บอยแบนด์ Mr.Mr ตอกกลับ SNSD ปล่อยเพลง Mr.Mr ซ้ำ

      กลายเป็นเรื่องราวดราม่าบทใหม่ ของวงการบันเทิงเกาหลีไปซะแล้ว เมื่อนักร้องบอยแบนด์หน้าใหม่ Mr.Mr ได้ปล่อยซิงเกิ้ลที่ใช้ชื่อว่า Mr. Mr ซึ่งไปซ้ำกับเพลงใหม่ล่าสุดของ วง Girls’ Generation (SNSD) หลังจากที่สาวๆ ปล่อยเพลงออกมาได้เพียงไม่กี่วัน     

     สำหรับเพลง Mr. Mr ของนักร้องบอยแบนด์วงใหม่กลุ่มนี้ เป็นเพลงจังหวะกลางๆ แบบ R&B ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเจ็บปวด และการถูกทรยศ ประกอบด้วยเนื้อหาที่ว่า

     “How could you do this, when I’m right here,”  ”Another Mr.Mr that’s not me,” “Am I the loser and you the winner,”  “Since you’re so high up you must think little of me,”

      คุณทำแบบนี้ ทั้งที่ผมอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” “อีก Mr.Mr ที่ไม่ใช่ผม” “ผมเป็นผู้แพ้ส่วนคุณเป็นผู้ชนะ” “เพราะคุณอยู่สูงกว่า ก็เลยคิดว่าผมมันต่ำต้อย”

     และเพราะเนื้อหาเช่นนี้ ทำให้คนฟังอดคิดไม่ได้ว่า เนื้อหาของเพลงน่าจะมีจุดประสงค์ เพื่อส่งข้อความให้ใครบางคน มากกว่าจะเป็นแค่เนื้อเพลงธรรมดา ชาวเน็ตที่ได้ฟังเนื้อหาในเพลง ก็สามารถจับใจความที่ว่าได้อย่างรวดเร็ว และมีคำถามขึ้นทันใด ว่า “พวกเขาต้องการจะส่งข้อความที่ว่าถึง SNSD และ SM Entertainment ใช่หรือไม่”

      งานนี้ Winning Insight ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ Mr.Mr ว่า

      “สวัสดีครับ ผมคือลีซองโฮ CEO ของ Winning Insight

ผมขอกล่าวอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องที่มีการต่อว่าโซนยอชิแดที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ขณะนี้

ผมยอมรับว่าเป็นความจริงครับ

แต่เราเพียงจะส่งข้อความไปถึง SM Entertainment โดยตรงเท่านั้น เราไม่ได้มีความรู้สึกแย่ ๆ หรืออคติกับโซนยอชิแดแต่อย่างใด

และก่อนอื่น เราขอแจ้งให้ทุกคนทราบว่า กรณีนี้ มันเป็นเรื่องของการกดขี่กันระหว่างบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่ กับบริษัทเพลงเล็ก ๆ 

ในฐานะคนที่ได้สร้างสรรค์เพลงมากว่า 300 เพลงตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ผมเป็นเพียงโปรดิวเซอร์ของบริษัทบันเทิงเล็ก ๆ ที่รักในเสียงเพลงมากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้นเท่านั้น

ในเกาหลี บริษัทที่ใหญ่ ๆ แบบ SM ก็มีเพียงแค่ 5 ถึง 6 บริษัท

ส่วนอีก 2 ถึง 300 ที่เหลือเป็นแต่เพียงโปรดิวเซอร์เล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่ตั้งใจ เสียเลือดเนื้อ หยาดเหงื่อแรงกายที่จะทำงานออกมาให้ดี ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่บริษัทใหญ่ ๆ ทำกัน

และคงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงไปนัก หากจะกล่าวว่าพวกเขาเหล่านี้มีอำนาจเหนือกว่า

แต่ถ้าหากพวกเขาละเมิดหลักจรรยาบรรณทางธุรกิจ ในตลาดเพลงขึ้นมา พวกเขาจะต่างอะไรกับซูเปอร์มาเก็ตใหญ่ ๆ ที่คอยแทรกแซง/เอาเปรียบตลาดเล็ก ๆ ของชาวไร่ชาวนาทั่วไป?

