทำให้ผลงานออกมาดี “สรยุทธ” สนุกกับงานที่ทำ ทุกวัน
สังเกตได้จากทุกวันที่อัดรายการสด หากมีแขกรับเชิญมาร่วมออก รายการ “สรยุทธ” ก็มักถ่ายรูปด้วยเพื่ออัพลง lnstagram ของเขา
ที่สำคัญเขาเป็นคนข่าวที่ทำงาน 7 วันเต็มสัปดาห์ วันจันทร์-ศุกร์ ตอนเช้าอัดรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ตอนเย็นมีรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ ช่วง เจาะข่าวเด่น ทางช่อง 3 ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ก็มีรายการ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
“สรยุทธ” ทำงาน 7 วัน ไม่มีเวลาไปเที่ยวไหนไกลๆ หรือนานๆ แถมยังเจ็บป่วยไม่ได้ ทุกวันต้องนั่งหน้าจอให้ประชาชนได้เห็นหน้า แม้แต่เวลาว่างในแต่ละวันที่ “สรยุทธ” ไม่ได้อัดรายการ เขาก็ไม่เคยที่จะไปเดินเล่นที่ไหนเลยหากไม่จำเป็นจริงๆ
ทรัพย์สินเงินทองที่เขามีอยู่ทุกวันนี้ หากจะใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่จำเป็นต้องเหนื่อย 7 วันแบบนี้ก็ทำได้ แต่ “สรยุทธ” ไม่คิดอย่างนั้น
เขามองว่ายิ่งทำงานมากก็ยิ่งสนุกมาก ยิ่งมีความรู้มาก รู้เรื่องราวข่าวคราวความเคลื่อนไหวทั้งไทยและต่างประเทศทั่วโลก
เทปไหนที่รายการมีการออกอากาศนอกสถานที่ ไปตามต่างจังหวัด “สรยุทธ” ยิ่งมีความรู้เพิ่มเติมทั้งเรื่องประวัติความเป็นมาของสถานที่ ประเพณีวัฒนธรรม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
จึงกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยโปรโมทและช่วยเหลือการท่องเที่ยวยังพื้นที่นั้นๆ ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ขาย หรือเจ้าของธุรกิจต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็มีความสุข อยากให้รายการมาจัดที่จังหวัดตนเองบ่อยๆ
สิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าคนข่าวคนนี้ไม่ได้เลือกที่สบายๆ ในการลงพื้นที่จัดรายการเพียงอย่างเดียว ยามใดที่ชาวบ้านมีความทุกข์อย่างหนัก “สรยุทธ” ก็จะลงพื้นที่ออกอากาศสดยังสถานที่นั้นๆ เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง
ความสำเร็จจากการทำงาน “สรยุทธ” ในวันนี้เรียกได้ว่ามาจากความเพียรพยายามและประสบการณ์ที่สั่งสมมานานหลายปี
วันแรกที่เขาทำงานในอาชีพคนข่าว เขาได้รับเงินเดือนเพียง 4,000 บาทเท่านั้น แต่วันนี้รายได้ต่อเดือนของเขามหาศาลมากกว่าวันนั้นหลายเท่า
“สรยุทธ” พิสูจน์ให้เห็นว่าการทำงานทุกอาชีพต้องเริ่มต้นจากล่างสู่บน ความสำเร็จในการทำงานต้องใช้เวลาและความสามารถกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ที่สำคัญเขาสนุกและมีความสุขกับงานที่ทำโดยไม่ได้มองหาวันหยุด
คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ เมื่อดังมาก รวยมาก ย่อมมีคนกระแทกกระทั้นตลอดเวลา แต่เขาต้องอดทน-อดกลั้นไม่ตอบโต้ใครเพราะการเป็นพญาช้างสารในดงสื่อ จำเป็นต้องเผชิญกับฝูงแมลงหวี่บ้างเป็นธรรมดา ปี 2559-2560 พื้นที่สื่อจะยังเป็นของเขาอยู่ แต่กระแสข่าว “ที่ไม่อยากให้ใครได้ดี”…ยังวัดรอยเท้าอยู่ เขาแกร่งเกินที่จะใส่ใจสิ่งเหล่านั้น–ให้กำลังใจครับ
Tony Aigner
by TVPOOL ONLINE
