ดารากับโฆษณาแฝงในโซเชียล
กระแสที่มาแรงสุดในขณะนี้คือดาราโฆษณาแฝงใน IG หรือ FB ซึ่งถือเป็นช่องทางตรงที่สามารถในการรีวิวสินค้าได้อย่างเต็มๆ โดยเฉพาะสินค้าที่ถูกกำหนดระยะเวลาในการโฆษณา เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนเป็นข่าวเกรียวกราว ดาราร่วม 20 คน เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย
เขาถือสินค้าถ่ายรูปลง IG หรือ FB มันผิดยังไงก็ยังเป็นคำถามที่หลายๆ คนถามอยู่เช่นกัน เพราะ IG/FB คือโซเชียลมีเดียอิสระใครเป็นเจ้าของแอคเค้าท์ก็สามารถพร่ำพรรณาในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้-ทำไมถือขวดเบียร์แล้วผิด
คำตอบสั้นๆ กระชับรัดกุมคือ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือพูดง่ายๆ เหล้า เบียร์ วอคก้า ไวน์ ฯลฯ สารพัดที่มีแอลกอฮอล์ไม่มีสิทธินำมาบอกสรรพคุณได้ การบอกสรรพคุณเช่นดื่มแล้วชื่นใจ หรือขยายความสินค้าถือว่าเข้าเกณฑ์ผิดกฎหมายหมด
ยุคก่อนๆ หลัง 4 ทุ่มหรือหลังเที่ยงคืนถึงจะสามารถโฆษณาทางจอทีวีได้ เดี๋ยวนี้บางช่องไม่ให้โฆษณาเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ด้วยซ้ำไปจนทำให้บริษัทเหล่านั้นผลิตสินค้าน้ำดื่มในชื่อเดียวกันมาโฆษณา เจตนาเขาไม่ได้ขายน้ำเปล่า แต่เขาตอกย้ำแบรนด์เบียร์ในรูปแบบที่เป็นน้ำเปล่าเฉยๆ
นั้นคือการเสี่ยงความผิดกฎหมายที่ดูสวยงามและเข้าครรลอง เราชาวบ้านผู้บริโภคก็รับได้ แล้วที่ดาราโพสต์เบียร์ลง IG ส่วนตัว เป็นเน็ตเวิร์คอิสระผิดอย่างไร
ชัดๆ คือผิดที่ถือสินค้าที่มีแอลกอฮอล์ออกสื่อโซเชียลซึ่งเปิดทั้งวันทั้งคืน เปิดเวลาไหนอ่านก็เจอ แม้กระทั่งเวลาที่ห้ามโฆษณาก็ยังโฆษณาอยู่ มันมีเจตนาในการบอกสรรพคุณเกินไป โทษรุนแรง ปรับหลายแสนบาท หรือถ้ายังฝ่าฝืนโดนอีกวันละ 1 แสนบาท
ในทางกลับกันดาราหรือคนดัง ถือขวดเบียร์-ยกกระดกเฉยๆ ไม่มีการพูดอะไรเลยก็ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะแค่ภาพถ่ายกินเบียร์ ไม่ได้บอกว่าเบียร์อร่อย กินแล้วสดชื่นหรือขยายความให้ดูเป็นสื่อเพื่อชวนคนมาดื่มเบียร์
ดาราที่ถือสินค้าเครื่องสำอางหรืออะไรต่อมิอะไรเยอะแยะที่ไม่ใช่สินค้าต้องห้าม อย่างเหล้า เบียร์ ไวน์ วอคก้า ฯลฯ ก็ไม่ผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันคงเข้าใจกันบ้างแล้ว
ดาราพูดเสียงเดียวกันว่า เขากินและถือเฉยๆ ถือด้วยความเต็มใจไม่ได้ค่าจ้างโฆษณา คงไม่ผิดกระมัง-ทางการเขาบอกว่ามันคนละเรื่องกัน จะได้ค่าจ้างหรือไม่ได้ค่าจ้างไม่เกี่ยวกัน ถ้าละเมิดจากกรอบกฎหมายถือเป็นความผิดหมด นั่นคือสิ่งที่เป็นอยู่