หลายท่านถามว่า เราไม่พอใจเพียงเพราะชื่อเพลงเหมือนกันหรือเปล่า ผมอยากจะบอกว่า ถ้าคุณมองดี ๆ คุณจะได้เห็นอีกหลาย ๆ มุมในเรื่องนี้

การใช้ชื่อเพลงเดียวกัน กับการใช้ชื่อของวงรุ่นน้องที่กำลังโปรโมทอยู่ตอนนี้มาเป็นชื่อเพลง มันไม่เหมือนกันเลยนะครับ

อีกหลายคนก็พูดว่า เราทำไปเพราะคิดที่จะเกาะกระแส

ทันทีที่มีการเปิดเผยชื่อเพลงของวงใหญ่ ๆ อย่าง โซนยอชิแด ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ (ที่มีชื่อเหมือนกับชื่อของเรา) ชื่อของเราก็ค่อย ๆ หายไป

อัลบั้มกว่า 5 อัลบั้มที่เราวางแผงมาตลอด 2 ปี ก็ถูก Mr.Mr. ของโซนยอชิ-ลบไปหมด นอกจานี้ สถิติการค้นหาตามเว็บต่าง ๆ มากมายก็เป็นมิวสิควิดีโอของโซนยอชิแด แทนที่จะเป็นโปรไฟล์ หรือรูปภาพของ MR.MR 

ผม เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่น ๆ และสมาชิกของ MR.MR ต่างก็หลั่งน้ำตาและพยายามที่จะดึงชื่อของพวกเราออกมา

น่าอายจริง ๆ ผมเจ็บใจมาก ๆ กับการที่ต้องมาเห็นหยาดเหงื่อแรงกายของสมาชิกแต่ละคนค่อย ๆ หายไป 

หลายคนถาม เป็นไปได้ไหมว่า SM จะไม่รู้?

แต่การตัดสินใจใช้ชื่อเพลงนี่มันเป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่หรือครับ ไม่ว่าจะเป็นใคร แต่อย่างน้อยก่อนจะวางแผง ทุกคนก็ต้องค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชื่อนั้น

การที่พวกเขาตัดสินใจที่จะใช้ชื่อเพลงที่เป็นชื่อเดียวกันกับวงรุ่นน้องที่ได้ขึ้นแสดงในรายการเพลงต่าง ๆ ร่วมกับศิลปินของบริษัทของพวกเขา มานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เราคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากว่า พวกเขาไม่ได้สนใจพวกเราเลย จนตอนนี้ก็ยังไม่มีตัวแทนจาก SM มาคุยกับผม

SM และคนอื่น ๆ บอกว่ามันเป็นแผนการตลาดที่พวกเราต้องแบกรับความสำเร็จของพวกเขา

ใช่ครับ มันเป็นการตลาด

ผมเป็นผู้จัดการ ในฐานะผู้จัดการของ MR.MR ผมจะพยายามทุกวิธีเพื่อทำให้ทุกคนได้รู้ว่า MR.MR ไม่ใช่แค่เพียงชื่อเพลง แต่เป็นชื่อของศิลปิน

และแน่นอน ถ้ามันไม่ได้เป็นการกระทำแย่ ๆ ของ SM เอง เราก็คงจะไม่ทำอะไรแบบนี้

ถ้าเกิด MR.MR เป็นชื่อของศิลปินภายใต้บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง YG หรือ JYP คุณว่า SM จะทำแบบนี้ไหม?

ผมรับไม่ได้ที่จะคิดว่า การไม่สนใจวงรุ่นน้องในบริษัทเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ดังอะไร ที่ทุ่มเทอะไรมามากมาย เป็นเรื่องปกติ

บางทีคำเรียกร้องของผม อีกไม่นาน ก็คงจะถูกกลบหายไง เพราะอย่างไร พวกเขาก็เป็นบริษัทใหญ่ ผิดกับเราที่เป็นเพียงบริษัทเล็ก ๆ

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเสียงส่วนน้อย ผมก็จะขอส่งเสียงต่อไป เพราะหยาดเหงื่อของพวกเราที่เสียไปมันมีค่าเกินกว่าเราจะถอยออกมาแล้วก็ยืนมองอยู่เฉย ๆ ได้”

แสดงความคิดเห็น