อันตราย !! 7 อาหารยอดฮิต ที่คุณกินบ่อยๆ อาจฆ่าชีวิตคุณได้

เอาละค้า !! แน่นอนเลยว่าอาหารถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายแต่อาหารในชีวิตประจำวันที่เรากินอยู่บ่อย ๆ จะรู้ได้ยังไงว่าปลอดภัย? หรือเรากินอย่างถูกวิธีจริง เลยรวบรวม 7 อาหารในชีวิตประจำวันที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตคุณโดยไม่รู้ตัว

1. น้ำผึ้ง – ความหวานที่แฝงอันตราย

เป็นเรื่องจริงที่ว่ามีคนน้อยมากที่รู้ว่าน้ำผึ้งตามธรรมชาตินั้นมีพิษ โดยพิษที่ว่านี้มีชื่อว่า pyrrolizidine alkaloids ซึ่งต้องผ่านกรรมวิธีพาสเจอร์ไรซ์ก่อนจึงจะปลอดภัย นั้นหมายความว่าน้ำผึ้งที่ยังไม่ผ่านกรรมวิธีนี้ถือว่าค่อนข้างอันตรายต่อการบริโภค การกินน้ำผึ้งที่ยังไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์เพียงหนึ่งช้อนชา อาจทำให้คุณมีอาการปวดหัว เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และอาเจียน ได้ถึง 24 ชม. และมีความเป็นไปได้ว่าน้ำผึ้งมากกว่าหนึ่งช้อนชาสามารถคร่าชีวิตคุณได้

2. มันฝรั่ง – ความอร่อยที่อันตรายจนคาดไม่ถึง

มันฝรั่งธรรมดาแต่กินผิดเวลาอาจจะอันตรายจนคุณคาดไม่ถึง เพราะใบและรากของมันฝรั่งรวมถึงหน่อที่งอกออกมาจากผลมันฝรั่งล้วนมีสารพิษที่มีชื่อว่า glycoalkaloids อยู่ในนั้น หากคุณทิ้งมันฝรั่งไว้ในที่ที่ชื้นหรือทิ้งไว้นาน ๆ ผลมันฝรั่งจะเริ่มมีหน่อที่เหมือนรากอ่อน ๆ งอกออกมาจากผลมันฝรั่ง ซึ่งคำแนะนำของเราคือให้โยนมันทิ้งไปซะ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะตัดมันทิ้งแต่สารพิษก็อาจจะปนเปื้อนอยู่ในผลมันฝรั่งไปแล้ว มันฝรั่งที่มีพิษ 1 ผลสามารถทำให้ผู้ใหญ่น้ำหนักประมาณ 45 กก. ล้มป่วยได้

3. ถั่วแดง – กินดิบ ๆ อันตราย

อาหารบางอย่างการกินดิบ ๆ อาจมีประโยชน์แต่ไม่ใช่กับ ถั่วแดง เพราะในถั่วแดงดิบมีสารพิษที่เรียกว่า lectins ผสมอยู่ในนั้น โดยสารพิษนี้จะเข้าไปฆ่าเซลล์ที่อยู่ในท้องของเราซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดี การกินถั่วแดงดิบจึงควรผ่านการเตรียมที่ถูกวิธีโดยการนำไปแช่น้ำอย่างน้อย 5 ชม.

4. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ – หากยังดิบอยู่ไม่ควรกิน

เม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบดิบ ๆ จะมีสารเคมีที่มีชื่อว่า urushiol อยู่ในนั้น ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่มีอยู่ในต้น Poison Ivy การกินเม็ดมะม่วงหิมพานต์แบบดิบ ๆ โดยเฉพาะคนที่มีอาการแพ้สารชนิดนี้ถือว่าอันตรายมาก ๆ ดังนั้นหากเดินในป่าแล้วเจอเม็ดมะม่วงหิมพานต์ก็อย่าเผลอหยิบกินเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

5. ผลเบอร์รี่แก่ – หากกินไม่ระวังอาจถึงตายได้

แม้ว่าผลเบอร์รี่แก่จะนิยมนำเอาไปทำเป็นแยม ชาหรือไวน์ แต่ใบและเมล็ดของผลเบอร์รี่เหล่านี้กลับมีส่วนผสมของสารตั้งต้นในการผลิตไซยาไนด์อย่าง glycoside รวมอยู่ในนั้น ดังนั้นหากผลเบอร์รี่แก่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีในการสกัดหรือกินที่ถูกวิธีคุณอาจต้องเจอกับอาการคลื่นไส้ที่รุนแรงและมีโอกาสโคม่าได้

6. มันสำปะหลัง – ภัยร้ายที่อยู่ในคราบชาไข่มุก

หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันสำปะหลังคือหนึ่งในส่วนประกอบของไข่มุกที่หลายคนชื่นชอบ มันสำปะหลังหากมีการเตรียมที่ถูกวิธีสามารถกลายเป็นอาหารเลิศรสได้ แต่หากเตรียมไม่ถูกวิธีหรือกินดิบ ๆ มันสามารถทำตัวเป็นพาหะในการนำสารพิษอย่าง hydrogen cyanide เข้าสู่ร่างกายของคุณได้ ซึ่งสารพิษตัวนี้หากได้รับในปริมาณที่เป็นอันตรายก็อาจคร่าชีวิตคุณได้

7. เชอร์รี่ – แกนกลางของผลเชอร์รี่ไม่ควรกิน

เพราะหากกินเข้าไปร่างกายของเราจะไปทำให้สารที่อยู่ในนั้นเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ได้ ข่าวดีก็คือแกนกลางของเชอร์รี่ (ลักษณะเป็นเม็ด ๆ) เป็นอะไรที่ยากมากที่จะทำให้แตก ดังนั้นหากเผลอกลืนลงไปก็ไม่ถือว่าเป็นอันตรายเท่าไหร่นัก เพราะแกนกลางของเชอร์รี่เพียง 1-2 เม็ดก็สามารถฆ่าเราได้แล้ว

 

แสดงความคิดเห็น