สื่อสังคมออนไลน์ ที่เขาชี้มูลผิดคือ ปกติเหล้าเบียร์เขากำหนดให้โฆษณาหลังเที่ยงไม่ว่าสื่อใดๆ (ยกเว้นคัทเอ้าท์ที่ติดริมถนน) นั้นคือเป็นป้ายถาวร เขาจ่ายภาษีป้ายถูกต้อง คุณจะเห็นตามถนนหนทางโฆษณาเหล้าเบียร์เพียบ
แต่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งเขาออนแอร์ในสมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถดูได้ 24 ชั่วโมง หน่วยงานไปบังคับเขาไม่ได้เพราะมันเป็นสากล แต่เราสามารถเอาผิดกับพรีเซนเตอร์ (ดารา) ที่อธิบายสรรพคุณเบียร์อย่างเลอเลิศ-เข้าข่ายจงใจ
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทางการแจ้งกับดารานักแสดงหรือบุคคลทั่วไปแล้วว่าการโฆษณาแฝงในลักษณะนี้มันผิดกฎหมาย จะเห็นได้ว่าดาราดังๆ หลายๆ คน ก็ปฏิเสธที่จะรับงานในลักษณะโฆษณาแฝงผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คจะมีก็แต่บรรดาดีเจ. วีเจ. ซึ่งเขาเองก็ไม่คาดว่าจะมีผลกระทบขนาดนี้ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ไป
พูดถึงการโฆษณาเบียร์-เหล้า-บุหรี่ในประเทศไทย โดยเฉพาะซองบุหรี่ คุณจะเห็นภาพแสนทุเรศทุรังบนซอง แต่ปรากฏว่ายอดขายไม่ได้ลดลงเลย คนสูบเขาไม่โง่พอที่จะไม่รู้ว่าภาพบนปกนั้นคืออะไร มันเหมือนภาพหลอกเด็ก
นักสูบจำนวนมากซื้อกล่องบุหรี่เปล่าๆ แกะซองออกบรรจุกล่องเองถือไปสูบได้สบายๆ ดิวตี้ฟรีเมืองนอก กล่องบุหรี่เขาสะอาดสะอ้านประชาชนลดปริมาณสูบลง จากการรณรงค์ของหน่วยงานของเขา หน่วยงานเราอัดที่ปลายเหตุก่อนเสมอ แคมเปญต่างๆ ก็ไม่ได้ผลตามเป้า
ข้าราชการที่มากำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวกันกับมวลชน-ไม่ว่าข้าราชการกำกับการพิจารณาภาพยนตร์-ก็ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม แม้กระทั่งข้าราชการที่ดูแลเรื่องการห้ามขายเหล้า-บุหรี่ ก็เป็นเพียงบุคคลที่มาตามหน้าที่ เขาแนะนำมาอย่างไรก็ทำอย่างนั้น…แล้วจะให้ประเทศมีสรรพากรที่ถูกจุดได้อย่างไร
อย่างเรื่องดาราโพสต์รูปใน IG ส่วนตัว เป็นคัทเอ้าท์ส่วนตัวเขา แอค เค้าท์สาธารณะที่คนทั่วโลกเขาทำกัน ถ้าจะห้ามจริงๆ ต้องบอกเจ้าของสินค้าว่าอย่าทำโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลในรูปแบบยัดเยียด ไม่มีสินค้ามาจ้าง ดาราก็ไม่มีใครจะมาโพสต์การันตีสินค้าให้ใครฟรีๆ แน่ ปัญหาถ้าไม่แก้มาจากต้นเหตุ กับปลายเหตุอย่างไรก็แก้ไม่ได้
หรือถ้าจะแก้ได้อย่างถูกเรื่องจริงๆ ต้องปรับแก้ที่องค์กรราชการเอง ถามตัวเองด้วยว่า มารับงานนี้ใครสั่งมา ตัวเองมีความรู้เรื่องงานใหญ่ๆ เหล่านั้น ได้แค่ไหนอย่างไรกัน ไม่ใช่ทำแล้วสร้างปัญหาซับซ้อน ทำความเสียหายให้กับรัฐมหาศาล อย่างหน่วย กสทช. เป็นต้น-อย่าว่าแต่องค์กรเล็กๆ ที่ควบคุมเบียร์-เหล้าเลย
Tony Aigner
by TVPOOL ONLINE

